กลั้นน้ำตาไม่ไหว ชาคริต เผยความในใจถึง ‘เร แม๊คโดแนลด์’ แอน-เกลือ-เปเล่ ลั่นมิตรภาพไม่มีวันสิ้นสุด
บรรยากาศพิธีรดน้ำศพและสวดอภิธรรมบำเพ็ญกุศลคืนแรกของนักแสดงและพิธีกรผู้เป็นที่รัก “เร แม๊คโดแนลด์” ณ วัดยาง พระอารามหลวง เป็นไปอย่างเนืองแน่นและอบอวลไปด้วยความอาลัยจากครอบครัวและเพื่อนพ้องทั้งในและนอกวงการบันเทิง นำโดยกลุ่มเพื่อนสนิทอย่าง ชาคริต แย้มนาม, แอน ภัททิรา, เกลือ กิตติ เชี่ยววงศ์กุล และ เปเล่ คริสโทเฟอร์ วอชิงตันที่มาร่วมแรงร่วมใจกันจัดงานให้ออกมาเป็น “พี่เร” มากที่สุด พร้อมดูแลความเรียบร้อยและฮีลใจกันและกันในวันที่ต้องรับมือกับการสูญเสียอย่างกะทันหัน

กลุ่มเพื่อนสนิทได้เปิดใจถึงมิตรภาพยาวนานกว่าหลายสิบปี โดยระบุว่าแม้ตัวจะจากไปแต่บทสนทนาและความผูกพันจะยังคงดำเนินต่อ ทั้งเรื่องงานเดินทางที่จะนำมาขยายผลและสานต่อ การคอยซัพพอร์ตดูแลครอบครัว ทั้งคุณแหม่ม และ “น้องมิก้า” ลูกชายของเร ซึ่งทุกคนย้ำชัดว่า “เราคือครอบครัวเดียวกันอยู่แล้ว” พร้อมเผยความรู้สึกสุดซาบซึ้งและขอบคุณทุกกำลังใจจากแฟนๆ ทั่วประเทศที่ส่งมาให้ในวันที่โลกเหมือนหยุดหมุน เพื่อร่วมไว้อาลัยให้กับการเดินทางครั้งใหม่ของชายผู้เป็นรักของทุกคน

เกลือ กิตติ : “เมื่อคืนเป็นความร่วมแรงร่วมใจของทุกคนจริงๆ นะครับ แล้วก็มารวมกันอยู่ที่บ้านพี่เร จุดประสงค์แรกคือเรื่องการจัดงานนี่แหละครับ แต่อีกส่วนนึงก็คือการที่มาเซฟใจกันและกัน แล้วก็มาเป็นกำลังใจให้กัน มันสำคัญมากเลยนะครับ”
นักข่าว: มีการแบ่งหน้าที่กันยังไงบ้างคะ?
เปเล่ : “จริงๆ เราไม่ได้ถนัดเรื่องนี้หรอกครับ แต่ว่าเราก็พยายามออกความคิดเห็น แล้วก็แบ่งงานกันครับ ก็จะมีงานสองฝั่ง ฝั่งที่ต้องไปโรงพยาบาล แล้วก็ฝั่งที่จะคอยรับแขกทางนี้ด้วย”
เกลือ กิตติ : “ฝั่งรอรับพี่ๆ นักข่าวก็เป็นของแอนครับ”
แอน ภัททิรา : “ของแอนคือหน้าที่อยู่ที่วัดค่ะ แล้วก็รอรับพี่ๆ นักข่าว ที่มากันตั้งแต่เที่ยงเลย แล้วก็เรื่องอาหารการกินทั้งหมด เรื่องการจัดศาลา จัดเรื่องของพวงหรีด แล้วก็เรื่องของการรับแขกข้างหน้า
