คำต่อคำ! ‘นกน้อย อุไรพร’ เปิดใจปม ‘ฉ้อโกง’ ยันไม่ยุบวง เล็งฟ้องกลับ พ้อ พาดหัวข่าวแรงมาก

25.08.18 | 17:20 น.

กรณี นางสุดารัตน์ ภูผานี อายุ 46 ปี นักธุรกิจสาว ขึ้นโรงพักเมืองอุดรธานี แจ้งความกล่าวหา หมอลำดัง “นกน้อย อุไรพร” หมอลำชื่อดังเจ้า เจ้าของตำนานวงดนตรีหมอลำ “เสียงอีสาน” ข้อหา “ฉ้อโกง” หลังยืมโฉนดที่ดิน 33 ไร่ มูลค่า 49 ล้านบาทไปจำนองกับนายทุนเงินกู้นอกระบบ 3.8 ล้านบาท แค่ 2 เดือนเพื่อนำมาเปิดวงเดินสายแสดง แต่ผ่านมาเกือบ 3 ปี ยังไม่ได้รับโฉนดคืน ล่าสุดได้ติดต่อจะคืนเงิน จึงต้องเดินทางมาจากอเมริกา สุดท้ายไม่ได้เงินแถมติดต่อไม่ได้ จึงมาแจ้งความดำเนินคดี ส่วนหมอลำดังปิดบ้านเงียบไม่พบสื่อมวลชน แต่เตรียมแถลงข่าวพร้อมต้นสังกัดและทนายความ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 25 สิงหาคม “นกน้อย อุไรพร” หรือนางอุไร ฉิมหลวง อายุ 60 ปี ดร.ทวีชัย จริยะเอี่ยมอุดม ผู้บริหาร บ.ท๊อปไลน์ มิวสิค จก. นายคณิศร ขุริรัง ทนายความส่วนตัว เปิดบ้านเลขที่ 555 หมู่ 17 บ้านหนองใส ต.หนองนาคำ อ.เมือง จ.อุดรธานี แถลงข่าว กรณีที่มีการแจ้งความว่านกน้อย อุไรพร เบี้ยวจ่ายเงิน 3.8 ล้าน นางสุดารัตน์ ภูผานี อายุ 46 ปี นักธุรกิจไทยในอเมริกา แจ้งความกล่าวหา “ฉ้อโกง” ยืมโฉนดที่ดิน 33 ไร่ มูลค่า 49 ล้านบาท ไปขายฝากกับนายทุนบ 3.8 ล้านบาท แค่ 2 เดือนจะเอามาคืน แต่ผ่านมาเกือบ 3 ปีแล้ว

“นกน้อย อุไรพร” กล่าวว่า การพาดหัวข่าวแรงมาก บอกว่าเสียงอีสานยุบวง ทำให้ไม่มีที่จะยืนในสังคม ครั้งแรกว่าจะไม่เปิดแถลงข่าว คิดว่าไม่นานข่าวก็จะซาไปเอง แต่ข่าวมีต่อเนื่อง ทำให้กระทบต่อเจ้าภาพที่มาทำสัญญาว่าจ้างวง “เสียงอีสาน” และมีการมัดจำข้ามปี ล่วงหน้าไปถึงปี 62-63-64 ทำให้ทางลงสั่นคลอน เสียหาย ประเมินความเสียหายไม่ได้เลย จึงได้ปรึกษานายห้างทวีชัย และทนายความส่วนตัว ออกมาแถลงข่าว เพื่อให้เข้าใจและมั่นใจว่า “นกน้อย อุไรพร” ไม่คิดล้มวง ยังสืบสานวัฒนธรรมประเพณีหมอลำของคนอีสานต่อไป ไม่มีวันล้มวงอย่างแน่นอน และจะยิ่งใหญ่ปรับเปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์หมอลำด้วย

นายคณิศร ขุริรัง ทนายความส่วนตัว ตอบข้อซักถามว่า กรณีนางสุดารัตน์ฯไปแจ้งความ กับแม่นกน้อยข้อหา “ฉ้อโกง” เงินกว่า 3 ล้านบาท โดยเฉพาะเรื่องไปทำสัญญาขายฝากกับนายทุน เรื่องนี้แม่นกน้อยไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง คู่สัญญาที่ทำขายฝากเป็นการทำระหว่างนางสุดารัตน์ฯ กับทางผู้รับซื้อฝาก ทางแม่นกน้อยไม่ได้เป็นผู้รับมอบอำนาจ หรือลงลายมือชื่อในนิติกรรมใด ๆ ทั้งสิ้น โดยการทำสัญญาขายฝากก็ไปทำที่ สนง.ที่ดิน และถึงวันนี้สัญญาขายฝากก็ยังไม่สิ้นสุด ที่สามารถไถ่ถอนได้

