กรณี นางสุดารัตน์ ภูผานี อายุ 46 ปี นักธุรกิจ แจ้งความกล่าวหา หมอลำดัง “นกน้อย อุไรพร” หมอลำชื่อดังเจ้าของวงดนตรีหมอลำ “เสียงอีสาน” ข้อหา “ฉ้อโกง” ยืมโฉนดที่ดิน 33 ไร่ มูลค่า 49 ล้านบาทไปจำนองกับนายทุนเงินกู้นอกระบบ 3.8 ล้านบาท แค่ 2 เดือนเพื่อนำมาเปิดวงเดินสายแสดง แต่ผ่านมา 4 ปี ยังไม่ได้รับโฉนดคืน ล่าสุดได้ติดต่อจะคืนเงิน จึงต้องเดินทางมาจากอเมริกา สุดท้ายไม่ได้เงินแถมติดต่อไม่ได้ จึงมาแจ้งความดำเนินคดีกับหมอลำดัง
ความคืบหน้ากรณีดังกล่าว เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 22 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังบ้านเลขที่ 555 หมู่ 17 บ้านหนองใส ต.หนองนาคำ อ.เมือง จ.อุดรธานี ซึ่งเป็นบ้านพัก และที่ทำการวงดนตรี “เสียงอีสาน”ของนางอุไร หรือนกน้อย อุไรพร บริเวณสำนักงานพบลูกวง หางเครื่อง นักดนตรีจำนวนหนึ่งเดินทางมาซ้อม แต่บริเวณบ้านพักปิดประตูห้ามนักข่าวเข้าไปในบริเวณบ้านนายพงษ์ ผู้จัดการทั่วไป แจ้งกับผู้สื่อข่าวว่า คุณแม่นกน้อย ไปวัดทำบุญตั้งแต่เช้า และไม่ได้รับการประสานจากสำนักข่าวว่า จะมีนักข่าวมาขอสัมภาษณ์ในวันนี้แต่อย่างใด ซึ่งทราบจากแม่นกน้อยแต่เพียงว่า อีก 2-3 วัน บริษัทท๊อปไลน์ไดม่อน ต้นสังกัด ทนายความ และคุณแม่นกน้อย จะเปิดแถลงข่าวเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวที่บริษัท ในกรุงเทพฯ ซึ่งช่วงนี้มีแต่ฝ่ายตรงข้ามออกมาพูดและให้ข่าว ส่วนที่สำนักงานวงดนตรีเสียงอีสาน ยังมีลูกวงประมาณ 100 คน เดินทางมาซ้อมเพื่อเตรียมเปิดการแสดงในเดือนตุลาคมนี้ตามปกติ
ส่วน พ.ต.ท.ผลิตอรัญ บุญมาตุ่น รอง ผกก.สอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี เปิดเผยว่า เมื่อนางสุดารัตน์ ภูผานี อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่ หมู่ 2 ต.หนองบัว อ.เมือง จ.อุดรธานี ประสงค์แจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษนางอุไร ฉิมหลวง หรือนกน้อย อุไรพร อายุ 60 ปี ข้อหา “ฉ้อโกง” ในฐานะพนักงานสอบสวน ได้รับคดีไว้พร้อมกับสอบสวนปากคำผู้เสียหาย ซึ่งต่อไปจะได้เรียกนายทุนเงินกู้นอกระบบ และพระสงฆ์ 2 รูป มาสอบปากคำในฐานะพยาน รู้เห็น และอยู่ในเหตุการณ์การกู้ยืมเงินในครั้งนี้ เพื่อจะได้รวบรวมหลักฐาน ว่าเข้าเป็นคดีอาญา หรือคดีแพ่ง