เปเล่ : “สิ่งที่เตรียมให้พี่เร ก็ไม่มีอะไรครับ คืออย่างที่เรียนว่ามันไม่ใช่เรื่องที่เราถนัด แล้วก็เราก็ทำมันอย่างไว เมื่อคืนเราก็ประชุมกันถึงเที่ยงคืน คนเยอะ แล้วทุกคนก็อยากจะมีส่วนร่วม เราก็ต้องจัดการให้มันลงตัว สิ่งที่เราต้องระวังคือต้องไม่ติดขัด ไม่ทะเลาะกัน แล้วก็มองเห็นทุกรายละเอียดให้ชัดเพื่อที่จะให้งานมันราบรื่นมากกว่า ไม่ได้มีอะไรเซอร์ไพรส์หรอกครับ แค่เพื่อนมาขนาดนี้ ให้พี่มาขนาดนี้ ผมว่าเพื่อนก็น่าจะดีใจ”
เกลือ กิตติ : “แล้วก็สิ่งที่ทำก็คือทำให้ออกมาดูเป็นพี่เรมากที่สุด ที่รู้สึกว่าอันนี้ถ้าพี่เรเขาได้เห็น เขาคงชอบ”
เปเล่ : “คือพี่เรชอบสีส้ม ถ้าได้สังเกตดอกไม้ การตกแต่ง กรอบรูป พี่เรก็เป็นสีของพี่เรมาโดยตลอด ตั้งแต่สมัยเรียนแล้ว ถ้าสังเกต รายการทีนทอล์กก็สีส้มเนอะ”


แอน : “เร่ร่อนก็สีส้ม”
ชาคาิต : “เดี๋ยวของชำร่วยก็คือทุกฝ่ายคนที่สนิทกันก็มาช่วยกัน ไม่ว่าจะเป็น อาหาร หน่วยกู้ภัย วัด ทุกอย่าง เพื่อนๆ ก็มานั่งคิดกัน อย่างที่เล่บอกก็อยู่กันยาวๆ แล้วก็ค่อยๆ กลับมาทบทวนว่า เราตกหล่นอะไรมั้ย เราลืมอะไรมั้ย เอาจริงๆ อย่างเราก็ไม่รู้ อย่างวันนี้พอมาถึงเสร็จปุ๊บ จริงๆ วัดเขาไม่ได้มีห้องเย็น แต่ว่าพอพี่ข้างในรู้ว่าต้องตกแน่นอน เขาก็เตรียมทุกอย่างเอาไว้ให้ คือทุกอย่างมันฉุกเฉินมากๆ จริงๆ ครับ ก็ต้องขอบคุณทุกฝ่าย ขอบคุณพี่ๆ นักข่าวทุกคนด้วยที่มากัน แล้วก็น่ารักมาก แบบใจเย็น แล้วก็รอพวกเรา ขอบคุณมากๆ”
เปเล่ : “ใช่ๆ วันนี้ก็ขอบคุณด้วยที่ให้ความร่วมมือตั้งแต่เช้า ใครไปที่โรงพยาบาล เราก็ส่งได้อย่างราบรื่น แล้วก็ไม่มีใครเป็นอะไรกัน ก็ขอบคุณพี่ๆ ด้วย ขอบคุณมากๆ จริงๆ”
เปเล่ : “ถ้าจะให้พูดถึงเรมันก็พูดไม่หมดเนอะ ผมก็ยังคุยกันอยู่นะ ไม่ใช่ว่ามันสิ้นสุดไปแล้ว อาจจะคุยกันในใจ อาจจะคุยกันย้อนหลัง มันก็จะเป็นความทรงจำส่วนตัว ที่แน่นอนในมุมเพื่อนเราก็จะแลกเปลี่ยนกันไป ผมไม่คิดว่าบทสนทนาเราจบลงนะ เรายังคุยกันอยู่ตลอด”
เมื่อ 2 ปีที่แล้ว เรเคยโพสต์รูปนึง ที่มีข้อความว่า “ชาตะเมื่อไหร่ก็ได้ มรณะเมื่อไหร่ก็ได้”
เกลือ : “พี่เรเป็นคนเข้าใจสัจจธรรมชีวิตมากๆ (ยิ้ม) เท่าที่ผมรู้จักพี่เร ผมว่า ผมเข้าใจนะ เขาก็รู้สึกว่าเขาก็พร้อมที่จะรับมือกับมันทุกอย่าง มันก็ดูความมีความเป็นเขาด้วย”

ชาคริต : “เขาก็เป็นคนทำทุกอย่าง เขาเต็มที่กับทุกอย่าง เขาเป็นนักเดินทางเนอะ ในชีวิตเขาก็เจออะไรมา เห็นอะไรมา (เสียงสั่น) ได้เรียนรู้ ได้เข้าใจอะไรมาเยอะนะครับ เขามีโอกาสที่ได้ไปเห็นโลกกว้าง เขามีระบบความคิด ความไตร่ตรอง ความมุ่งมั่น ที่ถือเป็นแบบฉบับของเขานะครับ ที่ว่าทำไมทุกคนถึงรักเขา ผมมองว่าเขาก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่ดีของน้องๆ อีกหลายคน (น้ำตาซึม) ก็ยังเดินทางต่อไปนั่นแหละ ไม่รู้ตอนนี้ไปเที่ยวเล่นอยู่ที่ไหน”