Advertisement

“ เรื่องที่ทางคุณสุดารัตน์ กล่าวหาว่าแม่นกน้อยฉ้อโกง เป็นการทำให้เสียหาย ผมเป็นทนายความพิจารณาดูแล้ว ว่าหากไม่เป็นความจริง อาจจะใช้สิทธิในการฟ้องกลับ ในการแจ้งความเท็จ เพื่อให้รับโทษทางอาญา โดยวันจันทร์ผมจะเข้าไปที่สถานีตำรวจ พูดคุยกับพนักงานสอบสวนว่าเรื่องราวเป็นอย่างไร แต่ก็พร้อมที่จะพูดคุย ที่เขาไปแจ้งความทำให้เราเสียหาย ซึ่งความจริงเรื่องที่เกิดขึ้น ได้คุยกับแม่นกน้อยแล้วว่า เป็นการร่วมลงทุนด้วยกัน แต่ยังไม่ได้ตัดทอนบัญชีเท่านั้น เพราะแม่นกน้อยต้องไปแสดงดนตรีที่ไต้หวัน และมีข่าวตามสื่อออกมา ”

นายคณิศรฯ กล่าวอีกว่า ส่วนเงินกู้ที่นางสุดารัตน์อ้างว่านำเงินมาให้แม่นกน้อยนั้น เป็นการร่วมลงทุนกับบริษัทที่นางสุดารัตน์ตั้งไว้แล้วก่อนหน้า โดยนางสุดารัตน์และแม่นกน้อย ได้ร่วมลงทุนทำธุรกิจ งานอีเว้นท์ ออแกไนท์ และก็วงเสียงอิสาน ที่การว่าจ้างการแสดง การที่นางสุดารัตน์ มาแจ้งความดำเนินคดีกับแม่นกน้อย ข้อหา “ฉ้อโกง” ถือว่าไม่ใช่ความจริง เพราะเงินที่ร่วมลงทุนกัน แม่นกน้อยมีการโอนเงินรายได้ไปให้นางสุดารัตน์ โดยมีสลิปการโอนเงินเป็นหลักฐาน การกล่าวหาดังกล่าว ทำให้วงเสียงอิสาน และแม่นกน้อย เสียหายจากเรื่องเล็กที่เป็นข่าวใหญ่ เสียหายเป็นอย่างมาก ”

ทางด้าน แม่นกน้อย เปิดเผยว่า โดยส่วนตัวรู้จักกับนางสุดารัตน์ เพราะร่วมลงทุนกันทำบริษัทออแกไนท์ งานอีเว้นท์ ว่าจ้างการแสดง รวมถึงมีวงเสียงอิสาน เข้าไปร่วมด้วย ตอนรู้จักกันทางคุณสุดารัตน์แต่งงาน และจ้างวงเสียงอิสานไปแสดง จนรู้จักกันและคุยกันเรื่องร่วมลงทุน และก่อนที่ตนจะไปไต้หวัน ก็ยังคุยกับคุณสุดารัตน์แล้ว ว่าเราจะคุยกันในเรื่องนี้ ให้กลับจากไต้หวันก่อน จากนั้นก็มีข่าวออกมา ในช่วงที่เรายังไม่ได้กลับจากไต้หวัน เพราะเราร่วมลงทุน ก็เหมือนเขาเป็นคนในครอบครัว ที่เดินเข้าออกที่นี่ได้

“ ที่ดินนี้ทางคุณสุดารัตน์นำไปกู้ยืม เพื่อเป็นเงินมาลงทุนเปิดบริษัทฯ ที่ผ่านมาเรายังไม่ได้คุยกันว่า ใครจะเคลียใคร ใครจะทอนใคร แม่ยืนยันว่าไม่ได้ไปขอกู้ยืมจากเขา และเราได้รับเงินจากเขา แต่ไม่ได้เป็นการยืม ซึ่งเงินจำนวนนี้เราต้องมาคุยกัน ว่างานจ้างวงเสียงอิสาน งานนี้ขาดทุน งานนี้ได้กำไร แม่ต้องโอนให้คุณสุดารัตน์เท่าไหร่ เป็นการที่จะตัดทอนบัญชีที่ร่วมลงทุนกัน ”

แม่นกน้อย บอกอีกว่า หลังมีข่าวออกมา ก็ได้รับความเห็นใจจากแฟนเพลงมาก ซึ่งเมื่อมีข่าวออกมา แม่ก็เรียกลูก ๆ ในวงเสียงอิสานมาประชุม เรียกขวัญกำลังใจกลับมาว่า ยังไงเราก็ยังจะดำเนินกิจการต่อเหมือนเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง และต้องขอขอบคุณทุกกำลังใจจากแฟนเพลงที่ส่งมาให้ และขอบคุณสื่อมวลชนทุกแขนง ที่ให้ความสำคัญกับข่าวนี้ และอยากบอกว่า เสียงอิสานยังไม่ยุบวง การดำเนินกิจการของเรายังมีความมั่นคงอยู่ และจะยิ่งใหญ่กว่าเดิมด้วย

นายทวีชัย จริยะเอี่ยมอุดม ผู้บริหาร บ.ท๊อปไลน์ มิวสิค จก. เปิดเผยว่า เมื่อมีข่าวออกมา ทำให้เสียหาย เพราะเป็นการเสพข่าวฝ่ายเดียว ในฐานะตัวแทนบริษัทฯ ขอยืนยันว่า นกน้อย อุไรพร และวงเสียงอิสาน ยังเปิดรับการแสดงอยู่เช่นเดิม ไม่มีการล้ม หรือยุบวง โดยมี บ.ท๊อปไลน์ ไดมอน จก. สนับสนุนให้เสียงอีสานคงอยู่ตลอดไป