“ตื่นเต้น” อัษฎาวุธ เหลืองสุนทร บอกเลยแบบไม่มีปิดบังถึงความรู้สึก ขณะละคร ‘ข้ามสีทันดร’ ที่เขากำกับการแสดงกำลังจะออกอากาศ ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 คืนนี้
“จริงๆทุกอย่างก็ผ่านการคิด วางแผน วางโครงเรื่อง ทำบทโทรทัศน์ ถ่ายทำ ตัดต่อ อันนี้คือกระบวนการขั้นสุดท้ายของการพิสูจน์ว่าสิ่งที่เราทุ่มเทจะได้เสียงตอบรับอย่างไร”

เขายังตอบ เมื่อถูกถามว่ากับงานซึ่งสร้างจากบทประพันธ์ชื่อดังของกฤษณา อโศกสิน และมีนักแสดงคนดังอย่างโป๊ป ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ นำแสดง และดูจะเป็นความหวังของช่องนั้น ทั้งหมดนี้สร้างความกดดันให้เขาไหม ว่า “ไม่เลย”
“อันนี้เราเฉยๆเลยนะ แต่โป๊ปต้องกดดัน” ว่าแล้วก็หัวเราะ ก่อนจะออกตัวว่า แค่ล้อเล่น
เขายังว่าถึงตอนนี้ตัวเขาเองก็ยังไม่แน่ใจ ว่าผลตอบรับจากคนดูจะเป็นอย่างไร แต่ที่แน่ๆคือ ตั้งใจจะไปดูสดพร้อมสังเกตุปฏิกริยาผู้ชม ณ ที่ใดที่หนึ่ง
“ทุกๆครั้งต้องดูสดพร้อมกับคนดู ถ้าวันที่ละครออกอากาศแล้วไม่มีถ่ายทำ ผมจะย่องไปดูตามร้านอาหาร ร้านไปไหนเปิดละครเรา แล้วมีคนดู ก็เข้าร้านนั้น ไปดูปฏิกริยาของผู้ชมโดยที่เขาไม่รู้ตัว ดูว่าเขาชอบไหม หัวเราะไหม เศร้าตามจังหวะละครหรือเปล่า”
“แบบนี้ก็เป็นช่องทางหนึ่งที่ทำให้รู้ว่าเราควรจะปรับอะไร แก้อะไร เพราะก็อยากทำให้ถูกใจผู้ชมมากที่สุด”

ในฐานะผู้กำกับ อัษฎาวุธ ยังบอกอีกว่า สำหรับเขาแล้วนักแสดงในเรื่องข้ามสีทันดรนั้น “เด็ดทุกคน”
“ทุกคนตรงคาแรคเตอร์ ตรงใจ ทำงานง่าย”
และเมื่อให้โฟกัสที่โป๊ป “มืออาชีพมาก” คือคำตอบที่เขาให้
“เขามีอะไรให้เราตลอด จริงๆนะ แสดงเก่ง แล้วยังมีของแถม บางทีเราคิดภาพฉากนี้ไว้แบบนี้ แต่เขาแถมให้ ซึ่งดีมาก ชอบแล้วก็ซื้อที่เขาแถมมาหมด”
“เป็นนักแสดงขี้สงสัย จะถามผู้กำกับตลอด พอเข้าใจก็แสดงเต็มที่ และเป็นอย่างที่เราต้องการทุกประการ”
“เขาคือ ‘เที่ยงวัน’ อยู่แล้วนะ นอกจากเรื่องเสพยา เป็นคนที่มีความเป็นศิลปิน แคร์ผู้แสดงร่วม เพราะฉะนั้นเขาจะทำหน้าที่ตัวเองอย่างดี คิดเยอะว่าคนอื่นจะคิดอย่างไรกับเขา คนประเภทนี้เป็นคนดี”
กับละครเรื่องนี้ อัษฎาวุธบอกว่าเขาอยากให้ทุกคนได้ดู เพื่อจะได้เห็นชีวิตของคนในสังคมอันหลากหลาย
“เรื่องนี้เป็นละครชีวิตที่จะทำให้เราเห็นตัวเองได้”
“เราอาจไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด แต่วิธีการแก้ของเราเวลาเจอปัญหา หรือเจออะไรกระทบใจ ตัวละครจะสะท้อนว่าถ้าเป็นเรา เราจะแก้ปัญหานี้อย่างไร”
“ที่ผ่านมาเราแก้ปัญหาแบบไหน และผ่านมาได้อย่างไร ผ่านได้ด้วยตัวเอง หรือผ่านมาเพราะครอบครัว คนข้างๆ เพื่อน พี่น้อง สามีภรรยา”
“เราเป็นคนโดดเดี่ยว หรือเราปล่อยให้คนข้างๆเราโดดเดี่ยวอยู่หรือเปล่า และเราจะทำอย่างไรให้เขารู้สึกปลอดภัยว่าชีวิตนี้ไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวนะ”
“มันจะมีข้อคิดอยู่ในการตัดสินใจของตัวละครอยู่เสมอ และมีเรื่องครอบครัวพ่อแม่ลูก ความผูกพัน ความใส่ใจ”
“ละครเรื่องนี้คือสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในสังคม เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน กับคนรอบตัว แต่คนบางคนมักทำเป็นมองไม่เห็น แต่จริงๆละเลยไม่ได้นะ เพราะมันอาจจะใกล้ตัวขึ้นเรื่อยๆ เราดูเพื่อให้รู้ทันดีกว่า จะได้แก้ปัญหาได้”
เขายังเปิดใจอีกว่า “ผมเองเวลาทำงานก็อยากให้งานประสบความสำเร็จ ความรู้สึกเหมือนพ่อครัวน่ะ เวลาทำกับข้าวก็อยากให้คนชิม ชิมแล้วอร่อย และกินจนหมด”
“ที่มากกว่านั้นคือเรารู้สึกว่าอาหารของเรามีประโยชน์กับสุขภาพ กินเถอะ ทำให้ร่างกายแข็งแรง เราเลือกสิ่งที่ดีมาปรุงอาหารให้ รสชาติอาจไม่คุ้น แต่อยากให้เปิดใจลองชิม”
เริ่มตั้งแต่ 20.15 น. คืนนี้ ทางช่อง 3

