ปัญหาการทารุณกรรมสัตว์ในประเทศไทยนับจากอดีตถึงปัจจุบันแทบไม่ได้ลดน้อยลงไปเลย แต่กลับเพิ่มมากขึ้นด้วยซ้ำ
ไม่ว่าจะเป็นการทารุณกรรมด้วยการทรมาน หรือการฆ่าสัตว์ด้วยวิธีการต่างๆ ซึ่งภาพเหล่านี้ปรากฏให้เห็นตามหน้าสื่อทุกรูปแบบ ทำให้เกิดคำถามกับสังคมว่า มันเกิดอะไรขึ้น
ซึ่งการทำงานช่วยเหลือสัตว์ในอดีต หลายภาคส่วนได้มีการเรียกร้องให้เกิดการออกกฎหมายเกี่ยวกับสัตว์ แต่ต้องประสบกับปัญหาและอุปสรรคมากมาย
กระทั่งภายหลังมีการ ร่าง พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมสัตว์ ออกมา แต่ก็ยังเป็นพระราชบัญญัติที่ไม่สามารถใช้ได้อย่างเต็มที่ ดังนั้น องค์กรและคนรักสัตว์จึงได้รวมตัวกันขึ้นมาเป็น Thailand Animal Rights Alliance (องค์กรปกป้องสิทธิสัตว์แห่งประเทศไทย) เพื่อวัตถุประสงค์ดังสรุปต่อไปนี้ 1.เพื่อรวมตัวคนทำงานเป็นเอกภาพ และแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เพราะไม่ต้องการให้องค์กรใดองค์กรหนึ่งต้องออกมาต่อสู้ช่วยเหลือสัตว์อย่างโดดเดี่ยว 2.เพื่อต้องการให้หน่วยงานของรัฐและองค์กรเอกชน รวมถึงคนรักสัตว์ได้มีส่วนร่วมกันทำงานช่วยเหลือสัตว์กันอย่างเป็นระบบ เพื่อการแก้ปัญหาในเรื่องสิทธิและสวัสดิภาพสัตว์ในประเทศไทยให้เป็นไปอย่างยั่งยืน
3.เพื่อรับฟังปัญหาของทุกภาคส่วน ได้นำปัญหาที่ได้ประสบออกมาเผยแพร่ข้อเท็จจริง และให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนกฎหมายให้ดีขึ้นในประเทศไทย 4.เพื่อช่วยกันผลักดันสนับสนุนการทำงานของทุกภาคส่วน พยายามผลักดันประเทศไทยได้สร้างมาตรฐานการป้องกันการทารุณกรรมสัตว์ในประเทศให้ดีขึ้น ซึ่งยังมิได้รับการแก้ไข ดังนั้นจึงถึงเวลาแล้วที่หน่วยงานของรัฐต้องมาเปิดวิสัยทัศน์และเรียนรู้ เพื่อสร้างระบบการทำงานให้ทัดเทียมกับนานาชาติ และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับประเทศ และ 5.เพื่อสร้างความเข้าใจกับนักการเมืองและบุคคลที่จะเข้าบริหารประเทศในอนาคตให้เข้าใจในรากลึกของปัญหา
ล่าสุด ได้จัดงานเสวนา “สัตว์-สิทธิและโอกาส” Thailand Animal Rights Conference นับเป็นความร่วมมือเพื่อเป็นเสียงให้สัตว์เเละผลักดันกฎหมายเพื่อปกป้องตัวของสัตว์ ให้มีสิทธิที่สมควรได้รับการคุ้มครองชีวิตเฉกเช่นนานาอารยประเทศ ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

ชลลดา เมฆราตรี หรือเก๋ ดารานักแสดง ระบุว่า ใจความสำคัญตามที่ประกาศเจตนารมณ์ไปนั้น ถ้าหนึ่งคนหนึ่งหน่วยงานทำคงจะไม่สำเร็จ เเละต้องมากพลังมากถึงจะสำเร็จด้วย เพราะต่อให้มากคนก็ต้องนำไปสู่คนที่มีอำนาจถึงจะมีพลังผลักดัน
“จริงๆ แล้วนโยบายมูลนิธิของเก๋ ชื่อ เดอะวอยซ์ เสียงจากเรา ประกาศเจตนารมณ์มาตลอดเวลา 7 ปี ให้กับสัตว์ที่ยากไร้และพูดไม่ได้ จึงอาสาจะพูดแทนเขา อยากฝากไปถึงว่าที่สภาผู้แทนราษฎรในการยืนยันเจตนารมณ์คือใครรักสัตว์ มูลนิธิของเรารักด้วย และทุกคนสามารถเป็นกระบอกเสียงช่วยเราเพื่อพัฒนา พ.ร.บ.การคุ้มครองและทารุณกรรมสัตว์”