สิ่งที่จะสานต่อให้พี่เร
เปเล่ : “อันนี้ผมขออนุญาตตอบนะ จริงๆ การเดินทางยังเดินทางกันต่อ เรายังไม่ได้คุยกันเป็นกิจจะลักษณะ แต่บนพื้นฐานที่คุยกันกว้างๆ เราอยากให้การเดินทางของพี่เรได้ขยายโตขึ้น ได้เดินทางกันต่อ รูปแบบเป็นยังไง เดี๋ยวรอให้พวกเราได้คุยกันก่อน”

ชาคริต : “งานที่วางไว้ที่มันจะต้องมีการเดินทางต่อ ไม่ว่าจะทางพุฒ (ลีโอ พุฒ) ต้าร์ (เผ่าพล เทพหัสดิน ณ อยุธยา) หรือทางครอบครัวเขาเองเดี๋ยวก็จะมีคุยกันต่อ เพราะว่างานก็ต้องดำเนินต่อไปครับ”
ในโซเชียลมีการแชร์ภาพบ้านพี่คริส แล้วบอกว่ามีห้องสำหรับพี่เรด้วย
ชาคริต : “มันเป็นการพูดกันในหมู่เพื่อนแหละครับ เพราะว่าจริงๆ แล้ว ไม่ว่าจะเป็นบ้านเร บ้านเล่ บ้านผม หรือแม้แต่บ้านใครจริงๆ มันก็เหมือนบ้านพวกเราทุกคนนะ เพราะพวกเราก็เจอกัน เข้าออก ไปมาหาสู่กันอยู่ตลอด เพราะฉะนั้นมันก็แทบจะเหมือนบ้านเราเอง ไม่ว่าจะตรงไหน ก็เป็นการพูดเล่นครับ เขาเรียกห้องเก็บตกแล้วกัน พอใครไม่ไหวก็พัก (หัวเราะ)”
แอน : “น่าจะเป็นการคุยกันแซวกันเล่นๆ ค่ะ”
ชาคริต : “เป็นห้องมหาชน ห้องสุมของเพื่อนๆ เพื่อนอยู่นิวยอร์กจะกลับมาก็ห้องกูพร้อมมั้ยอะไรแบบนี้ครับ ทุกคนจะรู้กัน”
ดูแลฮีลใจกันยังไง
ชาคริต : “ก็เรื่อยๆ ครับ คือด้วยความที่พอโตกันแล้ว มีครอบครัว จากเมื่อก่อนตอนเด็กๆ อยู่ด้วยกัน 7 วัน อยู่กันแบบนั้นเป็น 10 – 20 ปี พอเราเริ่มมีครอบครัว มีลูก มันก็ต่างคนต่างทำงาน ก็มีเส้นทางในการทำงานในแบบของตัวเอง มีความรับผิดชอบในแบบของตัวเอง แต่เราก็จะมาเจอกันทุก 4 – 5 เดือน บางทีปีนึงก็ไม่เจอกัน แต่เมื่อเจอกันทีไร พอเจอปุ๊บ มันเหมือนเพิ่งเจอกันเมื่อวาน ก็นั่งคุยกัน มันเป็นอย่างนั้นไปแล้ว จะเป็นอย่างนั้นตลอด มีอะไรเราก็จะพูดกันหมดเปลือก เราก็จะคุยกัน ปรึกษากันเรื่องงาน แนวทาง ตอนนี้เป็นยังไง เรากำลังจะมา X กันเมื่อไหร่ มันก็มีการคุยกันอยู่ตลอดครับ แต่ว่ามันก็ยังไม่ถึงวาระเนอะ มันก็เป็นการทำงานที่เขาก็ยังมีงานที่ต้องเดิน ที่ต้องรับผิดชอบ ตัวเราเองก็ยังมีอะไรที่ต้องรับผิดชอบ งานมันก็เป็นสิ่งที่คุยกันอยู่เสมอ มันก็เป็นเรื่องของการอัปเดต”
