1917 หนังเต็งออสการ์ The Gentlemen หนังแก๊งสเตอร์สุดเกรียน

1917 หนังเต็งออสการ์ The Gentlemen หนังแก๊งสเตอร์สุดเกรียน

1917 หนังเต็งออสการ์ The Gentlemen หนังแก๊งสเตอร์สุดเกรียน

1917

หนังเรื่อง 1917 เข้าชิงรางวัลจากหลากหลายเวที บนเวทีลูกโลกทองคำ หนังเรื่องนี้คว้ารางวัลไปสองสาขาคือภาพยนตร์ยอดเยี่ยมประเภทดราม่า และ แซม เมนเดส (ผู้เคยได้รางวัลออสการ์จาก America Beauty) ได้รางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยม

บนเวทีบาฟต้าของอังกฤษ 1917 กวาดไปเจ็ดรางวัล และยังได้เสนอชื่อชิงรางวัลออสการ์อีกสิบสาขา แต่ผลจะเป็นเช่นไรนั้น คงต้องไปลุ้นกันวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ศกนี้

สิ่งที่นักวิจารณ์และคนดูพูดถึงหนังเรื่องนี้กันมากคือการถ่ายทำแบบ Long Take ซึ่งผู้กำกับบอกว่า “ผมอยากจะเดินทางทุกย่างก้าวและหายใจเข้าออกร่วมไปกับตัวละครสองคนนี้ และได้พูดกับผู้กำกับภาพ โรเจอร์ ดีกินส์ (ผู้กำกับภาพฝีมือดีระดับรางวัลออสการ์จาก Blade Runner 2049) ถึงเรื่องการถ่ายทำในแบบที่จะก่อให้เกิดอารมณ์ร่วม นำผู้ชมให้ใกล้ชิดกับประสบการณ์ของพวกเขาให้มากที่สุด”

1917 จึงเล่าเรื่องแบบเรียลไทม์ เหมือนพาคนดูร่วมเดินทางไปกับตัวละครเอกทั้งสองคน ได้ร่วมลุ้น และเผชิญหน้ากับสถานการณ์ต่างๆ ไปพร้อมกับตัวละคร

หนังไม่ได้ถ่ายทำเทคเดียวทั้งเรื่อง แต่ถ่ายทำเป็นเทคยาวๆ และเอามาต่อกันให้ดูเรียลเหมือนเป็นหนัง Long Take โดยใช้กำแพง ก้อนหิน ฝาผนัง ฯลฯ ที่กล้องเคลื่อนผ่านเป็นตัวเชื่อม

การทำหนังแบบนี้ค่อนข้างยาก การแสดงของตัวละคร ทั้งแอคติ้งและบทสนทนาต้องเป๊ะ การบล็อกตำแหน่งในฉาก การเคลื่อนกล้องต้องมีการซักซ้อมและเตรียมการอย่างดี

ทั้งเนื้อหาและงานภาพทำออกมาได้อย่างน่าประทับใจ บางฉากเล่นแสงสีสวยงาม บางฉากมีทั้งความสวยงามและความโหดร้ายของสงครามที่ขัดแย้งกัน (ฉากที่ตัวเอกตกลงไปในน้ำ เห็นดอกเชอร์รี่สวยงามลอยมาตามน้ำ แล้วจู่ๆ เห็นศพทหารหลายสิบนายขึ้นอืดติดอยู่ที่ฝายกั้นน้ำ)

เมนเดส ได้แรงบันดาลใจการสร้าง 1917 จาก อัลเฟรด เอช เมนเดส ปู่ของเขา ที่เล่าเรื่องสมัยที่เคยเป็นผู้ส่งสารแนวรบด้านตะวันตกในสงครามโลกให้เขาฟัง และเขาได้ไปค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับสงครามโลกครั้งนี้เพิ่มเติม