เก๋-ชลลดายังกล่าวอีกว่า หนทางการเรียกร้องยาวนานมาถึง 15 ปี แต่กำลังจะถึงที่สุดแล้ว เพราะยุคนี้คือยุคของการเปลี่ยนแปลง และกำลังจะมีนักการเมืองรุ่นใหม่ โดยไม่ขอชี้ว่าเป็นพรรคการเมืองใด เเต่ขอฝากไว้กับทุกคนว่า คนรักสัตว์ยังไงก็ยังรักสัตว์ แต่จะมีวิธีการพูดอย่างไรให้กฎหมายเข้มแข็ง พูดแทนสัตว์ออกมาให้มันมีพลังเสียงขึ้นมา จึงอยากขอแรงเสียงจากนักการเมืองทุกท่าน และเชื่อว่าการที่จะมี พ.ร.บ.หรือกฎหมายความเท่าเทียมเกี่ยวกับสัตว์ไม่ได้เป็นกฎหมายแห่งความเมตตาเท่านั้น แต่คือการแสดงว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่มีอารยธรรม เพราะสิทธิการเท่าเทียมของชีวิตเกิดในประเทศที่เจริญแล้ว ที่ไม่ได้วัดกันที่ตึกหรือความเจริญของเมือง แต่วัดกันที่คุณค่าของชีวิตว่าให้ค่าการมีชีวิตของสัตว์เป็นอย่างไร ให้ค่าและโอกาสการมีชีวิตยังไง ฉะนั้นกฎหมายการคุ้มครองสัตว์ไทยจึงได้รับการปรับปรุงอย่างเร่งด่วน
ด้าน นายกิตติพงษ์ คำศาสตร์ หรือ โก๋เอ็ม บุดด้า เบลส นักร้องและโปรดิวเซอร์รายการกับสุนัขจรจัดเกือบๆ 2 ปี กล่าวว่า จากการจัดรายการเกี่ยวกับหมาจรจัด มีมุมมองว่าสังคมประเทศไทยบ้านเรามีทัศนคติไม่เหมือนกัน จากการได้ลงพื้นที่ด้วยตนเอง เริ่มต้นจากการช่วยสุนัขและแมว แต่มีครั้งหนึ่งที่ได้ไปช่วยหมูที่โดนกับดักจับประมาณเกือบ 40 ตัว โดยได้รับการติดต่อจากสมาคมพิทักษ์สัตว์ไทยให้เข้าไปช่วยหมู ประเด็นมีอยู่ว่ามีคนนำหมูมาถวายศาลเจ้าพ่อเสือเพื่อแก้บน และเกิดการขยายพันธุ์โดยไม่ได้ทำหมัน และไม่มีคนดูแล ทำให้เกิดเป็นหมูจรจัด ส่วนสิ่งที่ตามมาคือการโดนฆ่าและถูกทารุณกรรม ไร้การควบคุม ไม่ได้รับการคุ้มครองทางกฎหมายทั้งที่เป็นหมูป่า
“อยากฝากเตือนสติเกี่ยวกับคนที่นำสัตว์ไปถวายในที่ต่างๆ แล้วไม่ได้ทำหมัน และอยากจะบอกว่าหมูมีความรู้สึก มีความคิดเท่ากับเด็กสามขวบ และตอนที่หมูเข้าแถวไปโดนเชือด ทุกตัวก็เหมือนลูกของคุณ ผมต้องการให้สัตว์และคนเท่าเทียมกัน”
ขณะที่ จอห์น-วิญญู วงส์สุรวัฒน์ พิธีกรชื่อดัง กล่าวว่า ส่วนตัวไม่ได้มีความใกล้ชิดกับสัตว์ป่าเท่าไร แต่เป็นตัวแทนของเจ้าของสัตว์เลี้ยง และจากการทำรายการต่างๆ ก็พูดถึงกฎหมายที่ใช้คุ้มครองสัตว์อยู่เสมอ ไม่ว่าจะด้านการเมือง หรืออาชญากรรม รวมถึงการล่าสัตว์ป่า และหาประโยชน์ ค้าขายต่างๆ ด้วย อยากนำเสนอให้สร้างความตื่นตัวในเรื่องของการกดดันในข้อบังคับใช้กฎหมายให้มีความเสมอภาค เพราะหลายๆ ครั้งเป็นข่าวขึ้นมาก็จะมีการบังคับใช้แค่เวลานั้น เป็นแค่ช่วงเวลาหนึ่ง ดังนั้นผมอยากผลักดันให้ภาคประชาชนตื่นตัว ส่งเสียงกันให้ดังมากขึ้นและทำให้ภาครัฐที่ใช้เงินภาษีประชาชนทั้งทางตรงทางอ้อมมาจัดการและสามารถดูแลให้ได้
“เชื่อว่าถ้าประชาชนเริ่มพูดถึงกันมากขึ้นเมื่อไร ก็จะเป็นแรงผลักดันให้กฎหมายได้มีความเสมอภาคมากขึ้น ซึ่งจะสร้างมาตรฐานสังคมให้เกิดขึ้นได้ รวมถึงสร้างประโยชน์ให้สัตว์ที่อยู่ในประเทศไทยได้ถูกคุ้มกันดัวย” จอห์น-วิญญูกล่าวทิ้งท้าย



