การรับรู้เรื่องวัฒนธรรมจากเกาหลีใต้ช่วงทศวรรษหลังที่ผ่านมา เห็นได้ชัดเจนว่า หากเทียบเอาไทยเป็นตัวตั้งรวมไปถึงญี่ปุ่นด้วย ยังไม่นับเพื่อนบ้านแถบเอเชียอาคเณย์ที่ได้รับอิทธิพลจีนมาไม่น้อยเช่นเดียวกัน เกาหลียังคงมีธรรมเนียมหลายลักษณะซึ่งไทยที่เป็นชาวจีนโพ้นทะเลเคยมีอยู่แต่หายไปมากแล้ว เหมือนญี่ปุ่นที่เป็นสังคมวัฒนธรรมแข็ง
เอาอย่างเห็นใกล้ตัวที่สุด เช่น มรรยาทการเคารพวัยวุฒิ แม้ไทยมีคำสรรพนามเรียกพี่ป้าน้าอาปู่ย่าตายยาย แต่ที่จะแสดงความนับถืออย่างเคร่งครัดตามคำเรียกนั้นจางไปไม่น้อย
ดูจากรายการบันเทิงหรือสังคมบันเทิง สมัยหนึ่ง นักแสดงอาวุโสไทยเคยเปรยจนได้ยินเป็นข่าวว่า นักแสดงรุ่นใหม่ไม่มีสัมมาคารวะ สร้างเสียงวิจารณ์ตามมาได้พักหนึ่ง
แต่ถ้าดูรายการบันเทิงหลากหลายของเกาหลี จะเห็นว่าการนับรุ่นของเขาสำคัญมาก ถือเป็นจริงจังว่าใครอายุมากน้อยกว่าใคร ต้องเรียกพี่เรียกน้องกันให้ถูก ภาษาที่ใช้ก็ต้องเริ่มด้วยศัพท์ทางการ ไม่ใช่อยู่ๆจะพูดแบบกันเองได้
ยิ่งเป็นดาราไม่ว่านักร้องหรือนักแสดงอาวุโส ยิ่งได้รับความเคารพอย่างสูง นักแสดงรุ่นพ่อรุ่นแม่พูดด้วยจะตื่นเต้นยินดีมาก ถือเป็นเรื่องเล่าต่อๆให้คนอื่นฟังได้เลย ธรรมเนียมและมรรยาทนี้ดูแล้วคงหายไปไม่ได้ง่ายๆ
ยังมีอีกหลายประเด็น โดยเฉพาะเสียงพูดที่ประกอบด้วยเสียงขากในลำคอ เสียงสูดปาก เสียงจุ๊ปากนี่ ถ้าคนไทยรุ่น 3-40 ปีจะไม่รู้ว่าเมื่อก่อนก็มีคนไทยพูดลักษณะอย่างนี้
สังคมไทยเมื่อครึ่งศตวรรษที่ผ่านมา ก็เคยถือสากันอยู่บ้างหากหญิงมีคนรักอายุน้อยกว่า แต่ความที่ว่าทำอะไรตามใจคือไทยแท้ และบ้านเรามักมีนิสัยอะไรก็ไม่เคร่งครัดเอาจจิงเอาจัง ชั้นแต่พระวัยไม้ใกล้ฝั่งแล้วก็ยังเห็นศีลเห็นธรรมเป็นเรื่องเล่นๆ ปฏิบัติก็ได้ไม่ปฏิบัติก็ดี เรื่องที่หญิงจะรักชอบกับชายอายุน้อยกว่าจึงไม่ใช่เรื่องใหญ่เช่นเดียวกับเรื่องอื่นๆ
ก็ขนาดประชาธิปไตยซึ่งชี้เป็นชี้ตายชีวิตคนทั้งสังคมได้ ยังเป็นเรื่องขี้ปะติ๋ว เรื่องในมุ้งคนจะยุ่งกันใครอ่อนกว่าแก่กว่าจะไปสำคัญอะไร
อย่างมากก็แค่สาวฉุนกึ๊กขึ้นมาหน่อย ที่อยู่ๆออกปากว่าลิงน้อยสอยป้าให้แสลงหูได้ พูดไม่รักษาน้ำใจกันบ้างเลย
แต่เกาหลีไม่ได้ – ฮะฮ่า, เรื่องใหญ่ทีเดียวเชียว
เมื่อปลายปี 2549 แฟนหนังชุดเกาหลีคงยังไม่ทันลืม ‘ฟอกซี่ เลดี้’ หรือ ‘วอท’ส อัพ ฟอกซ์’ หนังสนุกที่ได้ดาราสาวสวยแม้จะวัย 35 แล้วตอนนั้น โคยอนจอง ซึ่งโด่งดังมากๆในปีถัดมาจากบท ‘ควีน ซอนต๊อก’ มาเป็นนักข่าวนิตยสารเกรด ซี เขียนคอลัมน์ทางเพศ ทั้งๆยังเป็นสาวบริสุทธิ์ในวัย 25 (ตามบท) ที่ขี้อายและไม่รู้อะไรเรื่องเพศเลย จินตนาการเขียนเอาอย่างเดียว
อยู่ๆ(ด้วยความเมา)เธอเกิดมีสัมพันธ์กับน้องชายเพื่อนรัก(ที่แอบชอบเธอมาแต่ไหนแต่ไร) ชุนจองเมียง ทีนี้ก็ระเบิดลงเลยสิ
ฝ่ายหญิงก็หลีกหนี ไม่อยากยอมรับ ไม่พยายามยอมรับ แล้วยังมีหมอฐานะดีมาติดพันอีกด้วย ขณะฝ่ายชายไม่ยอมแพ้ แต่ยังแหยงอยู่ห่างๆเพราะเป็นเพื่อนพี่สาว รู้อยู่ว่าไม่ใช่เรื่องเล็กๆ ตัวเองก็เจียมตนที่วันๆเป็นนักซิ่งมอเตอร์ไซค์ อย่างมากก็ทำงานอู่ซ่อมรถ จะไปสู้หมอได้อย่างไร
