หลังจากที่ เก๋ กันยกร ตัดสินใจจบชีวิตตัวเองด้วยการกระโดดตึก ท่ามกลางความสงสัยว่าเหตุใด เธอจึงตัดสินใจแบบนี้ และตัวอย่างของรายการ ปากปลาร้าหน้าเป๊ะ บาย โก้ ธีรศักดิ์ จะมาเปิดหลักฐานชิ้นสำคัญ ซึ่งอาจจะเป็นคำตอบและหลักฐานชิ้นสำคัญในการตัดสินใจของ เก๋ กันยกร
ที่เธอเคยพูดไว้ชัดเจนว่า “ผีไม่เผา เงาไม่เหยียบ”
ซึ่งวันนี้ (15ก.ย.) ที่รายการดังกล่าวออกอากาศเราจึงได้รับรู้แบบจัดเต็มจากใจของเธอว่า แรกเริ่มเดิมที ตนเข้าสู่วงการบันเทิงด้วยตำแหน่งนางงามผิวสวยจากเวทีหนึ่ง และคว้ารางวัลรองอันดับ 2 Miss World Next Top Model ตนจึงนำดีกรีที่มีต่อยอดการทำธุรกิจ
“โดยการชักชวนกับคนนั้นแหละค่ะ ที่บอกว่าเป็นน้องชาย”
“อย่าไปพูดถึงเขาเลยค่ะ เดี๋ยวโดนฟ้อง ถ้าใครรู้ก็รู้อยู่แล้ว”
เมื่อโก้ ธีระศักดิ์ ยิงคำถามว่าหรือเขาคนนั้นที่เธอไม่กล่าพูดจะเป็นพี่น้องสมมติ พาร์ตเนอร์กัน เจ้าตัวก็ตอบพร้อมยิ้ม
“เพราะมองย้อนกลับไป ที่ผ่านมามันก็เป็นชีวิตสมมติเหมือนกัน มันไม่ใช่เรียล(real)”
“เก๋ไม่รู้ว่าเก๋ถูกสมมติอะไรบ้าง และเก๋ไม่รู้ว่าที่แท้จริงแล้ว คนที่เก๋อยู่ด้วยคือใครกันแน่ ”
และเมื่อถูกยิงคำถามเรื่องมอบเพชร มอบรถให้กัน เธอก็ตอบว่า
“วันนี้เก๋แยกออกมาแล้ว วันนี้รู้สึกแฮปปี้กับการได้แยกออกมา เอาเป็นว่าพูดแค่นี้ รายละเอียดหลายอย่างถ้าเรามานั่งพูดคนเดียว เกิดไปกระทบเขา แล้วเกิดฟ้องร้องมันไม่ดี”
เมื่อตัดสินใจแยกจากจึงไม่มีการทำธุรกรรมร่วมกันอีกต่อไป
” ไม่ค่อยคุยกันเลย? นอกจากจะมีเหตุจำเป็นจริงๆ อย่างเช่น ตามเอาค่าทนาย (หัวเราะ)”
เมื่อถูกถามว่าจากคนเคยทำธุรกิจจะเหินห่างกลายเป็นผีไม่เผา เงาไม่เหยียบหรือไม่นั้น เก๋ กันยกรก็ตอบว่า
“อืม…ผีไม่เผาเงาไม่เหยียบมั้ย เงาไม่เหยียบค่ะ แต่ผีไม่เผาเป็นเรื่องของอนาคต ไม่รู้ใครตายก่อนใครตายหลัง (ยิ้มๆ)”
” ไม่เกี่ยวกับผลประโยชน์ทางธุรกิจเลยนะคะ ไม่เกี่ยวกับผลประโยชน์แต่อย่างใด เพราะตัวเก๋ขายครีม ส่วนกำไรเก๋ก็ได้ของเก๋”
“ไม่ได้โกงกันหรอกค่ะ แต่แค่รู้สึก. .มันเป็นการทำธุรกิจที่เอาแต่เรารับหน้าค่ะ พอมันเกิดข้อผิดพลาด อะเวลาได้ดีมันดี ดีทั้งสองฝ่ายสองฝ่ายแฮปปี้ แต่เวลามันผิดพลาด ตัวเก๋เต็มๆ ครอบครัวเก๋เต็มๆ หลายๆ อย่างจนถึงทุกวันนี้”
