เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 12 กันยายน สถานเอกอัครราชทูตเดนมาร์ก, นอร์เวย์, ฟินแลนด์ และสวีเดน ร่วมจัดงานแถลงข่าวการเปิดงาน เทศกาลภาพยนตร์นอร์ดิก 2018 (Nordic Film Festival 2018) ณ บ้านพักรับรองเอกอัครราชทูตราชอาณาจักรเดนมาร์กประจำประเทศไทย ซอยสาทร 1 ถนนสาทร กรุงเทพฯ เพื่อประกาศความสำเร็จของอุตสาหกรรมภาพยนตร์กลุ่มประเทศนอร์ดิก เฉลิมฉลองวัฒนธรรมและสร้างความตระหนักถึงสิ่งที่มีความสำคัญทางสังคมในแง่มุมต่างๆ เช่น การพัฒนาที่ยั่งยืน ความเท่าเทียมกันทางเพศ โดยกลุ่มประเทศนอร์ดิกถือเป็นกลุ่มที่มีแนวคิดสร้างสรรค์และคิดค้นสิ่งใหม่ๆ ในวงการภาพยนตร์อย่างต่อเนื่อง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เทศกาลภาพยนตร์นอร์ดิก ปี 2018 ได้คัดสรรภาพยนตร์หลากหลายประเภท จำนวน 8 เรื่อง จากประเทศละ 2 เรื่อง อาทิ เรื่อง Kon-Tiki ประเภทผจญภัย ประวัติศาตร์ จากนอร์เวย์, เรื่อง Marta & Niki ประเภทสารคดี จากสวีเดน, เรื่อง Tom of Finland ประเภทดราม่า อัตตชีวประวัติ จากฟินแลนด์, เรื่อง Land of Mine ประเภทดราม่า จากเดนมาร์ก

ฯพณฯ อุฟเฟ่อ โวล์ฟเฮซเซล (H.E. Mr. Uffe Wolffhechel) เอกอัครราชทูตราชอาณาจักรเดนมาร์กประจำประเทศไทย กล่าวว่า ในวาระครบรอบ 160 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยกับเดนมาร์ก ทางเดนมาร์กภูมิใจนำเสนอภาพยนตร์ 2 เรื่อง เรื่องแรกชื่อว่า “Land of Mine” เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับเหตุการณ์ประวัติศาสตร์สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ของกลุ่มนักโทษชาวเยอรมัน อิงประวัติศาสตร์ด้านมืดของเดนมาร์กแนวดราม่า ที่มาพร้อมกับฉากธรรมชาติที่สวยงามของประเทศ และเรื่อง “Superclascico” เป็นแนวตลกคอมเมดี้ เรื่องราวของชายชาวอาร์เจนตินาที่พยายามคืนดีกับภรรยา และชีวิตประจำวันที่มีทั้งขึ้นและลง
ฯพณฯ ซาตู ซุยก์การี-เคลฟเวน (H.E. Mrs. Satu Suikkari-Kleven) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐฟินแลนด์ประจำประเทศไทย กล่าวว่า ภาพยนตร์ไม่ได้แสดงถึงแต่ความบันเทิง แต่ยังสื่อถึงการมีคุณค่าในชีวิตและวิถีชีวิตด้วย ปีนี้ภาพยนตร์ของฟินแลนด์อาจดูมีความแตกต่างกันมาก แต่ยังคงตั้งอยู่บนพื้นฐานความรัก ความกล้าหาญ ความอดทน และเสรีภาพ โดยภาพยนตร์ทั้ง 2 เรื่องนี้ถือว่าเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก
“เรื่อง Tom of Finland เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับงานศิลปะของชายชาวฟินแลนด์ที่สื่อถึงความเท่าเทียมกันได้น่าประทับใจและสวยงามในตัว เป็นภาพยนตร์ที่อยู่ในยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งเป็นยุคที่ต่อต้านกลุ่มคนรักร่วมเพศ หนังเรื่องนี้ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอันหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นในแง่ของทัศนคติ ความพยายามต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน ความเชื่อเรื่องการเมือง เรื่องการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมาย ส่วนเรื่องที่ 2 คือ Moomins on the Riviera นั้น เราประหลาดใจว่าคนไทยรู้จักมูมินกันเป็นจำนวนมาก ทั้งคาเฟ่ ร้านหนังสือ และตอนนี้ก็เป็นภาพยนตร์เข้ามาฉายให้ทุกคนได้ชม โดยจะพาไปผจญภัยตามสถานที่ต่างๆ พบเจอฉากที่สวยงาม สอดแทรกความรักความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกในครอบครัว ซึ่งมูมินไม่ใช่หนังสือและภาพยนตร์สำหรับเด็กเท่านั้น แต่ยังส่งสารไปถึงผู้ใหญ่ด้วยว่า อะไรคือสิ่งที่สำคัญในชีวิต” ฯพณฯ ซาตูกล่าว