แต่หนังเรื่องนี้ก็ไม่ใช่เรื่องราวของปู่เขาโดยตรง เมนเดสเขียนบทร่วมกับ คริสตี้ วิลสัน-แคร์นส์ สร้างตัวละครทหารเล็กๆ ขึ้นมาสองตัว คือ สคอฟิลด์และเบลก ทั้งสองถูกส่งตัวให้เดินทางผ่านเขตแดนศัตรู เพื่อส่งข่าวสำคัญที่จะรักษาชีวิตทหาร1,600 นาย โดยหนึ่งในทหารแนวหน้า มีพี่ชายของเบลกรวมอยู่ด้วย

นี่เป็นการเดินทางที่อันตรายเพราะไม่รู้ว่ามีอะไรอยู่เบื้องหน้า แถมยังยังต้องไปให้ทันเวลาก่อนคำสั่งบุก

1917 ไม่ใช่หนังสงครามบู๊สะบั้นหั่นแหลก ช่วงแรกที่ทั้งสองออกเดินทาง ไม่มีการปะทะกันกับฝ่ายตรงข้าม หนังกดดันคนดูด้วยภาพสนามเพลาะแคบๆ ที่มีศพตายเกลื่อนกลาด โคลนเฉอะแฉะ รั้วลวดหนามที่พร้อมสร้างความเจ็บปวด และกับดักระเบิด

เนื้อหาหนังไม่มีอะไรมาก แต่การถ่ายทำแบบ Long Take และเรื่องราวระหว่างทางที่ตัวละครต้องฝ่าฟันและผ่านไปให้ได้ เป็นเรื่องที่ทำให้คนดูเหมือนอยู่ในเหตุการณ์ ทั้งตื่นเต้น อึดอัด และลุ้นตลอดเวลา

The Gentlemen

ผู้กำกับ กาย ริชชี่ อาจไม่ใช่ผู้กำกับดังแบบ สตีเวน สปีลเบิร์ก หรือ คริสโตเฟอร์ โนแลน แต่การกำกับหนังของเขามีเอกลักษณ์

หนังที่สร้างชื่อให้กายคือหนังแนวแก๊งสเตอร์ ที่มีตัวละคร ดิบ เถื่อน และเจ้าเล่ห์ อย่างเรื่อง Lock, Stock and Two Smoking Barrels และ Snatch

กายยังกำกับแนวอื่นๆ ที่ประสบความสำเร็จบ้าง ไม่ประสบความสำเร็จบ้าง เช่น หนังพีเรียดแบบ King Arthur ตัวคิงอาเธอร์เหมือนหัวหน้าแก๊งอะไรสักอย่าง มากกว่าจะมีมาดเป็นกษัตริย์ ล่าสุด กายกำกับ Aladdin หนังที่เสียงวิจารณ์ไม่ดี แต่ตัวเลขรายได้กลับสวนทาง

มาเรื่อง The Gentlemen นี่คือหนังแนวที่กายถนัดและคนดูชื่นชอบ เป็นการกลับมาอย่างท็อปฟอร์มและเลิศมาก หนังเก๋ เท่ มีสไตล์ และมีลายเซ็นผู้กำกับชัดเจน

มิกกี้ เพียร์สัน (แมทธิว แม็กคอนาเฮย์) เจ้าพ่อกัญชาผู้ยิ่งใหญ่จากเกาะอังกฤษ อยากวางมือจากธุรกิจกัญชา จึงเสนอขายกิจการแก่เหล่ามาเฟีย ผู้สนใจมีหลายวงการ ได้แก่ แมทธิว (เจเรมี สตรอง) นักธุรกิจสีเทา และ ดรายอาย (เฮนรี่ โกลดิง) มาเฟียจีนสุดแสบ

แต่มิกกี้ ราชาคนเดิมจะยอมลงจากบัลลังก์ได้อย่างไร ในเมื่อเขามีคติว่า “ในป่า ทางเดียวที่สิงโตจะอยู่รอด ไม่ใช่แค่ทำตัวดั่งราชา แต่ด้วยการเป็นราชาจริงๆ และเมื่อสิงโตหิว มันต้องกิน”

