ของขวัญทำมือ วิถีแห่งรัก และโลกโซเชียล บ้าน ‘ตุ๊ก ชนกวนันท์

4.08.18 | 06:30 น.

บ้านอื่นจะฉลองวันเกิดยังไง นั่นแล้วแต่ แต่ ตุ๊ก ชนกวนันท์ รักชีพ บอกว่า สำหรับบ้านเธอนั้นเลือกที่จะฉลองกันง่ายๆ ด้วยเค้กทำเอง และของขวัญที่เธอและ บ๊วย เชษฐวุฒิ วัชรคุณ ช่วยกันทำขึ้น

“เป็นแนวทางของทางบ้านเราและของโรงเรียนอยู่แล้ว ที่ต้องทำของขวัญทำมือให้ลูก ซึ่งปีนึงไม่ได้ให้เยอะ แค่ปีใหม่หรือวันเกิด ก็ต้องทำเอง เค้กก็ทำเอง จบแค่นี้ เป่าเค้ก ข้าวก็กินเหมือนทุกวัน ไม่ได้มีงานเลี้ยง” ตุ๊กเล่า

อย่างไรก็ดีจะมีของขวัญจากคนใกล้ชิดส่งมาให้บ้าง

และแม้ความสัมพันธ์ของพ่อกับแม่คือ เลิกรากัน ทว่าทุกวันเกิด นอกจากเขาและเธอจะอยู่แบบพร้อมหน้า ของขวัญทำมือที่ให้ลูกดังว่าก็เป็นของที่ “พ่อกับแม่ทำร่วมกัน มอบด้วยกัน”

อย่างวันเกิดปีนี้ของ แพรว ในวัย 10 ปีที่ผ่านไป เธอก็เย็บกระเป๋าเป็นของขวัญ โดยหวังจะให้ลูกใช้ใส่ของไปโรงเรียน

Advertisement

และก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ

กับของอื่นๆ เธอก็ยังไม่เห็นว่าเขาอยากได้อะไรเป็นพิเศษ

“ไม่รู้ว่าด้วยประสบการณ์ 10 ปีของน้อง คงคิดว่าเรียกร้องไปก็ไม่ได้หรือเปล่า” เจ้าตัวเล่าพลางหัวเราะ

ขณะเดียวกันที่มักได้พบคือ “คนที่ให้ของขวัญ เขาจะมีอยู่สองช้อยส์ คือไม่เค้ก ก็หนังสือ คงคิดแล้วแหละว่าถ้าให้มากกว่านี้ เดี๋ยวโดนแม่วีน และเหมือนเขาก็รู้ว่าอันไหนน้องชอบ”

ในส่วนของ “ของทำมือ” นั้น เธอก็ว่า “พอพูดเน้นๆ จะดูเว่อร์ไหม แต่เราก็ใช้วิธีนั้นค่ะ มันเหมือนกับน้องแพรวตอนเล็กๆ ตุ๊กก็ทำชุดแซกให้ ขวบปีแรก สองขวบ ตุ๊กเชื่อว่ามันมีจิตวิญญาณพลังชีวิตของเราบวกอยู่ในนั้น แล้วเย็บให้น้องแพรวทุกฝีเข็มมันก็เป็นความรักของเรา เขาเห็นเราทำบ้าง เขาก็จะเห็นความตั้งใจ ตุ๊กเชื่อว่าเรื่องพวกนี้ปลูกตั้งแต่เล็กๆ พอเวลาเขาทำอะไรเขาจะได้ทำด้วยความตั้งใจ แล้วก็เป็นส่วนหนึ่งในการมอบความรักผ่านการทำมือของแม่”

เรื่องโซเชียล ลูกๆ ของเธอก็ไม่ติด ซึ่งเหตุผลนั้นน่าจะมาจากการไม่มีอุปกรณ์เสริมต่างๆ นานาให้ อย่างไอแพดก็ไม่อยู่ในวิถี

“เหมือนบ้านเราไม่มีเครื่องตัดหญ้า แล้วเราตัดมันด้วยกรรไกรมาตั้งแต่เด็ก เลยเหมือนกับว่าเราชิน แต่ถ้าสมมุติเรายื่นให้ เขาก็ชอบนะ ไม่ใช่ว่าอี๋อะไรไม่รู้จัก”

ขณะที่รายการโทรทัศน์ก็ไม่ได้ดู เพราะทีวีพัง ดังนั้น อย่าได้ถามว่าได้ติดตามผลงานของแม่บ้างหรือเปล่า

“ไม่มีค่ะ นอกจากมากองหรือว่าแวบผ่านสายตา มีอยู่วันหนึ่งลงเครื่องบิน เห็นแม่อยู่ในทีวี กรี๊ดเสียงดังมาก” เธอถ่ายทอดพลางหัวเราะ

และเพราะเป็นวิถีอย่างนี้ จึงทำให้มีคำถามจากเพื่อนๆ “แกวันๆ ไม่ดูทีวีแล้วทำอะไรกัน”

ซึ่งคำตอบนั้นก็คือ “ไปดูสิเต็มเวลานะ ตื่นขึ้นมานางก็ทำโน่นทำนี่ของนาง เดี๋ยวก็กินข้าวละ เดี๋ยวก็นอนกลางวัน เดี๋ยวก็ทำนั้นทำนี้อีก”

“พอซัก 4 โมงก็เข้าครัวทำกับข้าว ทำเสร็จก็กินกัน เก็บล้างจาน กวาดบ้านถูบ้าน มันหมดแล้วนะเวลา ลองคิดว่าเราทำงานบ้านเองอ่ะแป๊บเดียวมันก็หมดเวลาแล้ว เขาก็ต้องทำสิ่งที่เขาต้องรับผิดชอบคืองานประจำในบ้าน อย่างน้องภูมิ (7 ขวบ) ก็กรอกน้ำใส่ขวด น้องแพรว 10 ขวบแล้วก็หลายอย่างอยู่ เริ่มทำกับข้าว เก็บอึ ฉี่แมว เลี้ยงแมว แมวเขาไง แล้วก็กวาดบ้าน ถูบ้านได้”

และเมื่อถามว่า มีแผนจะให้ลูกๆ เข้าไปท่องโลกโซเชียลเมื่อไหร่ เธอก็ว่าความจริงก็มีตัวเลขในใจ แต่ไม่รู้จะเป็นจริงไหม

“แต่เพียงแค่เวลานี้อยากจะให้เขาดื่มด่ำด้วยสายตาของเขาจริงๆ ของที่เขาเห็นครั้งแรกผ่านโลกจริงๆ ไม่ได้เห็นจากไอแพด มันตื่นเต้นนะถ้าเราจะเห็นภูเขาเอเวอเรสต์ครั้งแรก โดยที่เรายังไม่เคยดูสารคดีมาก่อน เห็นหิมะครั้งแรก แล้วเราไม่เคยเห็นมาก่อน ซึ่งตุ๊กว่าประสาทสัมผัสทั้งห้าจะเรียนรู้ ซึมซับสิ่งต่างๆ ได้ดี”

“และมันเป็นการพัฒนาสกิลต่างๆ ของมนุษย์”

ขอบคุณภาพจาก tookchanokwanan