“ตอนนี้ครอบครัวเก๋ก็แทบจะไม่เชื่อในตัวเก๋เลย เหมือนว่าเก๋เทไปทางโน้น แล้วก็ทำทุกอย่างที่มันไม่ค่อยโอเคแล้ว เขาก็เตือนต่างๆ นานา อะไรอย่างงี้”
“ไม่ใช่เฉพาะเก๋ที่โดน แต่ว่าก่อนหน้านี้มีคนที่โดนแล้ว แต่เขาเลือกที่จะไม่พูดกับเรา เพราะคิดว่าเพื่อนอย่างเขา คงไม่มีน้ำหนักอะไรที่จะพูดไป แล้วให้เราฟังและเชื่อได้ เพราะเราเลือกที่จะปิดหูปิดตา ฟังแต่สิ่งสมมติที่มันเกิดขึ้น”
ซึ่งครั้งนี้เปรียบเสมือนบทเรียนใหญ่ในชีวิต
“บทเรียนครั้งนี้มันเป็นบทเรียนครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิต เพราะว่ามันทำให้เก๋สูญเสียทุกๆ สิ่งทุกๆ อย่าง ”
“ถามว่าตอนนี้เก๋ได้ความเป็นตัวเก๋กลับมา ใช่! แต่ว่านอกจากสิ่งที่ได้กลับมาในเรื่องความเป็นตัวเก๋ เก๋ก็ไม่ได้อะไรเลย และเก๋สูญเสียทุกอย่าง แม้กระทั่งคำว่าครอบครัว”
อีกทั้ง สาวสวยสกุล เลเดอเรอร์ยอมรับว่ากดดัน เพราะเรื่องนี้ถ่ายทอดให้ฟังไม่ได้
ส่วนประเด็นที่เธอออกมาเปิดคลินิกทุ่มไปกว่า 50 ล้าน และทิ้งพาร์ตเนอร์มาเพราะมีคนชุบเลี้ยงก็ตอบว่า
“เก๋ไม่ได้ทิ้งพาร์ตเนอร์เก่า แต่ว่าเก๋เลือกที่จะเดินกลับมาหาจุดที่เก๋เรียกว่าครอบครัวมากกว่าค่ะ อีกอย่างหนึ่งนอกเหนือจากครอบครัวแล้ว ตรงนั้นเป็นที่ดินของที่บ้าน ของผู้มีพระคุณที่เก๋เรียกว่าครอบครัว และก็เป็นตัวตึกของที่บ้าน”
“เป็นการเริ่มต้นค่ะ และเก๋จะจบกับมันที่นี่ด้วย”
“ใครจะขุดคุ้ยอะไรก็แล้วแต่ค่ะ ตามสบายค่ะ หรือว่าอีกฝ่ายฟังแล้วรู้สึกไม่โอเค แล้วขุดต่อหรืออะไรต่อ แต่เก๋คิดว่าเขาคงไม่ขุดอะไรต่อแล้ว เพราะในใจลึกๆ เขาก็รู้อยู่แล้วว่า ถ้าเมื่อไหร่เขาขุด หลายชีวิตพร้อมที่จะขุดเขาเช่นกัน”
และหากบุคคลนั้นฟังอยู่ เก๋ เลเดอเรอร์อยากฝากบอกผ่ายรายการนี้ไปว่า
“เก๋อยากจะขอบคุณที่เคยร่วมด้วยช่วยกันมา แล้วเก๋ไม่อยากให้ทำแบบเก๋ กับใครอีก หรือว่ากับเพื่อนๆ ที่เขารักคุณหมดหัวใจ คุณพูดแต่เรื่องสมมติ ที่คุณคิดเอาเองฟุ้งเอาเอง ไม่มีอยู่จริงให้กับทุกคน เพื่อจะสร้างภาพลักษณ์ของคุณให้มันดูดี ”
“เก๋ก็เป็นคนหนึ่งที่ทำให้ภาพลักษณ์ตัวเองดูดีมากมาย แต่ ณ วันนี้เก๋ถอยออกมา แล้วเก๋ยอมรับความจริง และอยู่กับความจริง เพราะความจริงเป็นสิ่งที่มีความสุขที่สุดค่ะ ”
ขอบคุณMAYA CHANNEL

