แม้ว่า กัปตัน ชลธร คงยิ่งยง จะถอนฟ้องอดีตแฟนสาว มิ้ง ศวภัทร สุนทรนันท ในทุกคดีเพราะรับรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้ตั้งครรภ์ แต่เมื่อได้เจอผู้บริหารบริษัทนาดาว บางกอก ทั้ง ย้ง ทรงยศ สุขมากอนันต์ กรรมการผู้จัดการ และ บอมบ์ จงจิตต์ อินทุ่ง รองผู้อำนวยการแผนกดูแลศิลปิน ในงานแถลงข่าวละครล็อตใหม่ ช่องวัน 31 เลือดข้นคนจาง ที่ศูนย์การค้าสยามพารากอน ในฐานะเป็นต้นสังกัดของฝ่ายชาย จึงขอให้ทั้งคู่เปิดใจถึงเรื่องดังกล่าวมาว่า
“จริงๆ แล้วเจตนาของเราก่อนหน้านั้นที่ยื่นฟ้องคืออยากรู้ความจริง เหตุการณ์เมื่อวาน(4ก.ย.)คือได้ตามสิ่งที่เราต้องการแล้ว” บอมบ์ จงจิตต์กล่าว
ย้ง ทรงยศ เผยว่าเหตุการณ์ที่ผ่านมาสร้างผลกระทบในเรื่องความรู้สึก เนื่องจากกัปตัน ชลธรเป็นน้องที่ตนรัก ซึ่งทางตน และบอมบ์ รวมถึงทีมงานมีหน้าที่ซัพพอร์ต ให้กำลังใจกัน
“ไม่อยากให้น้องอยู่ในภาวะแบบนั้น รู้สึกดีที่เมื่อวานเหตุการณ์ต่างๆ มันคลี่คลายไปในทางที่ดี จริงๆ แล้วมันน่าจะเป็นบทเรียนของวัยรุ่นทุกคนเนอะ”
“เราน่าจะใช้ชีวิตอย่างมีสติและรักตัวเองให้มากๆ กันทุกคน”
สำหรับเหตุการณ์ที่ผ่านมาทำให้ตนรวมถึงทีมงานและนักแสดงทุกคนร่วมเรียนรู้ว่า สิ่งที่ทำให้ชีวิตไปสู่จุดที่ดีได้นั้นคือการมีสติ
” สมมุติถ้าเขาอยากใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง เขาต้องพร้อมที่จะเจอและรับมือกับปัญหาที่จะเกิดขึ้น ถ้าเด็กฉลาดก็ไม่น่าจะต้องเสี่ยง ก็เรียนรู้เหตุการณ์ของคนอื่นได้”
สิ่งที่เกิดขึ้นทรงยศไม่ปฏิเสธว่ามันได้สร้างผลกระทบต่อบริษัท และในฐานะที่เป็นบริษัทที่ดูแลกัปตันทำให้ตอนนั้นวางตัวลำบาก
“มาวันนี้รู้สึกดีใจกับกัปตันด้วยที่ทุกอย่างผ่านไปได้อย่างราบรื่น เพราะช่วงเวลาที่คุณพ่อคุณแม่เศร้ามากๆ คือช่วงเวลาที่กัปตันจะไปทำงานหน้ามันไม่ไหวแล้ว รู้สึกสงสารน้อง ”
“คิดว่าพอเหตุการณ์ผ่านไปด้วยดี หลังจากนี้อยากให้กัปตันทำงานได้เต็มที่จริงๆ”
สำหรับมหากาพย์กัปตันมิ้งนั้น บอมบ์ จงจิตต์ ขอกล่าวปิดท้ายว่า
“จนถึงตอนนี้ที่ไม่ค่อยอยากพูดถึงเรื่องที่ผ่านไปแล้วค่ะ พอมันถึงจุดที่ว่าทุกอย่างคลี่คลายไปหมดแล้ว”
“ก็คืออยากให้เป็นเรื่องอนาคตของทั้งสองคนแหละว่าในอนาคตข้างหน้าเขาจะเดินไปยังไง ทุกอย่างที่ผ่านมามันเป็นบทเรียนของเขาค่ะ”
ขณะเดียวกันย้ง ทรงยศ และบอมบ์ จงจิตต์ ก็ได้สัมภาษณ์การตัดสินใจไม่ต่อสัญญาของ นนกุล สันตินธรกุล โดยย้ง ทรงยศ เผยว่า ปกตินักแสดงในสังกัดนาดาวก่อนหมดสัญญาจะมีการชวนคุณพ่อคุณแม่รวมถึงตัวนนกุลเองมาพูดคุยกันก่อน โดยสัญญาจะระบุว่าถ้าไม่พูดคุยกัน จะถูกต่อโดยอัตโนมัติ
“ทีนี้ในช่วงที่ทางพี่บอมบ์ชวนทางคุณพ่อคุณแม่กับตัวนนกุลเข้ามาพูดคุย ตอนนั้นนนกุลทำงานอยู่ที่จีน ทำให้การพูดคุยตรงนี้ยังไม่ถึงการนัดหมาย พอยังไม่ถูกนัดหมาย เราเลยไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วคุณพ่อคุณแม่หรือตัวน้องมีความตั้งใจอะไรไว้”
จนกระทั่งระยะเวลาของสัญญาจะหมด ทางนาดาวจึงได้รับเอกสารจากครอบครัวของนนกุลว่าอาจจะขอยังไม่ต่อสัญญาในตอนนี้ เพราะในสัญญาระบุว่าถ้าตัดสินใจยังไม่ต่อสัญญา ให้ทำจดหมายแจ้งเข้ามา ทางตนเองรู้จากทางจดหมาย
“เสียดายที่จริงๆ นนกุลเป็นนักแสดงที่เราอยากทำงานด้วย น้องๆ นักแสดงที่นาดาวฯ ชวนเข้ามาอยู่ในสังกัดเป็นน้องที่เรามีความคาดหวังว่าเป็นนักแสดงที่เราจะทำงานด้วยในอนาคต”
“นนกุลเป็นนักแสดงที่หลายคนในจีดีเอชสนใจอยากร่วมงานด้วย แต่พี่ว่าอาจจะไม่มีปัญหานะ เพราะต่อให้นนกุลเป็นนักแสดงอิสระก็สามารถทำงานกับเราได้ครับ” ทรงยศ กล่าวปิดท้าย

