แม้เสร็จสิ้นไปสักพักสำหรับ เทศกาลดนตรีและศิลปะ Music & Art Fest at bacc #3 ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ทว่าเสวนาที่ได้ศิลปินมาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ ‘โกอินเตอร์ด้วยตัวเอง’ นั้นน่าสนใจทีเดียว
เริ่มจาก ดีเจมาฟท์ ไซ -ณัฐพล เสียงสุคนธ์ กับ ‘สุดแรงม้า เร็คคอร์ด’ ที่นำเพลงลูกทุ่ง – หมอลำไทยมาประยุกต์ให้ร่วมสมัยจนกลายเป็นที่สนใจทั้งในยุโรป อเมริกา และญี่ปุ่นนั้นว่า “โปรเจ็กต์เริ่มจากการเป็นดีเจ คือเราไม่ได้มองเป็นเมนหลัก แต่ทำที่เมืองไทยขายไม่ค่อยออก เคยอยู่อังกฤษมาก่อนเลยไปวางขายที่นั่น ปรากฏว่าอาทิตย์เดียวขายได้มากกว่าขายที่เมืองไทยทั้งปี”
เห็นช่องทางดังนี้คนพูดเลยรวมเพลงที่เรียกเองว่า ‘ไทยฟังก์’ ยุค 60-70 มาทำ โดยเลือกเพลงหน้าบีที่เนื้อร้องอาจไม่น่าสนใจ แต่ดนตรีกลับมีความดึงดูด เช่น เพลงในยุค 60 จะเด่นที่แคน ลำกลอน ส่วนยุค 70 นั้นนำดนตรีอีสานมาผสานกับดนตรีสากล
ผลออกมาคือ “ต่างชาติเขาก็เต้นกัน แค่เพลงมีจุดน่าสนใจ คนก็รู้สึกได้ แม้ฟังเนื้อไม่ออก”
ส่วนเรื่องโกอินเตอร์นั้น ดีเจมาฟท์ ไซ ผลักดันจนเกิดวงดนตรี ‘The Paradise Bangkok Molam International Band’ ที่โด่งดังไปทั่วยุโรป
โดยเขาว่า “จริงๆ หลักเราเริ่มที่ดีเจแล้วก็จัดงานใหญ่ขึ้นเป็นการแสดงสด มีนักร้อง หมอลำสมัยก่อน ตอนหลังเลยเริ่มโปรเจ็กต์ The Paradise Bangkok เพราะคิดว่าน่าจะพัฒนาซาวนด์หมอลำอย่างที่ต้องการได้”
แล้วนั่นก็ทำให้วงได้เดินทางไกลไปโชว์ในหลายๆ ที่ โดยที่พีคสุดๆ ก็คงเป็นงาน OFF Festival 2013 ซึ่งต้องไปเล่นแทนโซแลง โนวส์ น้องสาวของบียอนเซ่
“เราก็แอบนอยด์ๆ ที่ต้องไปขึ้นแทนเขา แต่พอเล่นๆ ไป คนก็เต้น เป็นงานแรกที่มีบอดี้ เซิร์ฟกับหมอลำ” คนพูดว่าพลางยิ้ม
ก่อนจะเผยถึงเคล็ดลับความสำเร็จ “ต้องทำเพลงที่ตัวเองชอบก่อน ถ้าจะโกอินเตอร์แต่งานนั้นเราไม่อินจริงก็ทำได้ไม่นาน อาจจะต้องฟังเยอะๆ ว่ากระแสโลกเป็นอย่างไร ต้องมีคาแรกเตอร์ที่ชัด เพราะการแข่งขันสูง ถ้าซาวด์ไม่ชัดเจนมันก็มีเป็นร้อยวง”

ขณะที่ตูน – โชติกา คำวงศ์ปิน แห่งStoondio ที่เคยไปออกอัลบั้ม แถมยังเล่นคอนเสิร์ตที่ญี่ปุ่นมาแล้วช่วยเสริม “ต้องได้ภาษาอังกฤษหน่อยจะดีมาก เพราะสำคัญกับการสื่อสาร”
ที่สำคัญ “ต้องภูมิใจในผลงานตัวเองแล้วจะมั่นใจ คนฟังจะรู้สึกว่าเป็นของจริง ไม่ได้ประดิษฐ์เพื่อไปถึงตรงนั้น”
อย่างเธอเองเริ่มต้นเขียนเพลงเพื่อระบายอารมณ์ พอมีโอกาสก็รวมกับเพื่อนอีก 5 วงออกเป็นอัลบั้มวางขายในงาน CAT EXPO แล้วจู่ๆ เจ้าของค่ายเพลงนอกกระแสที่ญี่ปุ่นก็เกิดติดอกติดใจเพลง “ยินดีที่ได้พบเธอ” จนติดต่อขอนำไปขาย