สิ่งที่พี่เรน่าจะมีความห่วงที่สุดตอนนี้
ชาคริต : “ก็ในฐานะคุณพ่อนะครับ เขาก็คงหนีไม่พ้นลูก ภรรยา แล้วก็ครอบครัว นั่นคือสิ่งแรก ที่ 1 ของเขาอยู่แล้วครับ”
เห็นภาพน้องโพและลูกพี่เรกอดกัน
แอน : “จริงๆ ก็คือเมื่อวานนี้ ทั้งลูกของเกลือ ทั้งลูกของเราก็อยากจะไปฮีลใจมิก้า เพราะว่าน้องก็คงจะรับรู้ได้ แต่เขาก็ไม่แสดงออกในเรื่องของความเสียใจ”

เกลือ : “เรารู้สึกว่าช่วงเวลาของการสูญเสีย สิ่งที่ดีที่สุดที่จะช่วย เหลือกันได้ มันก็คือมิตรภาพ เราก็ไปให้กำลังใจคุณแหม่มซึ่งเป็นแม่ แต่เราก็รู้สึกว่ามิก้าควรจะต้องได้รับมิตรภาพด้วยเช่นกัน ที่จะประคับประคองให้เขาผ่านช่วงเวลาสูญเสียได้ ก็มีโพกับรามที่ไปช่วยกัน แล้วทุกคนก็ต้องบอกว่าดูแลมิก้านะ ต้องเซฟใจมิก้านะ แล้วมิก้าเขาเป็นเด็กที่น่ารัก เขาเป็นเด็ก Nice เป็นที่รักสำหรับทุกคนอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเขามีกำลังใจ มีเพื่อนๆ เขาอีกเยอะแยะมากมายเลย”
แล้วมิก้าเหมือนพี่เรมาก?
แอน : แอนว่าเหมือนพ่อกันทุกคนเลยนะคะเด็กๆ (หัวเราะ) ใช่ เหมือนพ่อกันทุกคนเลย ไม่ว่าจะเป็นลูกเกลือ ลูกชาคริต (หัวเราะ)”
ในสิ่งที่พี่เรห่วงเรื่องลูกชาย เราในฐานะเพื่อน ได้ให้คำมั่นสัญญาอะไรกับพี่เรมั้ย ว่าเราจะช่วยกันประคับประคองกันต่อไป?
แอน : “ด้วยความที่เขาจากไปกะทันหันนะคะ เราก็ไม่ได้มีคำสัญญาอะไรกันขนาดนั้น แต่ด้วยที่เราอยู่ด้วยกันในทุกครั้ง เวลาพาเด็กๆ มาเจอกัน มาเล่นกันในทุกๆ ครั้ง เราก็พูดกันอยู่แล้วว่า เราจะดูแลกันและกันอยู่แล้วค่ะ”
ชาคริต : “เราคือครอบครัวเดียวกันอยู่แล้วครับ มันไม่ได้ต้องมีการวางแผนหรือคุยกันว่ายังไงอะไร เพราะว่าสุดท้ายแล้ว วันนี้ที่เพื่อนไม่อยู่แล้ว แต่แหม่มก็ยังอยู่ มิก้ายังอยู่ ครอบครัวเขายังอยู่ พวกเราเองก็ยังอยู่ตรงนี้เพื่อทุกคนเสมอ เขาก็อยู่ตรงนั้นเพื่อพวกเราเหมือนกัน มันก็คือเพื่อซึ่งกันและกันเมื่อต้องการ”
เกลือ : “คำว่าเพื่อนมันไม่ได้แปลว่าเรากับพี่เร ครอบครัวพี่เร พี่แหม่ม มิก้า ก็ครอบครัวของพวกเราด้วยเหมือนกัน เพราะฉะนั้นมันเลยไม่จำเป็นจะต้องบอกว่าเราจะดูแลกันยังไง เพราะยังไงเขาก็คือหนึ่งในสมาชิกครอบครัวของพวกเราอยู่แล้วครับ”

อยากให้บอกอะไรถึงแฟนๆ ที่ส่งกำลังใจมาให้มั้ยคะ?
