Scary Stories to Tell in the Dark และ Crawl: สยองและสนุก

Scary Stories to Tell in the Dark และ Crawl: สยองและสนุก

Scary Stories to Tell in the Dark และ Crawl: สยองและสนุก

Scary Stories to Tell in the Dark

ไม่ว่าคนไทยคนเทศล้วนแต่มีวรรณกรรมพื้นบ้านเกี่ยวกับผีๆ สางๆ กันทั้งนั้น

ไทยเรามีตั้งแต่ผีบ้านผีเรือน ผีต้นไม้ (นางตะเคียน นางตานี) ผีตายทั้งกลม ที่ไม่มีคนไทยคนไหนไม่รู้จักอย่างแม่นาคพระโขนง

ทางตะวันตกก็มีวรรณกรรมเยาวชนเรื่องภูตผีปีศาจ ที่ชอบกันมาก เช่น Goosebumps ของ อาร์ แอล สไตน์ สร้างเป็นหนังถึงสองครั้ง

Scary Stories เขียนโดย อัลวิน ชวาร์ตส เป็นวรรณกรรมสยองขวัญสำหรับเยาวชน ที่เขาศึกษาและค้นคว้าจากตำนานพื้นบ้าน ที่มาจากแหล่งกำเนิดเดียวกัน มีคนเห็น หรือเป็นประสบการณ์ที่เจอด้วยตนเอง

หนังสือชุดนี้มีสามเล่ม Scary Stories to Tell in the Dark, More Scary Stories to Tell in the Dark, Scary Stories: More Tales to Chill Your Bones แต่ละเล่มเล่าเรื่องเป็นตอนๆ และมีภาพประกอบซึ่งวาดโดย สตีเฟน แกมเมลล์

หนังสือตีพิมพ์ยุค 80 แต่ดังมากในยุค 90 เพราะผู้ปกครองแอนตี้หนังสือเรื่องนี้ ขนาดออกมาเคลื่อนไหวให้เอาหนังสือชุดนี้ออกจากห้องสมุด ตามพาดหัวข่าวยุคนั้น Parents ask school to remove Scary Stories เพราะเห็นว่าเป็นหนังสือที่ไม่มีศีลธรรม เนื้อหาน่าขนลุก ภาพประกอบน่ากลัว แถมตัวร้ายหรืออสุรกายยังชนะฝ่ายดีในบทสรุปบางเรื่อง

กิลเลอร์โม เดล โตโร ผู้กำกับดีกรีออสการ์ ที่มีเอกลักษณ์ประจำตัวว่าหนังทุกเรื่องของเขาจะต้องมีอสูรกายหรือตัวประหลาด ชื่นชอบหนังสือชุดนี้มาก

ดังที่เขาอธิบายว่า “มันเป็นเรื่องเล่าสยองขวัญที่ทำให้คนกลัวได้ง่าย เหมือนการเล่าเรื่องสยองรอบกองไฟ มันมีทั้งกลิ่นอายของตำนานพื้นบ้าน และเรื่องสยองที่เล่ากันแบบปากต่อปาก”

เดล โตโร ไม่ได้กำกับหนังเรื่องนี้เอง เขานั่งแท่นโปรดิวเซอร์และเขียนบทร่วมกับ แดน และ เควิน เฮจแมน สองพี่น้องที่เขียนบทหนังแอนิเมชั่น The Lego Movie และ Hotel Transylvania

และเลือก อังเดร โอเวรดัล ผู้กำกับหนังที่มีผลงานชวนขนหัวลุก Trollhunter และ The Autopsy of Jane Doe มาเป็นคนกำกับ

Scary Stories ทั้งสามเล่ม มีเรื่องเล่าทั้งหมด 82 ตอน แต่เลือกมาสร้างหนังแค่ห้าตอน และเพื่อให้เรื่องราวทั้งหมดเชื่อมต่อกัน เดล โตโร่ ได้สร้างเรื่องหลักเป็นชีวิตวัยรุ่นสามคน ในเมืองเล็กๆ ยุค 1968 ที่ชวนเพื่อนใหม่เข้าไปเล่นแผลงๆ ในบ้านผีสิง