The Gentlemen เป็นหนังแก๊งสเตอร์ที่เนื้อหาไม่ซับซ้อน แต่เล่าเรื่องได้เจ๋งและมีชั้นเชิง ผ่านบทสนทนาระหว่างนักข่าวเจ้าเล่ห์ ที่ริทำตัวเป็นนักสืบอย่างเฟลทเชอร์ (ฮิวจ์ แกรนต์) ผู้อาจหาญจะแบล็กเมล์เจ้าพ่อกัญชา และเรย์มอนด์ (ชาร์ลี ฮันแนม) มือขวาเจ้าพ่อ

บทสนทนาค่อนข้างมากและยืดยาว จนต้องใช้สมาธิในการติดตาม ช่วงแรกเหมือนจะน่าเบื่อ แต่พอเข้าประเด็นกลายเป็นหนังที่ยิ่งดูยิ่งสนุก โดยเฉพาะบทของฮิวจ์ แกรนต์ เทพบุตรสุดหล่อในหนังรักโรแมนติก หลายเรื่องเช่น Nothing Hill และ Love Actually ในเรื่องนี้กลายเป็นคนเจ้าเล่ห์ โลภมาก พูดจายียวน กวนประสาท

หนัง The Gentlemen เป็นหนังที่รวมตัวละครสุภาพบุรุษที่ในวงสังคมดูดี แต่เบื้องหลังอยู่ในธุรกิจผิดกฎหมาย และตัดสินปัญหาโดยใช้ความรุนแรง ดารามากันเยอะ แต่กระจายบทดี คาแรคเตอร์แต่ละคนชัดเจน และเชื่อมโยงกันอย่างลงตัว แต่ละคนหล่อและเป็นดาราแถวหน้าของฮอลลีวูด

นอกจากฮิวจ์ แกรนต์ ที่พลิกบทแบบสุดขั้วแล้ว ยังมีเฮนรี่ โกลดิง ที่ก็ไม่มีมาดทายาทหนุ่มหล่อจาก Crazy Rich Asian หรือหนุ่มในฝันจากหนังที่เพิ่งผ่านตาปีที่แล้วอย่าง Last Christmas

โคลิน ฟาร์เรล หนุ่มหล่ออีกคน ก็ถูกเสริมเข้ามาอย่างถูกจังหวะ เรื่องนี้รับบทเป็นโค้ชมวยที่ติดหนี้แก๊งกัญชาของมิกกี้ และต้องทำภารกิจเพื่อไถ่หนี้ให้กับคนของตน

ฮันแนมกลับมาร่วมแสดงในหนังของกายอีกครั้ง และรับบทมือขวาเจ้าพ่อกัญชา มาดเนี้ยบ นิ่ง เจ้าระเบียบ แต่เลือดเย็น มิกกี้ หรือ แมทธิว แม็กคอนาเฮย์ ดาราดีกรีออสการ์ ในบทเจ้าพ่อกัญชาที่เมียข้าใครห้ามแตะ มีบทไม่มาก แต่เด่นทุกฉากที่ปรากฏตัว เห็นความเป็นราชาอาณาจักรกัญชาอย่างชัดเจน

The Gentlemen เป็นหนังแก๊งสเตอร์เกรียนๆ ที่แอคชั่นไม่มาก แต่เหมาะกับเนื้อหา ไม่ใช่หนังสำหรับคนดูทุกระดับ เป็นหนังหักเหลี่ยมเฉือนคมที่มุขเยอะ เริ่มต้นอย่าง พลิกไปอย่าง คาดเดายาก คอหนังแก๊งสเตอร์และแฟนคลับ กาย ริชชี่ ไม่ควรพลาด

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้คลิปไทม์ไลน์ทหารคลั่งกราดยิงกลางห้างดังโคราช
บทความถัดไปยายน้องเจมส์บอนด์ ม.2 บุญวัฒนา สุดเศร้าสูญเสียหลานชายคนเดียว ชี้คนร้ายโหดเหี้ยมยิงเด็ก(ชมคลิป)