หน้าแรก บันเทิง สถานการณ์ธุรก...

สถานการณ์ธุรกิจหนังสือ นักเขียนพิมพ์เอง ร้านลด ออนไลน์โต 18 ปกต่อวัน เฉลี่ยเล่มละ 233 บาท

27.07.18 | 03:30 น.

เมื่อวันประชุมใหญ่ประจำปีของสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย ได้มีการเปิดเผยถึงผลวิจัยที่ทางสมาคมฯทำขึ้นเกี่ยวกับธุรกิจหนังสือ ซึ่งเป็นข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์ของปีที่แล้วและการคาดการในปีนี้ โดยครอบคลุมทุกห่วงโซ่ของธุรกิจหนังสือ ซึ่งเป็นข้อมูลที่น่าสนใจมาก เพราะไม่ใช่เห็นแค่ตัวของสำนักพิมพ์หรือร้านหนังสือเท่านั้น แต่ยังเห็นถึงความนิยม-รสนิยมทางการอ่านโดยรวมของสังคมไทยด้วย

เริ่มตั้งแต่ภาพรวมของธุรกิจหนังสือ ซึ่งที่มาของข้อมูลได้รวบรวมขึ้นจากระบบฐานข้อมูลของสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ ที่มีฐานสมาชิกรวมมากกว่า 500 สำนักพิมพ์ ด้วยยอดขายมากกว่า 24,000 ล้านบาทในปี 2559 ภาพรวมในปีที่ผ่านมาพบว่า ยอดขายหนังสือลดลง ยอดขายอีบุ๊คเพิ่มขึ้น แต่ยังไม่สามารถชดเชยส่วนที่หายไปของตลาดโรงพิมพ์ได้ นอกจากนี้นักเขียนชื่อดังหลายคนที่มีฐานนักอ่านหนาแน่น นอกจากจะเขียนแล้ว ยังตีพิมพ์และทำสำนักพิมพ์เองด้วย อาทิ นพ.ชัชพล เกียรติขจรธาดา ,สินธุเสน เขจรบุตร, ดำรงค์ พิณคุณ, ปราบดา หยุ่น ,ปาริฉัตร คาลิคุปต์ (กิ่งฉัตร), สราวุธ เฮ้งสวัสดิ์ (นิ้วกลม) อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความนิ่งของธุรกิจสำนักพิมพ์ มีสำนักพิมพ์ที่เติบโตสวนกระแสอยู่ไม่น้อย อาทิ สนพ.ห้องสมุด, ธิงค์ บียอนด์, สนพ.นาบู, สนพ.แซลมอน, เด็กซ์เพรส, อะ บุ๊ค

ในขณะที่ภาพรวมของร้านหนังสือนั้น พบว่าจำนวนร้านลดลง ร้านหนังสือปรับลดพื้นที่ และเพิ่มขายสินค้า non book มากขึ้น โดยขณะนี้ทั้งประเทศมีร้านหนังสือที่เป็นสาขา หรือร้าน Chained รวม 638 ร้าน คือซีเอ็ด 374 ร้าน นายอินทร์ 156 ร้าน และบีทูเอส 108 ร้าน ส่วนร้านหนังสืออิสระ หรือ Standalone มี 169 ร้าน แบ่งเป็นภาคเหนือ 25 ร้าน อีสาน 33 ร้าน ตะวันตก 9 ร้าน ตะวันออก 13 ร้าน กรุงเทพ 18 ร้าน และภาคใต้ 57 ร้าน ซึ่งภาพรวมของร้านหนังสือนั้น จะมีขนาดเล็กลง ไม่ได้จัดวางหนังสืออย่างเดียว และเพิ่มความเข้มข้นในการคัดหนังสือเข้าร้านด้วย

ในขณะที่การซื้อนั้น พบว่าค่าเฉลี่ยการซื้อหนังสือต่อใบเสร็จลดลง จากเดิมที่ซื้อครั้งหลายเล่ม ตอนนี้มีการคัดเลือกและใช้การตัดสินใจในการซื้อมากขึ้น โดยผู้อ่านส่วนใหญ่จะรู้มาก่อนว่ามีหนังสือออกใหม่ แล้วตั้งใจมาซื้อเล่มนั้น ซึ่งแสดงให้เห็นว่าหนังสือใหม่คือร้านดึงดูดสำคัญที่ดึงนักอ่านให้มาร้านหนังสือ ซึ่งร้านเองก็ปรับเปลี่ยนช่องทางการประชาสัมพันธ์ด้วย โดยเฉพาะช่องทางออนไลน์ ซึ่งเป็นช่องทางหลักในการรับรู้ข่าวสารหนังสือใหม่ ส่วนสัดส่วนของช่องทางการซื้อนั้น ร้านหนังสือยังเป็นอันดับแรกคือ 47% รองลงมาคือในงานหนังสือ 35 % สั่งจากร้านออนไลน์ 15% และซื้อเป็นอีบุ๊ค 3%