หนึ่งในสามคนแอบหยิบสมุดบันทึกอาถรรพ์ออกจากบ้าน และแล้วสมุดก็เริ่มเขียนหนังสือด้วยตัวมันเองเป็นตอนๆ เริ่มด้วยหุ่นไล่กาที่คืนชีวิต ผีตามหานิ้วเท้าหัวแม่โป้งที่ถูกเอาไปทำสตู จุดแดงบนใบหน้าที่มีแมงมุมนับพันโผล่ออกมา สาวตัวกลมผิวซีดในห้องสีแดง และอสุรกายร่างหลุดตัวบิด

แต่ละตอนมีชื่อของเด็กที่เข้าไปในบ้าน ปรากฏชื่อใคร ก็เกิดเหตุสยองกับคนนั้น และเกือบทุกคนหายไปอย่างไร้ร่องรอย

หนังเดินเรืองไม่ซับซ้อน เหมือนสูตรสำเร็จของหนังแนวนี้หลายๆ เรื่อง คือ เริ่มจากความซุกซน อยากรู้อยากเห็นเข้าไปในสถานที่ซึ่งไม่ควร ได้เจอปีศาจที่ทำให้ตัวละครถูกกำจัดไปทีละคนๆ ที่เหลือพยายามเอาตัวรอดค้นหาความจริง เพื่อแก้ไขสถานการณ์ที่บางครั้งก็แก้ได้ บางครั้งก็แก้ไม่ได้

หนังสร้างจากวรรณกรรมเยาวชน จึงเป็นหนังเรท PG-13 อาจไม่สะใจคอหนังสยองขวัญพันธุ์แท้ ที่ชอบแนวอำมหิตเลือดสาดกระจาย เพราะตลอดทั้งเรื่องไม่มีฉากชวนแหวะแบบนี้ แต่การดีไซน์ปีศาจแต่ละตัวน่ากลัวและแปลก เป็นการอิงจากภาพวาดในหนังสือที่ออกมาค่อนข้างเป๊ะ มุมกล้องและซาวด์ประกอบดี การโผล่ออกมาแต่ละครั้งของปีศาจชวนขนลุก

เป็นอีกเรื่องที่คนดูลุ้นเอาใจช่วยตัวละคร

Crawl

หนังเรื่องนี้สั้น เดินเรื่องเร็ว ตื่นเต้นและลุ้นสุดขีด ขอแนะนำว่าก่อนเข้าชม ควรเข้าห้องน้าให้เรียบร้อย จะได้ไม่พลาดฉากระทึกที่ทำให้การชมเสียอรรถรส

เกิดพายุเฮอร์ริเคนระดับห้าพัดถล่มฟลอริด้า เฮลีย์ (คาย่า สโคเดลาริโอ) กลับไปหาพ่อ (แบร์รี่ เปปเปอร์) ที่ขาดการติดต่อ

เธอพบว่าพ่อบาดเจ็บติดอยู่ใต้ถุนบ้าน และจะต้องช่วยเอาร่างออกมาให้ได้ แต่อุปสรรคของเธอไม่ใช่แค่ภัยพิบัติจากธรรมชาติ หากยังมีฝูงจระเข้ที่ดุร้าย ที่หลุดเข้ามาทั้งในบ้านและบริเวณรอบๆ บ้าน

Crawl เป็นหนังที่สร้างได้สนุกเกินทุนสร้างประมาณ 13 ล้านเหรียญ มีชื่อ แซม ไรมี ผู้กำกับหนังระทึกขวัญ Evil Dead ทำหน้าที่ผู้อำนวยการสร้าง อเล็กซานเดอร์ เอจา ผู้กำกับหนังโหดสยองขวัญ อาทิ The Hill Have Eyes, Piranha 3 D และ Horns ทำหน้าที่ผู้กำกับ

การเอาหนังภัยพิบัติมาผสมกับสัตว์ดุร้าย ทำให้ตอนแรกนึกไปถึงหนังคัลท์ Sharknado หนังสยองขวัญ ไซไฟ แฟนตาซี ประหลาดๆ ที่ทอร์นาโดพัดเอาฝูงฉลามขึ้นมาถล่ม L.A.

