ชาวบ้านเผยขายโพธิสัตว์แค่3-5พัน ก่อนราคาประมูลหลักล้าน !

(จากซ้าย) นายเพือย พลจั่นสุข, นายทนงศักดิ์ หาญวงษ์ , นางพิม ดีมาก

คืบหน้ากรณีกระแสการทวงคืนพระโพธิสัตว์สัมฤทธิ์จาก อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ ซึ่งถูกบริษัทแห่งหนึ่งนำมาประมูลขาย โดยมีผู้ซื้อไปในราคา 92,500 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อมานักวิจัยรายหนึ่งในสหรัฐเปิดเผยข้อมูลว่า ในพิพิธภัณฑ์ The Metropolitan Museum of Art หรือพิพิธภัณฑ์ศิลปะเมโทรโพลิแทน นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ยังมีโบราณวัตถุที่ถูกระบุว่าได้มาจาก อ.ประโคนชัย และพื้นที่ใกล้เคียงอีกหลายชิ้น หนึ่งในนั้นคือ พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรสัมฤทธิ์ที่ได้รับยกย่องว่างดงามที่สุด โดยมีสภาพสมบูรณ์กว่าองค์ที่มีการประมูลขาย

ล่าสุด เมื่อวันที่ 4 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายทนงศักดิ์ หาญวงษ์ และ นายโชติวัฒน์ รุญเจริญ นักวิชาการอิสระ ได้เดินทางลงพื้นที่ยังจังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติม

เขาปลายบัด ที่ตั้งของปราสาทเขาปลายบัด สถานที่พบประติมากรรมโบราณก่อนถูกนำออกนอกประเทศ
เขาปลายบัด ที่ตั้งของปราสาทเขาปลายบัด สถานที่พบประติมากรรมโบราณก่อนถูกนำออกนอกประเทศ

เวลา 11.00 น. นายทนงศักดิ์และนายโชติวัฒน์ ได้เดินทางไปพบ นายเฉื่อย มูระคา อายุ 84 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ซึ่งเคยให้สัมภาษณ์ว่าอยู่ในเหตุการณ์ลักลอบขุดตามที่ปรากฏในคลิปวิดีโอที่มติชนได้เผยแพร่ทางเว็บไซต์มติชนออนไลน์เมื่อไม่นานมานี้ นายเฉื่อยให้ข้อมูลเพิ่มเติมนอกเหนือจากคลิปดังกล่าวว่า ในขณะที่มีการลักลอบขุดปราสาทบนเขาปลายบัดเมื่อราว 50 ปีก่อน นอกจากชาวบ้านจำนวนมากทั้งในพื้นที่และต่างถิ่นจะอยู่ในเหตุการณ์ ยังมีฝรั่งผมทองทั้งชายและหญิง ประมาณ 5-10 คนมาสังเกตการณ์ คาดว่าจะรอรับซื้อจากนายทุนคนไทยที่จ้างชาวบ้านขุดอีกทอดหนึ่ง

นายเฉื่อยยังกล่าวอีกว่า ราคาขายในขณะนั้น โพธิสัตว์องค์เล็ก อยู่ที่ 3,000-5,000 บาท ส่วนองค์ใหญ่เท่าตัวคน ขายกันในราคาหลักแสน ส่วนตัวอยากให้โพธิสัตว์กลับมายังบุรีรัมย์เพื่อให้ลูกหลานได้เห็นว่าบ้านของตนเคยมีของดี