ชาคริต : “ขอบคุณมากๆ นะครับ ขอบคุณทั้งประเทศจริงๆ เพราะว่าเมื่อวาน วันนี้ก็คือเหมือนโลกหยุดไปให้เขาจริงๆ ทุกคนส่งกำลังใจมา มันมีความหมายมากต่อครอบครัว (เสียงสั่น) แล้วก็เพื่อนๆ ทุกคนจริงๆ เพราะว่า อย่างที่บอก (นิ่ง น้ำตาซึม) เขาคือเขา เรคือเรจริงๆ อย่างที่ทุกคนรู้ แล้วเขาก็ไปในแบบของเขาจริงๆ”
สิ่งที่อยากจะบอกเขาคืออะไร?
ชาคริต : ตามปกติแหละครับ ก็ เฮ้ย เจอกันเว้ย คือบางทีมันอยู่ด้วยกันมา จนบางครั้งมันไม่จำเป็นต้องเอ่ยปากพูด บางทีแค่มองก็รู้ หรือฟังเสียงปลายสายก็รู้ คือทั้งคู่ถ้าไม่ถึงเวลา เราก็จะไม่…”
แอน : “ไม่ได้สวีท (หัวเราะ)
ชาคริต : “ใช่ (หัวเราะ)”
แอน : “เวลาเขาเจอกัน เขาก็จะเฮ้ย อะไรแบบนี้ แต่ก็รู้ว่าความรัก ความผูกพันเป็นยังไง แต่เขาไม่ได้มานั่งสวีท บอกรักอะไรอย่างนั้น”

ชาคริต : “มันเป็นเหมือนพี่น้อง มันไม่ได้เหมือนเพื่อน เพราะว่ามันก็อยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก แล้วมันก็มีอะไรที่คิดคล้ายๆ กัน หรือว่าสิ่งที่เราทำมันมีความคล้ายๆ กัน หลายๆ จังหวะ มันไม่ได้จำเป็นต้องพูด หรือว่าเตือนซึ่งกันและกันขนาดนั้น แต่ว่าเรื่องสุขภาพก็เป็นอะไรที่เราก็เตือนซึ่งกันและกันอยู่ตลอดอยู่แล้ว มันเตือนผมด้วยซ้ำ (หัวเราะ) ส่วนใหญ่ เพราะว่ามันก็หลายๆ อย่าง”
การจากไปกะทันหันของพี่เร มีมุมไหนที่ได้สอนเราบ้างมั้ย?
ชาคริต : “ก็ความเข้มแข็ง ความเป็นเขา ความคิด หลักการของการสู้ การมุมานะ การมุ่งมั่น ความเข้มแข็งทุกอย่าง ตอนผมเด็กๆ เวลาผมเละๆ เวลาขี้เกียจ เปรี้ยว อะไรแบบเด็กๆ ไม่ทำนู่น ไม่ทำนี่ หรือ งอแง แม่ผมก็จะพูดเสมอว่าดูเรสิ ให้ได้ครึ่งหนึ่งของเขา (ร้องไห้)”
แน่นอนว่าลูกๆ ลูกพี่คริต ลูกพี่เกลือก็จะซัปพอร์ตจิตใจกันไปแบบนี้?
ชาคริต : “ครับ”
เปเล่ : “มิก้าเข้มแข็งมาก เขาไม่อยากให้ใครเป็นห่วง เหมือนพ่อเขาเลย”