นี่เลยเป็นจุดเริ่มต้นที่ได้ทำอัลบั้มเป็นของตัวเองเพื่อขายทั้งในญี่ปุ่นและไทย
“ขายปุ๊บ สเต็ปต่อไปคือไปเล่นคอนเสิร์ตที่ญี่ปุ่น ซึ่งตอนนั้นก็มีเวลาฟอร์มวงแต่เป็นมือสมัครเล่นไปทั้งโตเกียว เกียวโต ไปครั้งแรกแล้วก็คิดว่าอยากกลับไปเล่นอีกในสเต็ปที่สูงขึ้น” ตูนเล่า
พร้อมทั้งบอกด้วยว่า “ที่ญี่ปุ่นเขาให้ความสำคัญกับดนตรีมาก เวลาดูเราแล้วเขาจะดูเครียด เพราะเขาตั้งใจ แต่เราเกร็งมาก”
ส่วนโอกาสที่จะได้กลับไปอีกนั้น “ทั้งหมดอยู่ที่เราว่าจะมีผลงานคุณภาพดีพอให้เขามาเชิญกลับไปหรือเปล่า”
สำหรับ สล็อตแมชชีน นักร้องนำอย่าง เฟิร์ส – คาริญญ์ยวัฒ ดุรงค์จิรกานต์ ว่า “การโกอินเตอร์ ทุกคนฝันลึกๆ แบบลึกมากๆ ตอนทำสล็อตแมชชีนก็อยากเล่นดนตรีสดเพลงที่ตัวเองแต่ง แล้วหลังจากเพลงที่ 2 ก็พยายามแต่งเพลงเป็นภาษาอังกฤษเป็นต้นมา”
และความฝันนั้นก็เป็นจริงเมื่อเบียร์ยี่ห้อหนึ่งทำโปรเจ็กต์มิวสิคคอนเน็คชั่นจับคู่วงเขากับวงจากสหรัฐอเมริกา ทำให้ได้เดินทางไปเล่นดนตรีที่นิวยอร์ก จากนั้นก็ได้ไปที่พม่า
ทั้งหมดนั่นเขาว่า “จุดเริ่มต้นมาจากต้องเอาเป็นเอาตายกับมัน”
“ผมทำสล็อตแมชชีนมา 12 ปี ครอบครัว ปากท้อง ทุกคนต้องมาร่วมสมรภูมิกัน”
“คนเราเกิดมาครั้งเดียว เราอาจไม่ต้องทำหลายอย่าง แต่ต้องมีอย่างหนึ่งที่ต้องทำให้ดีที่สุดไปเลยในชีวิต” เฟิร์สย้ำ
ฝั่งวงโพสต์ร็อคอย่าง Inspirative ส่งนพนันทน์ พานิชเจริญ มาบอกเล่าประสบการณ์ โดยว่าพวกเขาเคยไปทัวร์คอนเสิร์ตที่สิงคโปร์ และจีนมาแล้วถึง 8 เมือง แต่ประเทศหลังนันกว่าจะได้ไปต้องรอคอยนานหลายปี
“ผมน่าจะเริ่มตั้งแต่ปี 2010 – 2011 อยู่ดีๆ มีออแกไนซ์ติดต่อมา ตอนนั้นโชคดีมือกลองลาออกเลยไม่ได้ไป เพราะแอบกลัวว่าเขาเป็นใคร มาหลอกเราหรือเปล่า พอออกอัลบั้มอีก 2 ปีต่อมา เจ้าเดิมติดต่อมาบอกจำได้ไหม หามือกลองได้หรือยัง แล้วก็มีอีกเจ้าติดต่อมาด้วย เป็น 2 เจ้า เราก็ต้องดูโปรไฟล์ทั้ง 2 เจ้า จนได้เจ้าที่สองมา”
“ตอนนั้นก็ยังไม่เชื่อว่าได้ไป จนเขาขอเอกสารให้แปลเนื้อเพลงเพื่อขอวีซ่า ก็แปลไป เริ่มมีการส่งเอกสารคุยกันในทีมว่าเป็นไงเป็นกัน ตื่นเต้นมากว่าจะเจออะไร”
“พอไปเล่นจริงๆ ที่นั่นคนดูเยอะกว่างานเปิดอัลบั้มอีก รู้งี้มาตั้งนานแล้ว เพราะอยู่เมืองไทยไม่เคยเจอประสบการณ์แบบนี้” นพนันทน์ว่าพลางหัวเราะ
ก่อนจะว่าถึงเคล็ดลับในความสำเร็จ “ผมว่าความตั้งใจในความเป็นตัวตน คนดูสัมผัสได้ คนดูจะรู้ว่าเราพยายามเหมือนวงนั้นวงนี้ อันนี้สำคัญที่สุด”
“ส่วนจะโก ไม่โกค่อยว่ากัน แล้วโอกาสจะมาเอง”
เพราะเขาว่า “ผมถามตัวเองว่าทำไมต้องเหนื่อยเล่นดนตรีที่ได้สตางค์แค่นิดหน่อย แล้วมีพี่คนหนึ่งบอกว่างานประจำเลี้ยงชีพ ดนตรีเลี้ยงจิตวิญญาณ”
อย่างนั้นแล้วการโกอินเตอร์ก็คงไม่ต่างจาก ‘กำไร’

