เรื่องของ ‘ญาญ่า อุรัสยา’ ว่าด้วย “โลกสีชมพู” และ “สีดำ” ของความรัก

“มันคือความฝันของนักแสดงทุกคนที่ได้เล่นบทบาทที่ท้าทายขนาดนี้ในเรื่องเดียว” นี่คือความรู้สึกลึกๆ ในใจ “ญาญ่า อุรัสยา เสปอร์บันด์” ที่มีต่องานชิ้นล่า “”กลิ่นกาสะลอง”” ละครพีเรียดของช่อง 3 โดยผู้จัด “แหม่ม ธิติมา สังขพิทักษ์”

ละครซึ่งเนื้อหาพูดถึงความรัก ความแค้น แรงอาฆาต ที่ติดตามตัวละครแบบข้ามชาติ ข้ามภพ อย่างไม่ลดละ โดยในส่วนของญาญ่านั้นต้องเล่นเป็นถึง 4 ตัวละครด้วยกัน

“ในพาร์ตอดีตเล่นเป็น 2 ตัวคือ “ช้องปีบ” ที่ร้าย และ “กาสะลอง” ที่เป็นตัวดี ในปัจุบันรับบทเป็นอีก 2 ตัว ที่เกิดมาใหม่คือ พิมพ์พิศา และผีกาสะลองที่ไม่ได้ผุดไม่ได้เกิด”

เล่าด้วยว่าจริงๆ ได้รับทาบทามให้เล่นมาตั้งแต่เมื่อ 2-3 ปีก่อน และก็ตอบรับตั้งแต่ยังไม่เห็นบท

เพราะแค่ได้รู้เรื่องย่อๆ รู้บทคร่าวๆ ที่จะรับ ใครกันจะอดใจไหว!

และเมื่อได้เล่นจริงเธอบอกเลย “มันไม่ง่าย”

“ต้องทำการบ้าน 2-3 เท่าจากที่เราเคยเล่นมา”

“ตอนนี้สมองจะระเบิดแล้ว” ประโยคท้ายนี้ว่าพลางหัวเราะ

กับบทบาทที่ได้รับนั้น ญาญ่าว่าบท “ช้องปีบ” นั้นฉีกกว่าที่เคยๆ รับมา

ด้วยในความรู้สึกของเธอนั้น “เขาไม่ได้ร้าย แต่ว่าเขาเลวเลย ไม่ได้แค่ร้าย แต่สันดานแย่มาก”

หากในความรู้สึกของตัวละคร “เขาก็ไม่ได้คิดว่าเขาเลวร้ายขนาดนั้น แต่ความคิดมันชั่วนะคะ โดยที่เขาไม่รู้ตัว”

ซึ่งเอาเขาจริงเธอก่อนจะเล่นได้ เธอต้องใช้เวลาทำความเข้าใจอยู่นาน

“เพราะลึกๆ ของเรา คือเราเป็นคนดี แล้วบางทีความคิดที่ชั่ว ที่ไม่สนใจเลย ว่าอันนี้คือดีหรือไม่ดี ไม่แคร์ มันทำให้เราตีโจทย์ยาก บางครั้งเราคาดไม่ถึงหรือคิดไม่ถึง ว่าคนที่เลวขนาดนั้น เขาคิดอย่างไร”

“ในบางที ทำการบ้านแล้วก็ลำบากใจ พร้อมมีคำถามว่าทำไม เพราะอะไร”


ส่วนเมื่อเล่นแล้ว เช็กตัวเองในมอนิเตอร์แล้วรู้สึกยังไง ญาญ่าว่าบอกไม่ได้จริงๆ เพราะลำพังเอาตัวให้รอดจากแต่ละฉาก ก็แย่แล้ว

“แทบไม่ได้ดูตัวเองเลยค่ะ เพราะฉากหนึ่งเล่นเป็นสองตัว สามตัว เราก็วิ่งเพื่อเปลี่ยนชุดกลับมา วิ่งอยู่อย่างนั้นตลอด ประมาณ 6-7 รอบ เหนื่อยที่สุดเท่าที่เคยเล่นมา”

“ถ่ายเรื่องนี้เหมือนถ่ายไป 3 เรื่องเลย”

แค่นั้นยังไม่พอ เพราะในเรื่องยังมีการใช้ภาษาเหนือ ซึ่งแม้จะปรับให้ไม่เหนือจ๋า เนื่องจาก “คิวแรกๆ พูดเต็มๆ แล้วคนฟังไม่รู้เรื่อง” จึง “ตัดปัญหานี้โดยการให้เป็นแค่กลิ่นเหนือเฉยๆ ประโยคหนึ่งมีอยู่ 2-3 คำ” หากถึงอย่างนั้นในความรู้สึกของลูกครึ่งอย่างเธอ-ก็ยังยาก

“ภาษาไทยปกติยังแทบจะไม่รอดเลย แต่ว่ามีคนไกด์ให้ค่ะ เราแค่ต้องมีวินัยกับตัวเองมากขึ้น อาจจะต้องเริ่มอ่านบทเร็วกว่าเรื่องอื่นที่พูดภาษากลาง”

กับทั้ง 4 บทบาทที่ได้รับ ญาญ่าบอกว่ามีหลายคนถาม ว่าเธอชอบบทของตัวไหนมากที่สุด แต่ “ตอบไม่ได้ ไม่สามารถเลือกได้จริงๆ ค่ะ” เจ้าตัวว่า

“เพราะจริงๆ แล้ว กาสะลองถึงแม้ว่าเขาจะโง่แค่ไหน ช้องปีบไม่ว่าจะชั่วแค่ไหน แต่สุดท้ายแล้วสิ่งที่ต้องการทั้งคู่คือความรัก ทุกคนไขว่คว้าความรัก”

“เขาน่าสงสารหมดทุกคน”

กับพระเอก “เจมส์ มาร์” ที่เพิ่งมีโอกาสเล่นคู่กันเป็นครั้งแรกนั้น ญาญ่าบอกว่าสำหรับเธอถือเป็นโชคดี


“เพราะบางทีเล่นไปแล้วยังไม่ใช่ ก็เฮ้ย! เจมส์ ไอขอโทษหว่ะ ขออีกรอบได้ไหม แล้วจะไม่โกรธกัน คือคนอื่นเราเกรงใจ ไม่รู้ว่าจะเริ่มพูดตรงไหนดี หรืออย่างไรดี พอเป็นเจมส์ที่คุ้นเคย มันก็ง่าย”

กับงานที่ยาก งานที่ท้าทายเรื่องนี้ ญาญ่าว่า นอกจากจะทำให้สนุกไปกับทั้งความยากและท้าทายที่ว่า อีกสิ่งหนึ่งที่เธอเรียนรู้มาจากละคร “กลิ่นกาสะลอง” ก็คือ “ความรักเป็นทั้งสิ่งสวยงาม และเป็นสิ่งที่อันตรายและน่ากลัวด้วย”

“มันเป็นทั้งโลกสีชมพู และสีดำ”

บทความก่อนหน้านี้‘ดีแทค-แคท’ ทุ่ม 3 พันล้านต่อปี เซ็นสัญญาร่วมเดินหน้าธุรกิจหลังหมดสัมปทาน
บทความถัดไปมะกันคว่ำบาตรบริษัทไทย กล่าวหาช่วยอิหร่าน