นายทูร์ ฮอก (Mr.Tor Haug) อุปทูตสถานเอกอัครราชทูตนอร์เวย์ประจำประเทศไทย กล่าวว่า ภาพยนตร์ทั้ง 8 เรื่องที่คัดเลือกมาฉายในเทศกาลครั้งนี้ เป็นการนำเสนอความหลากหลายในแง่มุมต่างๆ ของสัมคมนอร์ดิก ซึ่งอาจเป็นแง่มุมที่ไม่เคยรับรู้มาก่อน เช่น ชีวิตที่ดิ้นรนกับชีวิตที่สวยงามในสังคม หวังจะให้ผู้ชมได้รู้จักและสัมผัสถึงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของสังคมนอร์ดิกมากขึ้น โดยภาพยนตร์จากนอร์เวย์เรื่อง “The King’s choice” และ “Kon-Tiki” เป็นเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ในศตวรรษที่ 20 ซึ่งมีความสำคัญต่อประเทศนอร์เวย์ โดยความโดดเด่นของทั้ง 2 เรื่องคือการเล่าเรื่องได้อย่างน่าประทับใจ เน้นความกล้าหาญ กล้าตัดสินใจในสิ่งที่เชื่อและสิ่งที่ถูกต้อง ซึ่งส่งผลสำคัญต่อนอร์เวย์ด้วยเช่นกัน
ฯพณฯ สตัฟฟาน แฮร์สตอรม (H.E. Mr.Staffan Herrstrom) เอกอัครราชทูตราชอาณาจักรสวีเดนประจำประเทศไทย กล่าวว่า กลุ่มนอร์ดิกเน้นส่งเสริมเรื่องความเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะเป็นตัวละคร หรือส่วนอื่นๆ โดยจะให้นักแสดงหญิงมีส่วนสำคัญในเรื่อง จากเดิมในสมัยก่อนผู้หญิงไม่ค่อยได้รับโอกาสในวงการนี้ แต่หลังจากผลพวงการแสดงพลังต่อต้านการคุกคามทางเพศ ส่งผลให้เทศกาลนอร์ดิกนำภาพยนตร์ที่มีผู้หญิงมานำเสนอมากขึ้น โดยภาพยนตร์ทั้ง 2 เรื่องที่เลือกมาก็เป็นผลงานของผู้กำกับหญิงด้วยเช่นกัน
“เรื่องแรกคือ A Serious Game เรื่องราวเกี่ยวกับความรัก และความลุ่มหลงจากบทประพันธ์ที่มีชื่อเสียง และเรื่อง Martha & Niki ที่ท่านทูตเองได้รับชมและรู้สึกประทับใจมาก เป็นสารคดีเกี่ยวกับนักเต้นหญิง 2 คน ที่ผูกพันกันด้วยการเต้น และด้วยปีนี้ครบรอบ 150 ปีความสัมพันธ์ทางการค้ากับประเทศไทย ทางสวีเดนมีความยินดีที่จะสานความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้น ผ่านการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและศิลปะในเทศกาลภาพยนตร์ครั้งนี้” ฯพณฯ สตัฟฟานกล่าว


ทั้งนี้ เทศกาลภาพยนตร์นอร์ดิก ปี 2018 (Nordic Film Festival 2018) จะจัดขึ้นในวันที่ 28-30 กันยายน 2561 โดยภาพยนตร์ทุกเรื่องมีบทบรรยายภาษาอังกฤษ ผู้สนใจสามารถเข้าชมฟรี จองที่นั่งและรับบัตรได้ที่ควอเทียร์ ซีเนอาร์ต ชั้น 4 ศูนย์การค้าดิ เอ็มควอเทียร์ ก่อนภาพยนตร์เริ่มฉายประมาณครึ่งชั่วโมงเป็นต้นไป

