The Invisible Man หนังสนุกลุ้นระทึก

The Invisible Man หนังสนุกลุ้นระทึก

The Invisible Man หนังสนุกลุ้นระทึก

The Invisible Man หรือมนุษย์ล่องหน เคยถูกสร้างเป็นทั้งหนังซีรีส์ในทีวี และสร้างเป็นภาพยนตร์ครั้งแรกในปี 1933 โดยดัดแปลงจากนิยายของนักเขียนดัง เอช จี เวลส์ นอกจากนี้ ที่คอหนังจะคุ้นเคยหน่อยอาจจะเป็นหนังเกี่ยวกับมนุษย์ล่องหนปี 2000 ที่ใช้ชื่อเรื่องว่า Hollow Man

มาปีนี้เรื่องราวของ The Invisible Man ถูกนำมาตีความใหม่ ทั้งทันสมัยและร่วมสมัย มนุษย์ล่องหนเวอร์ชั่นนี้ไม่ใช่นักวิทยาศาสตร์ที่คิดค้นการล่องหนโดยทำให้ร่างกายตัวเองโปร่งแสง เวลาจะล่องหนต้องถอดเสื้อผ้าออกหมดแบบยุคก่อนๆ แต่เป็นนักวิทยาศาสตร์ที่ใช้เทคโนโลยีทำตนเองให้สามารถล่องหนได้

การนำเสนอเรื่องก็ต่างจากเดิม ไม่ได้เล่าความเป็นมาของมนุษย์ล่องหน แต่เล่าเรื่องจากมุมมองของผู้หญิงที่ตกเป็นเหยื่อซึ่งถูกคุกคามทางเพศและถูกกระทำรุนแรงทั้งด้านร่างกายและจิตใจ จนต้องพยายามหนีเอาตัวรอด

เซซิเลีย (เอลิซาเบธ มอสส์) หนีออกจากบ้านของเอเดรียน (โอลิเวอร์ แจ๊กสัน-โคเฮน) สามีหนุ่มมหาเศรษฐี นักวิทยาศาสตร์ด้านทัศนศาสตร์ เพราะถูกทารุณกรรมทั้งด้านร่างกายและจิตใจ เธอเก็บตัวไม่กล้าออกไปเผชิญโลกข้างนอก จนทนายแจ้งว่าสามีเธอฆ่าตัวตายและทิ้งมรดกจำนวนมากไว้ให้เธอ

เซซิเลียไม่เชื่อว่าคนอย่างเอเดรียนจะฆ่าตัวตาย เธอคิดว่ามีบางสิ่งผิดปรกติและรู้สึกว่าตัวเองถูกคุกคามจากอะไรบางอย่างที่มองไม่เห็น การคุกคามรุนแรงขึ้นจนกลายเป็นการก่อคดีฆาตกรรม ที่ทุกคนลงความเห็นว่าเธอเป็นผู้กระทำเพราะมีความผิดปรกติทางจิต

เรื่องราวต่อไปเป็นอย่างไร เป็นเรื่องที่ต้องลุ้นและเข้าไปหาคำตอบเอง บอกได้เพียงว่า หนังสนุกมากทั้งระทึกขวัญ หลอน เซอร์ไพรส์ และหักมุม

ผู้กำกับและเขียนบทหนังเรื่องนี้คือ ลีห์ แวนเนลล์ ซึ่งช่ำชองหนังแนวนี้ เคยเขียนบทและแสดงนำเรื่อง Saw ภาคแรก เขียนบท Insidious ทุกภาค และมีผลงานกำกับหนัง Insidious: Chapter 3 และหนัง The Upgrade

แวนเนลล์นำเสนอเรื่องได้อย่างชวนให้ติดตาม และลุ้นระทึก หนังไม่ใช้เวลาปูเรื่องมากมาย เปิดเรื่องด้วยการที่เซซิเลียกำลังพยายามหนีออกจากบ้านหรูริมทะเล ทั้งๆ ที่คนดูยังไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร แต่ทั้งบรรยากาศและดนตรีที่หลอนๆ ก็ทำเอาคนดูรู้สึกกดดัน และเอาใจช่วยให้ตัวละครตัวนี้หนีรอดได้โดยที่ยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น และทำไมจะต้องหนี

ตั้งแต่ต้นจนจบ หนังระทึกมาก มีบรรยากาศที่ไม่น่าไว้วางใจตลอดเรื่อง การลำดับภาพ แสง สี และมุมกล้อง สร้างความรู้สึกหลอนๆ คล้ายดูหนังผี จังหวะ Jump Scare ทำคนขวัญอ่อนอกสั่นขวัญหาย เล่นกับความรู้สึกของคนดูจนนั่งแทบไม่ติด และเกิดอารมณ์ร่วมไปกับตัวละคร

ผู้กำกับแวนเนลล์ พูดถึงเรื่องนี้ว่า “สคริปต์หนังเรื่องนี้มันคือการโชว์ของผู้หญิงคนเดียวจริงๆ เอลิซาเบธ มอสส์ คือแกนกลางของหนังเรื่องนี้ เธอมีบทบาทหนักหน่วงในทุกซีน”

ช่วงเปิดตัวตอนแรก จะรู้สึกว่ามอสส์ไม่ใช่ผู้หญิงสวยที่น่าสนใจเลย แต่การแสดงของเธอ “เอาอยู่” ทั้งภาษากาย สีหน้าแววตา ที่ทั้งหวาดระแวงและหวาดกลัว น่าสงสารจนคนดูเอาใจช่วย และสะใจเมื่อเธอลุกขึ้นสู้

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘ศักดิ์สยาม’ เข้มทุกหน่วยงานในสังกัด ต้องตรวจเข้มโควิด 19 รายงานทุกวัน
บทความถัดไปฟิลิปปินส์ตายจาก ‘โควิด-19’ เพิ่มอีก 3 รวมเป็น 11 ราย ติดเชื้อรวม 140