หนังแสดงให้เห็นทัศนะเรื่องนี้ชัดเจนจากคนรอบข้าง จนสุดท้าย เพื่อนรักก็ตีกันหัวร้างข้างแตก ฝ่ายหนึ่งโมโหที่เพื่อนแอบเปิดบริสุทธิ์น้องชายตัว ทั้งๆแก่ห่างกันตั้ง 9 ปี อีกฝ่ายก็น้ำท่วมปาก โดนซ้อมเสียหน้าตาบวมปูด
นี่แสดงว่าเรื่องสาวกินเด็กในเกาหลีไม่ใช่เรื่องเล่นๆ และไม่ใช่แค่เรื่องในหนังด้วย ชีวิตจริงก็ยังตะขิดตะขวงใจเรื่องนี้กันอยู่
วันนี้ ‘ซัมธิง อิน เดอะ เรน’ นำประเด็นนี้กลับมาแสดงให้เห็นอีกหน และเพิ่มประเด็นการเอารัดเอาเปรียบทางเพศในที่ทำงานเข้าไปด้วย กลายเป็นหนังชุดที่นักดูหนังให้คะแนนถึงระดับ 4 ดาวครึ่งทีเดียว เยอะมาก
เที่ยวนี้ยังได้ดาราใหญ่ ซนเยจิน มาเป็นตัวเอก ที่ดูแล้วยังภาวนาขออย่าให้เธอใช้บริการมีดหมอบนใบหน้ามากไปกว่าที่เป็นอยู่เลย เดี๋ยวจะจำเด็กสาววัยใสจาก ‘คลาสสิค’ ไม่ได้ เผลอๆจะได้นึกถึงแต่แม่บ้านน่ารักซึ่งเล่นถึงเนื้อถึงหนังกับ เบยองจุน ในหนังครึกโครม ‘เอพริล สโนว์’ แทน เพราะนัยน์ตาพระจันทร์เสี้ยวคว่ำ ตอนเธอยิ้มตามิดเวลาชอบใจอะไร กับฟันซี่โตๆของเธอยังคงเสน่ห์อยู่

เธอมาเป็นที่ปรึกษาผู้สันทัดการขายกาแฟให้ร้านเครือข่าย คอยแก้ปัญหาให้สาขาโน้นสาขานี้ และตามเคย ความที่เป็นสาวเก่งแต่ไม่ทันโลก จึงถูกทนายหนุ่มเจ้าเล่ห์ทิ้งเสียดื้อๆ แต่สุดท้ายก็หันกลับมาหาเธออีก
เธอมีเพื่อนรักคนหนึ่งเหมือนกัน ซึ่งมีน้องชายที่แอบชอบเธอมาแต่ไหนแต่ไรเช่นเดียวกันด้วย ฿จองแฮอิน฿ ทำงานเป็นนักออกแบบเกม ทำงานอยู่ตึกเดียวกัน จับพลัดจับผลูมีเหตุการณ์ให้ต้องแสดงความในใจต่อกัน เล่ามากไม่ได้เพราะหนังชุดเกาหลีจะสนุกซาบซึ้งก็ด้วยรายละเอียดเล็กๆน้อยๆต่างๆ ที่ดูไปจิกหมอนไปหรือดูไปฟินไปก็ด้วยฉากเล็กๆน้อยๆเหล่านี้เอง

และเช่นเคย หนังให้รายละเอียดคนรอบข้าง ที่แสดงความเห็นเกี่ยวกับความรักของหนุ่มสาว(ใหญ่)ทั้งสอง ซึ่งบอกชัดว่าหากสองคนนี้คบกันละก็ ระเบิดลงอีกลูกเหมือนกัน
แต่เพื่อนรักเรื่องนี้จะตีกันหัวร้างข้างแตกเหมือนเรื่องก่อนหรือเปล่า ต้องตามดูกันด้วยใจระทึกเอง
เกาหลีใต้(เกาหลีเหนือยิ่งไม่ต้องพูด)เป็นประเทศหนึ่งซึ่งมีปัญหาละเมิดทางเพศในที่ทำงานเป็นประจำ เป็นข่าวให้เห็นอยู่บ่อยๆ ถึงบางคราวหนักหนาขนาดนักแสดงหญิงต้องฆ่าตัวตาย
หนังชุดนี้แสดงภาพการเอาเปรียบระหว่างพนักงานชายหรือหัวหน้าชายกับหญิงอย่างตรงไปตรงมา ดีที่ยังรักษาหัวใจผู้ชมหน่อย ตรงให้มีหัวหน้างานหญิงคนหนึ่งคอยรักษาความยุติธรรม(โดยอาศัยผลงานที่แท้เป็นตัวกำหนด) ไม่ให้ผู้บังคับบัญชาชายคอยเอาเปรียบเสียทุกอย่าง กระทั่งจะไปกินข้าวร้องคาราโอเกะ ก็ต้องเกณฑ์พนักงานหญิงไปกินเหล้าร้องเพลงคลอเคลียด้วย ไม่อย่างนั้นถือว่าไม่รักองค์กร (เออ, เข้าใจให้เหตุผล เหมือนประเทศไหนน้าาาา… )
หนังชุดนี้ถูกใจทั้งติ่งทั้งหูดเกาหลีส่วนมาก ถ้าหาดูได้ละก็เพลิดเพลินแน่นอน.
…
อารักษ์

