‘ซินดี้’ ผุดนิทรรศการ ‘พลังสังคมหยุดคุกคามทางเพศ’ แม้ไม่หวังผลเต็มร้อยแต่ลดน้อยลงบ้างเถิด

24.06.18 | 13:00 น.

จากโปรเจ็กต์ #donttellmehowtodress #tellmentorespect ที่ ซินดี้ สิรินยา วินศิริ จุดประกายจากความไม่เห็นด้วยที่เจ้าหน้าที่รัฐออกมาให้คำแนะนำผู้หญิง ให้แต่งตัวมิดชิดในช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา เพื่อป้องกันไม่ให้โดนลวนลาม หรือถูกข่มขืน ซึ่งซินดี้มองว่าไม่ถูกต้อง เพราะในความเป็นจริงผู้หญิงควรมีสิทธิแต่งกายแบบไหนก็ได้ที่ไม่อนาจาร ไม่ผิดกฎหมาย ผู้ชายต่างหากที่ไม่มีสิทธิแตะต้องเนื้อตัวของพวกเธอ-ซึ่งในที่สุดก็กลายเป็นกระแส และได้รับการสนับสนุนจากผู้คนเป็นจำนวนมาก

ล่าสุดซินดี้ก็ผุดนิทรรศการ พลังสังคมหยุดคุกคามทางเพศ หวังสานต่อความคิดในเรื่องดังกล่าว ซึ่งเจ้าตัวเผยว่าได้แรงบันดาลใจมาจาก “นิทรรศการคุณแต่งตัวอย่างไรในวันเกิดเหตุ” ที่มหาวิทยาลัยในต่างประเทศจัดขึ้น โดยนำชุดที่ผู้หญิงใส่ในวันที่โดนล่วงละเมิดทางเพศมาจัดแสดง ให้คนที่มาดูหาคำตอบให้ตัวเองว่าเป็นเพราะชุดของผู้หญิงเท่านั้นจริงไหม?

นิทรรศการซึ่งได้รับการสนับสนุนจากหลายหน่วยงานให้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 25 มิถุนายนถึง 1 กรกฎาคม ที่สยามพารากอน ก่อนจะย้ายไปจัดต่อที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ในวันที่ 3 กรกฎาคมนั้น ซินดี้บอกว่า นอกจากจะมีการนำเสื้อผ้าของหญิงผู้ตกเป็นเหยื่อ การลวนลามและข่มขืนมาแสดงแล้ว ยังจะมีส่วนแสดงภาพและความเห็นของเหล่าดารา เซเลบ คนดังในเรื่องของการล่วงละเมิด

ซินดี้ และ ใหม่ ดาวิกา ผู้มาร่วมโครงการ

“พวกเขามาช่วยขยายเสียงและข้อความที่เราอยากจะพูดให้ดังขึ้น เพราะเราก็ไม่ได้อยากได้แค่ดารามาใส่เสื้อถ่ายรูป เลยจะเป็นการครีเอทภาพที่จะสื่อสารเรื่องมายาคติ เรื่องสิ่งที่เราได้ยินบ่อยๆ หรือข้อมูลจริงๆที่เราอยากพูด รวมถึงเรืองที่พวกเขาอยากพูดในเรื่องนั้นๆ”ซินดี้ว่า

นักแสดงและนางแบบผู้เคยมีประสบการณ์โดนกลุ่มผู้ชายล้อมกรอบลวนลาม ขณะพลัดกับกลุ่มเพื่อนที่ออกเที่ยวสงกรานต์ด้วยกัน ขณะอายุเพียง 17 ปี ทั้งๆ ที่ไม่ได้แต่งตัวล่อแหลมใดๆ บอกว่า แม้เวลาจะผ่านไปนาน แต่ถึงวันนี้ยังจำเหตุการณ์ขณะพลัดหลงกับเพื่อน จนเจอเรื่่องร้าย รวมถึงความรู้สึกที่ทั้งตกใจและหวาดกลัวได้อย่างแม่นยำ

Advertisement

“จากที่เรากำลังหัวเราะ กำลังสนุก กลายเป็นตกใจ ร้องไห้ เป็นความรู้สึกที่ไม่อยากให้เกิดกับใคร”

“ถูกกระทำแบบไร้ศักดิ์ศรีมาก”

ซึ่งขนาดถูกลวนลาม ยังทำให้รู้สึกแย่ขนาดนี้ แล้วรายที่ถูกข่มขืนจะจะทุกข์สาหัสขนาดไหน

“มันเป็นปัญหาใหญ่มาก ข่าวมีแทบทุกวัน แล้วความรุนแรงก็มีขึ้นเรื่อยๆ คนในครอบครัว เด็ก เด็กกับเด็ก วิกฤตมาก เราจึงขอทำอะไรในรฐานะผู้หญิงคนหนึ่ง พยายามทำในทางที่เป็นกลาง อยากทำให้คนเข้าใจ”

ซินดี้ และ โตโน่ ผู้มาร่วมโครงการ

ถ้าเป็นไปได้…”แน่นอนค่ะว่าอยากให้ปัญหานี้หายไป ซึ่งไม่ใช่แค่เรื่องข่มขืน แต่อยากให้การคุกคามในทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะทางวาจา สายตา การกระทำ”

“สังคมวันนี้เรายังมองว่าผู้ชายเป็นใหญ่ ควรมาดูให้ชัดเจนดีกว่าว่าเราคิดอะไรกับเรื่องนี้ เวลาผู้หญิงถูกกระทำ แวบแรกเราคิดว่าเธอไม่น่าแต่งตัวแบบนั้นเลย หรือไปทำตัวแบบไหนถึงโดนแบบนี้ เมาหรือ เราจี้ที่ผู้หญิงก่อนเลยหรือเปล่า”

“ทำไมไม่ถามคนกระทำบ้างเลย”

“หลายครั้งที่ผู้หญิงไปร้องทุกข์ ก็จะเจอคำถามนี้กลับมา เพราะหลายๆ ครั้งมันไม่มีร่องรอยบาดเจ็บที่เห็นได้ชัด ไม่มีพยาน หรือกล้องวงจรปิด ก็ต้องมีการฟังหรือเชื่อเขาบ้าง”

“ดังนั้นถ้าเราสามารถเป็นกระบอกเสียงได้ อย่างน้อยทำให้คนในสังคมหันมาคิด หรือตระหนักถึงเรื่องนี้มากขึ้นมันก็เป็นประโยชน์ และนำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลง”

แต่ในโลกแห่งความเป็นจริง ที่คำว่า “ถ้า” เป็นได้แค่การมโน ซินดี้ก็ว่า “จะให้สะอาดเพอร์เฟ็คต์ ไม่มีทาง ยังไงต้องมีคนเลวในสังคม อันนี้ยอมรับ”

“เอาเป็นว่าเริ่มทีละขั้น”

“ถ้าคนที่มานิทรรศการนี้มีมุมมองใหม่ๆ คิดเรื่องนี้กันมากขึ้น”

“แค่นี้ก็ยังดี”

ซินดี้ และ เบลล่า ผู้มาร่วมโครงการ