เจมส์ มาร์ กับเรื่องของ ‘ความเหงา’ และเธอผู้ยังไม่ก้าวเข้ามาในชีวิต (มีคลิป)

5.09.18 | 15:32 น.

ในละคร ‘ดวงใจในไฟหนาว’ เจมส์ มาร์ รับบทเป็น ‘เยี่ยมยุทธ’ ผู้ไม่รู้จักความรัก
หากในชีวิตจริงเจมส์ มาร์ บอกเลยว่าเขาไม่เป็นเช่นนั้น เพราะรู้จักที่จะรัก มี ‘ปั๊บปี้เลิฟ’ มาตั้งแต่ตอนอายุ 14-15 ก่อนจะร้างลา และหัวใจว่างมาจนปัจจุบัน

“เหงาไหมเหรอครับ ถ้าตอบว่าไม่คงไม่มีใครเชื่อ” เจมส์ในวัย 25 ปีบอก

ก่อนจะว่า “แต่ผมมีวิธีหายเหงา”

ด้วยแต่ละวันมีกิจกรรมเต็มเปี่ยม ทั้งตีกอล์ฟตอนเช้า กลับมาก็เข้าฟิตเนส ตามด้วยเล่นเกมส์ ดูบอล ดูทีวี ดูหนัง แล้วก็นอน นี่ยังไม่นับงานถ่ายละครที่มีตลอดๆ

“มีอะไรให้ทำเยอะมากซะจนลืมคิดถึงเรื่้องพวกนี้ไปเลย ในหนึ่งวัน หนึ่งอาทิตย์ ผมเจอคนเยอะมาก ไม่ค่อยมีช่วงเวลาที่อยู่คนเดียว ช่วงที่อยู่คนเดียวคือกลับบ้าน ดูทีวี ดูหนัง แค่นั้น มันมีช่วงเวลาแป๊บเดียวที่จะรู้สึกเหงา”

Advertisement

ประกอบกับ ณ ปัจจุบัน “ไม่ได้รีบในเรื่องนี้ เพราะกลัวที่จะต้องเสียใจ เพราะฉะนั้นถ้าเกิดจะเจอใครสักคน จะคบกับใคร ให้เป็นเรื่องของธรรมชาติ เป็นเรื่องของพรหมลิขิตดีกว่า”

เหตุที่กลัวดังว่า ก็เพราะความรักครั้่งก่อนสอนไว้ ด้วยตอนที่คบกันได้เกือบๆปีหนึ่งเขาและเธอต่างใช้ชีวิตในฮ่องกง แต่ครั้นเขาตัดสินใจมาปักหลักในไทยเพื่อทำงาน ความสัมพันธ์ระยะไกลก็ไปไม่รอด

“รู้สึกว่าทำไมความรักแบบนี้ต้องมาเกิดขึ้นกับเรา” เจมส์เล่าความรักสึกในตอนนั้น

“ความรักที่ห่างซึ่งกันและกัน แล้วต้องมาจบลงทั้งๆที่เราก็ยังไม่ได้เต็มที่กับมัน เลยเป็นบทเรียนให้รู้ว่าถ้าเรายังไม่เต็มที่ที่จะมีความรัก ถ้ายังไม่พร้อม ก็อย่าไปผลักดัน เพราะเมื่อเราพร้อม เราก็จะพร้อมเอง”

ส่วนว่าจะเป็นเมื่อไหร่ คำถามนี้เจมส์ยังตอบไม่ได้

เพราะ “ถ้าเกิดสมมุติว่าวันพรุ่งนี้เขาเดินเข้ามา”

เขาคนที่ทำให้เกิดความรู้สึกว่า “อยากจะดูแลถึงขั้นนั้น”

“ผมก็ยอมรับกับพรหมลิขิตที่จะเกิดขึ้น แต่เขายังไม่เดินเข้ามา”

บอกอีกว่า แม้จะเสียใจนักกับรักครั้งก่อน แต่สิ่งที่หนึ่งต้องยอมรับคือ “ทุกอย่างที่ผ่านมา ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในชีวิต เกิดขึ้นเพราะเหตุผลอะไรบางอย่าง

“พร้อมกันนั้นก็ส่งผลให้ได้เรียนรู้

“อย่างน้อยก็ทำให้ผมกลายเป็นคนที่จริงจังเรื่องความรัก ทำให้เป็นคนที่รอบคอบในเรื่องนี้มากๆ”

“ผมเชื่อว่าถ้ามีใครสักคนเดินเข้ามาในวันนี้ พรุ่งนี้ เราจะดูแลเขาได้ดีกว่าเมื่อปีที่แล้วแน่ๆ เพราะเราได้มีเวลาคิด มีเวลาเรียนรู้ มีเวลาดูเพื่อนของเรา ดูเคสคนโน้นคนนี้เป็นตัวอย่าง ได้ศึกษามาเพียงพอแล้ว”
เหลือก็แต่ขั้นตอนการปฏิบัติเท่านั้นแหละ
บอกแล้วพระเอกคนดังก็ยิ้มจนตาหยี