แต่ไม่ใช่เลย Crawl เป็นแนวเอาชีวิตรอดในพื้นที่จำกัดแบบ The Shallows หนังดีน่าจดจำที่สาวสวย เบลค ไลฟ์ลี แสดง เรื่องราวของหญิงสาวที่ติดอยู่บนโขดหินซึ่งมีฉลามขาวดุร้ายคอยจ้องเขมือบเธอ

คาย่ารับบทสาวสตรอง ที่ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตาเช่นเดียวกับเบลค ใน The Shallows

แม้จะมีสถานการณ์ซวยซ้ำซวยซ้อน ที่ทำให้ความพยายามของเธอสูญเปล่า แต่หนังก็สร้างให้คาย่าหรือเฮลีย์ในเรื่อง เป็นนักว่ายน้ำที่มีพ่อเธอเองเป็นโค้ช ทำให้เธอพอมีแต้มต่อในการรอดชีวิต

หนังทั้งเรื่องวนเวียนอยู่กับการหลบ การหนี การต่อสู้ และการเอาชีวิตรอดจากจระเข้ แต่เล่าเรื่องได้สนุก ตื่นเต้นพาคนดูเหนื่อยจนอยากให้หนังจบเร็วๆ

Crawl มีตัวละครมากกว่า The Shallows (ที่ทั้งเรื่องเบลคแสดงอยู่คนเดียว) การมีตัวละครมากขึ้นทำให้คนดูยิ่งเหนื่อยกับการลุ้น แถมยังเพิ่มน้องหมามาให้คนรักสุนัขได้หวาดเสียวร่วมลุ้นให้น้องหมารอดอีกด้วย

แต่คนไหนอยู่คนไหนไป ต้องไปลุ้นกันเอง หนังเดินเรื่องง่ายๆ ไม่ยากต่อการเดา ไม่แปลกใหม่ แต่ชวนติดตามทุกวินาที มีบางช่วงที่สะดุ้งตกใจกว่าดูหนังผีเสียอีก

จระเข้ในเรื่องก็ไม่ใช่จระเข้ใหญ่ยักษ์แบบในหนัง Lake Placid แต่ความดุร้ายและมาแบบเป็นฝูง ทำให้มันทั้งน่ากลัวและโหดเหี้ยม คนดูส่วนใหญ่พุ่งความสนใจไปที่ซีจี จระเข้ ที่อากัปกริยาการเคลื่อนไหวต่างๆ ทำได้อย่างสมจริง

ทั้งๆ ที่ซีจีพายุเฮอร์ริเคน ต้นไม้ล้ม น้ำท่วม เขื่อนพังที่สร้างขึ้นมา ก็มีความสมจริงและน่าดูไม่แพ้กัน

ดูจบ นึกถึงหนังไทย The Pool นรก 6 เมตร ที่พระเอกนางเอกติดอยู่ในสระน้ำที่แห้งและมีจระเข้ดุร้ายหลุดเข้ามา หนังสนุก ลุ้น น่าสนใจ แต่ถูกวิจารณ์หนักในความไม่สมจริงหลายอย่าง

ในขณะที่ Crawl เป็นหนังฝรั่งที่ถูกใจคอหนัง ความไม่สมจริงมี แต่เสียงวิจารณ์มาแบบแผ่วๆ ว่า คนโดนกัดแบบนางเอกว่ายน้ำได้คล่องแคล่วว่องไวกว่าจระเข้

ทั้งๆ ที่สถิติบอกว่า จระเข้ว่ายน้ำโดยมีความเร็ว 32.18 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งเป็นความเร็วที่เร็วกว่านักว่ายน้ำโอลิมปิกเสียอีก

แถมจระเข้ในเรื่องนี้จมูกบอดสนิทไม่ได้กลิ่นเลือดของทั้งพ่อและนางเอก เป็นความไม่สมจริงที่ธรรมชาติของจระเข้ จะรับรู้เหยื่อทั้งจากการสั่นสะเทือนของกระแสน้ำและกลิ่นเลือด

เอาเถอะหนังสนุกละกัน และส่วนตัวผู้วิจารณ์ก็ชอบทั้ง 2 เรื่อง

บทความก่อนหน้านี้รวย เพราะความผิดพลาด!!!
บทความถัดไปรู้ยัง! ย่าน เพลินจิต-ชิดลม-หลังสวน พระราม3 มีนบุรี คอนโดฯยังไปต่อได้