“พิมคิดว่าอันนี้คือโอกาส เป็นโชคดีของเรามาก” พิม พิมประภา ตั้งประภาพร ที่ตอนนี้ผลงานละครเรื่องใหม่ “ลูกไม้ลายสนธยา” กำลังออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 7 เผยความรู้สึกให้ “มติชน” ฟังด้วยน้ำเสียงยิ้มแย้มแจ่มใส
แถมยังบอกยิ้มๆ ว่า “ตื่นเต้นเหมือนรู้สึกได้เล่นละครเรื่องแรก”
ทั้งนี้นางเอกผู้ห่างหายจากการแสดงไปถึง 2 ปีบอกว่า รู้สึกดีใจมากตอน 2 ผู้จัด เจี๊ยบ โสภิตนภา ชุ่มภาณี กับ พิม พิมพ์มาดา บริรักษ์ศุภกร ทาบทามให้เป็น “เดือนพัตรา” ผู้มั่นใจ แฟชั่นดีไซเนอร์หัวสมัยใหม่ ซึ่งเมื่อมาถึงตอนนี้ก็บอกได้เต็มปากว่าตัดสินใจไม่ผิด เพราะละครซึ่งรวมๆ แล้วมีความโรแมนติก แฟนตาซี สืบสวน สอบสวน ดราม่า แถมยังสามารถผสมผสานกันได้อย่างลงตัวนั้น ในแง่ของคนดู น่าจะสนุก

แม้ในแง่ของคนเล่น จะ “ยากมาก” ก็ไม่เป็นไร
“ก่อนหน้านี้จะได้รับบทใสๆ เรียบร้อย ห่างจากเดือนพัตรามาก นี่ถือเป็นการข้ามไปในหลายๆ ขั้น”
และแม้จะ “กดดันมาก” หากนางเอกคนสวยก็ยืนยัน-ไม่ท้อ
อย่างเดียวที่คิดคือ “ต้องพัฒนาตัวเองให้เร็วที่สุด ต้องตั้งใจทำการบ้าน”
โชคดีที่ในช่วงว่างงาน นอกจากการตั้งคำถามกับตัวเอง เธอยังไม่อยู่เฉย
“ความเป็นคนที่ได้อะไรมายาก ไม่ใช่คนที่อยู่ในสายตาตั้งแต่แรก มีนักแสดงเยอะ บางทีอาจยังไม่ใช่เวลาของเรา ก็ตั้งใจเลยว่าเมื่อโอกาสที่ดีมาถึง เราต้องพิสูจน์ให้เห็น ก็ตั้งคำถามกับตัวเองว่าเราขาดอะไร เรายังไม่ดีตรงไหน ยังสามารถพัฒนาตัวเองให้พร้อมได้ไหม เพื่อที่เวลาโอกาสมาจะได้มีเราอยู่ในลิสต์”
และเมื่อโอกาสที่ว่ามาตามความหวัง จึงไม่ต้องแปลกใจที่เธอทุ่มกำลัง
“พิมมองว่ามันเหมือนเป็นโอกาสสุดท้ายในทุกครั้งที่แสดง เพราะถ้าเราทำอันนี้ไม่ดี ก็อาจจะไม่มีโอกาสให้เราอีก”

นักแสดงซึ่งเข้าวงการครั้งแรกตอน 7 ขวบ ทำงานได้ 3 ปี ก่อนจะหยุดไปเรียน แล้วกลับมาเป็นนักร้องของวง ชิลลี่ไวท์ช็อค กับ สวีต ดีและเป็นนักแสดงอีกครั้งในปัจจุบัน บอกว่าสำหรับเธอนั้น งานในวงการบันเทิงคือความท้าทาย อีกทั้งเป็นโอกาสที่จะทำรายได้ให้กับครอบครัว
“พิมรัก รู้สึกมีความสุขเวลามีคนชมว่าแสดงดี มีความสุขกว่าคนชมว่าสวยอีก” พิมในวัย 25 ปีบอกพลางหัวเราะ
“รู้สึกว่าเวลาคนชมว่าแสดงดี มันมาจากสิ่งที่เราตั้งใจจริงๆ จะรู้สึกภูมิใจในตัวเอง อยากพัฒนา อยากทำอีก”
ขณะเดียวกันก็ “อยากให้พ่อแม่และน้องสบาย กลัวอย่างเดียวคือไม่ทัน เพราะฉะนั้นต้องทำให้ดี ต้องเต็มที่ และต้องประสบความสำเร็จให้เร็วที่สุด นี่คือความตั้งใจ”
“เขาจะได้ไม่ห่วงเรา และเราก็จะได้ภูมิใจในตัวเองที่ตอบแทนเขาได้”
เป้าหมายในใจของเธอจึงไม่ใช่การเป็นนางเอกนัมเบอร์วัน หรือต้องโด่งดังขนาดไหน
“การประสบความสำเร็จของเรา คือ ครอบครัวสบาย” ย้ำอีก
“ถ้ามันเกิดขึ้น จะมีความสุขมาก”
![]()
จากพิมประภาถึงฌอห์น จินดาโชติ
“ดีใจมากเลยที่ได้ร่วมงานกับพี่เขา เขาเป็นนักแสดงที่มีคุณภาพ แล้วก็น่ารักมาก มีน้ำใจ เขาบอกตั้งแต่เริ่มถ่ายแรกๆ ว่าเราเป็นคู่หูกัน เราจะไม่ทิ้งกัน แล้วก็คอยช่วยเหลือจริงๆ คอยประคอง พิมไม่เก่งเลย พิมรู้ แต่ได้พี่เขาช่วยเลยไปได้ดี”
“ตลอด 8 เดือนที่ทำงานกันมา พิสูจน์แล้วว่าเขาพูดจริง ทำจริง ในทุกฉากที่มีปัญหาและกดดัน เขาอยู่ข้างๆ คอยช่วยเสมอ แม้ว่าในบางทีมันไม่ใช่หน้าที่ เขาก็เหนื่อยในหน้าที่ของเขา แต่ยังมาเล่นส่งอารมณ์เต็มให้ทุกฉาก ทั้งที่เขารอดไปแล้วตั้งแต่เทกแรก ร้องไห้ส่งให้เราทุกเทก เผื่อจะมีเทกไหนที่เราเล่นดี”

และไม่ใช่จะดีแต่กับแค่เธอ เพราะกับคนอื่นเขาก็ดีด้วยหมด
“เขามีความสุขในการให้กับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นทีมงาน ช่างไฟ เขาให้ความใส่ใจทุกคน ดูแลความรู้สึกทุกคน”
“เป็นคนที่มีมุมมองในชีวิตดีมาก ชอบฟังพี่เขาเล่าเรื่องราวที่เขาไปเจอ ไปทำอะไรมา ไปช่วยคน รู้สึกว่าฟังแล้วได้รับพลังบวก ได้แง่คิดที่อยากจะทำอะไรดีๆ ให้คนอื่น”
“เขาเป็นตัวอย่างที่ดีจริงๆ”