ปีที่ผ่านมามีหนังสือใหม่รวมทั้งสิ้น 6,750 ปก เฉลี่ยคือ 18 ปก/วัน จากอดีตที่เคยมีค่าเฉลี่ยถึง 40 ปก/วัน โดยหมวดวรรณกรรมมีเยอะที่สุดคือ 23 % รองลงมาคือคู่มือเรียน-สอบ 20% หนังสือเด็ก 17% การ์ตูนความรู้ 12% พัฒนาตนเอง 10% และอื่นๆ 18% ซึ่งสนพ.กว่า 21% ไม่ได้ออกหนังสือใหม่เลยในปีที่ผ่านมา และราคาปกโดยเฉลี่ยคือ 233 บาท

Advertisement

10 อันดับแรกของหนังสือที่มียอดขายจำนวนเล่มผ่านหน้าร้านสูงสุดในปี 2560 คือ 1. (7’X) DEATH X KISS เสี่ยงรักพันธนาการร้ายนายจอมขี้โกง โดย แสตมป์เบอรี่ (สนพ.แจ่มใส) 2. โตขึ้นจึงรู้ว่า โดย คิดมาก (สนพ.springbooks -เครืออัมรินทร์) 3. แคร์ เช่น มิตร โดย การละแมร์-พัชรศรี เบญจมาศ (กวนเองการพิมพ์) 4. คิดแบบยิว ทำแบบญี่ปุ่น เขียนโดย ฮอนดะ เคน แปลโดยบรรเจิด ชวลิตเรืองฤทธิ์ (สนพ. วีเลิร์น) 5. ฆราวาสบรรลุธรรม โดย อัจฉราวดี วงศ์สกล (มูลนิธิโรงเรียนแห่งชีวิต) 6. อะไรไม่จำเป็นก็ทิ้งไป เขียนโดย ฟุมิโอะ ซะซะกิ แปลโดย นพัฒน์ หัทยานันท์ (สนพ. Steps-เครืออมรินทร์) 7. ไปใช้ชีวิตซะ โดย ฐาวรา สิริพัฒน์  ( สนพ.อมรินทร์ How To)  8. เดือนเกี้ยวเดือน โดย Chiffon_cake (สนพ.เอเวอร์วาย-เครือแจ่มใส) 9. เทคนิคอ่านให้ไม่ลืมที่จิตแพทย์อยากบอกคุณ เขียนโดย ชิอง คะบะซะวะ แปลโดย ภาณุพันธ์ ปัญญาใจ (สนพ. วีเลิร์น) และ 10. ขาย 100 คน ซื้อ 99 คน เขียนโดย อะกิระ คะกะตะ แปลโดย กิษรา รัตนาภิรัต คุโด (สนพ.อมรินทร์ How To)

สนพ.ที่มีจำนวนหนังสือออกใหม่มากที่สุดในปีที่ผ่านมาคือ 1. นานมีบุ๊คส์ 392 ปก 2.เพชรประกาย 337 ปก 3. IDC PREMIER 311 ปก 4. แจ่มใส 220 ปก 5. สถาพรบุ๊คส์ 203 ปก

ส่วนหมวดหนังสือที่คนซื้ออ่านมากที่สุดคือ 1.หนังสือคู่มือการเรียน การสอน 2.วรรณกรรม 3.พัฒนาตนเอง 4.การ์ตูนความรู้ 5. ธุรกิจ โดยในหมวดนี้มีทิศทางการขายเติบโดตอย่างต่อเนื่องมา 3 ปีแล้ว ในส่วนของผู้จัดจำหน่ายนั้น อมรินทร์มีจำนวนหนังสืออกจำหน่ายมากที่สุดคือ 1,672 ปก ซีเอ็ด 933 ปก และเคล็ดไทย 569 ปก

จากผลวิจัยยังพบด้วยว่า ปัจจุบันนี้เป็นเรื่องยากมากที่ยอดขายหนังสือจะแตะ 10,000 เล่ม ขนาดยอดขายเกิน 5,000 เล่มก็น้อยลงมาก ในขณะที่ต้นทุนค่าจัดจำหน่ายสูงขึ้น และใช้เวลาในการขายมากกว่าเดิม

นี่เป็นสถานการณ์ล่าสุดของวงการหนังสือไทย

ดอกฝน