เวลา 12.00 น. เดินทางต่อไปยังบ้านเลขที่ 80 ตำบลยายแย้ม อำเภอเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งได้รับเบาะแสว่าอาจมีภาพถ่ายเก่าขณะลักลอบขุดปราสาท โดยได้พบกับ นางพิม ดีมาก อายุ 79 ปี ซึ่งกล่าวว่า บิดาของตน ชื่อนายฤทธิ์ เคยขุดที่ปราสาทบนเขาปลายบัด พบพระพุทธรูปองค์หนึ่ง จึงอัญเชิญมาไว้ในศาลาประจำหมู่บ้าน โดยตั้งใจจะนำไปประดิษฐานที่วัด แต่ตำรวจมาจับเสียก่อน สุดท้ายถูกนำตัวไปจำคุกราว 3-4 วัน แล้วยึดของกลางไว้ เหตุการณ์หลังจากนั้นไม่ทราบว่าของไปอยู่ที่ใด ซึ่งนอกจากบิดาของตนแล้ว ชาวบ้านอีกหลายรายขุดพบประติมากรรมจำนวนมาก แต่นำไปซ่อนไว้ ส่วนภาพถ่ายไม่มี เพราะกล้องถ่ายรูปยุคนั้นยังไม่แพร่หลาย

“ตอนนั้นมีการขุดกันเยอะ เจอทั้งโพธิสัตว์มีหลายๆ แขน มีพระพุทธรูปนาคปรกทำจากหินสีเขียวสวยมาก แทบไม่มีรอยแตกรอยบิ่นเลย เวลาขุดๆ อยู่แล้วตำรวจมา ต่างคนต่างวิ่งไม่คิดชีวิต พอได้ของมาแล้ว บางคนเอาไปขาย ได้เงินมาซื้อรถยนต์ขับ” นางพิมกล่าว

ที่ตั้งศาลาของหมู่บ้านซึ่งเคยเป็นที่เก็บพระพุทธรูปที่ขุดได้จากเขาปลายบัด ก่อนจะถูกยึดเป็นของกลาง โดยไม่ทราบว่าถูกส่งต่อไปที่ใด ปัจจุบันเป็นที่ทำงานคณะกรรมการหมู่บ้าน
ที่ตั้งศาลาของหมู่บ้านซึ่งเคยเป็นที่เก็บพระพุทธรูปที่ขุดได้จากเขาปลายบัด ก่อนจะถูกยึดเป็นของกลาง โดยไม่ทราบว่าถูกส่งต่อไปที่ใด ปัจจุบันเป็นที่ทำงานคณะกรรมการหมู่บ้าน

เมื่อนายทนงศักดิ์นำภาพถ่ายโพธิสัตว์จากวารสารอาร์ต ออฟ เอเชีย ซึ่งเขียนโดยเอ็มม่า ซี บังเกอร์ให้ชม นางพิมรับว่าคุ้นตา โดยเฉพาะพระพุทธรูปนาคปรก และพระโพธิสัตว์บางองค์ แต่จำรายละเอียดไม่ได้แน่ชัดเพราะผ่านมาถึง 50 ปีแล้ว

ด้านนายเผื่อย พลจั่นสุข อายุ 80 ปี ชาวบ้านอีกราย กล่าวว่า ตนมั่นใจว่าเคยเห็นประติมากรรมในภาพ โดยเฉพาะพระพุทธรูปนาคปรก ส่วนพระโพธิสัตว์องค์เล็กๆ พบวางอยู่เป็นกอง รวม 32 องค์ ตนจำได้แม่นยำ เพราะอยู่ในเหตุการณ์

“ตอนนั้นมีการขุดกันมาก พระองค์ใหญ่จะช่วยกันหามลงมาจากเขาปลายบัดในตอนกลางคืน เพราะต้องหลบตำรวจ มีชาวบ้านเป็นคนรับจัดหาของไปขายนายทุน ส่วนใหญ่เสียชีวิตไปหมดแล้ว หลังจากของพวกนี้หายไป ก็ไม่รู้ข่าวอีกเลยว่าไปอยู่ที่ไหน ถ้ากลับมาที่นี่ได้ก็ดี” นายเผื่อยกล่าว

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้กปปส.เล็งร้องป.ป.ช.เอาผิด’กกต.-รบ.ปู’ชดใช้2.4พันล้าน แถมท้ากกต.ดีเบตว่าใครผิด
บทความถัดไปเงิบแรง! วัยรุ่นมะกันควงปืนปล้น แต่กลับเจอแคชเชียร์สู้ยิบตาจนต้องหนี (ชมคลิป)