พ.ต.ท.ผลิตอรัญ เปิดเผยต่อว่า หากเข้าคดีแพ่ง จะให้ผู้เสียหายฟ้องร้องค่าเสียหายเอง แต่ถ้าหากเข้าคดี “ฉ้อโกง” ก็จะเรียกนางอุไร มาสอบสวนปากคำ แจ้งข้อกล่าวหา แต่ในฐานะพนักงานสอบสวน คดี “ฉ้อโกง” สามารถไกล่เกลี่ยได้ เพราะผู้เสียหายต้องการโฉนดที่ดินคืน จะได้นำโฉนดไปเข้าแหล่งเงินกู้ในระบบ เพื่อนำเงินออกมาสานต่อธุรกิจที่มีปัญหาการเงินในอเมริกา จึงอยากแนะนำให้ นางสุดารัตน์ นางอุไร และนายทุนเงินกู้ ซึ่งนางอุไรรู้จัก สนิทสมกันดีทั้งสองฝ่าย มาเจรจาไกล่เกลี่ยที่ “ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ จากการกู้ยืมเงินโดยสัญญาที่ไม่เป็นธรรม กองกำกับการสืบสวน ภ.จว.อุดรธานี”
“จากการกู้เงิน 3.8 ล้านบาท นางอุไร จ่ายดอกเบี้ย 2.50 บาท ต่อเดือน หรือประมาณ 90,000 บาท มานานเกือบ 3 ปี ให้เริ่มใหม่โดยตำรวจซึ่งเป็นคนกลางไกล่เกลี่ย จะเริ่มใหม่ด้วยเงินต้น 3.8 ล้าน คิดดอกเบี้ยตามกฎหมายกำหนด นำมาหักลบดูว่านางอุไร จ่ายเงินเกินหรือขาดเหลือกี่บาท ถ้าเงินยังไม่ครบก็ให้นางอุไรจ่ายส่วนที่เหลือ หรือถ้านางอุไรจ่ายเกินก็ให้คืนเงินหรือไม่คืนก็ได้ตามแต่นายทุนเงินกู้หรือนางอุไรต้องการ แล้วให้นายทุนคืนโฉนดที่ดินให้นางสุดารัตน์ หากนายทุนไม่ยินยอมไกล่เกลี่ย ตำรวจก็จะนำเข้าสู่ “ ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ จากการกู้ยืมเงินโดยสัญญาที่ไม่เป็นธรรม กองกำกับการสืบสวน ภ.จว.อุดรธานี” เพื่อเข้าสู่กระบวนการบังคับใช้กฎหมายปล่อยเงินกู้เกินกว่ากฎหมายกำหนด จะดีกว่าหรือไม่” ทางด้าน พระอาจารย์สำเนียง เจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่งใน อ.เมือง จ.อุดรธานี ซึ่งเป็น 1 ในพระสงฆ์ที่นางอุไร หรือนกน้อย อุไรพร ให้ความเคารพนับถือ และนางสุดารัตน์ กล่าวพาดพิงว่า พระอาจารย์สำเนียง เป็นคนพูดให้นำโฉนดที่ดินมาจำนองช่วยนางอุไร เพื่อจะได้มีเงินเปิดวง เดินสายแสดง แต่พอนางอุไรไม่มีเงินใช้หนี้ จึงไปขอความช่วยเหลือพระอาจารย์สำเนียงกลับไม่พูดด้วย และปิดกุฎิหลบหน้า
ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่วัดดังกล่าว เพื่อขอสอบถามพระอาจารย์สำเนียง ในข้อเท็จจริง พบว่ากุฏิสำนักงานเข้าอาวาสวัด ปิดประตูแต่มีร้องเท้าและรถยนต์จอดอยู่ 2 คัน เมื่อร้องเรียกขอพบเพื่อพูดคุย ประมาณ 10 นาที ก็ไม่มีเสียงตอบรับ จึงสอบถามพระลูกวัด และคนงานก่อสร้างที่มาบูรณะอุโบสถ บอกว่าเมื่อเช้าพระอาจารย์ยังอยู่ในกุฎิ

