หลังสิ้นเชื้อสายจักรพรรดิ จิ๋นซี สองแม่ทัพสำคัญที่ร่วมกันล้มล้างแคว้นฉิน เซี่ยงอวี่ กับ หลิวปัง ก็แตกคอกันชิงอำนาจ ฝ่ายแรกตั้งตนเป็น ฌ้อปาอ๋อง ฝ่ายหลังซึ่งกำชัยในที่สุดคือ ฮั่นโกโจ หรือฮั่นเกาจู่ ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์ฮั่น ถือเป็นสามัญชนคนแรกที่ก้าวสู่บัลลังก์จักรพรรดิ ต่อมาสามัญชนคนที่สอง หรือลูกชาวนาแสนยากไร้ที่เกิดสมัยราชวงศ์หยวน ซึ่งเป็นราชวงศ์มองโกลที่เข้ายึดแผ่นดินจีนไว้ในปกครองนานเกือบ 100 ปี หย่อนไปไม่ถึงทศวรรษ ก็ตามรอยขึ้นเป็นปฐมกษัตริย์ราชวงศ์หมิง ด้วยแรงขับจากการฉ้อราษฎร์บังหลวงอย่างระห่ำของขุนนาง ขันทีเข้าแทรกแซงการบริหารบ้านเมือง จักรพรรดิไม่สนใจราชกิจ และภัยธรรมชาติกระหน่ำซ้ำซ้อน เป็นเหตุให้เกิดกบฏขึ้นทั่วแผ่นดิน
จูหยวนจาง ลูกชาวนามณฑลอานฮุย ที่ยากจนกระทั่งพ่อ แม่ พี่ชายตายด้วยโรคระบาดก็ไม่มีเงินทำศพ จนเพื่อนบ้านต้องเจียดผืนดินให้เป็นที่ฝัง เซซังไปบวชเป็นเณร ธุดงค์ไปตามเมืองต่างๆอยู่หลายปี พบเห็นความจริงอันขมขื่นยากแค้นของราษฎร จนเกลียดชังฝังใจต่อขุนนางขี้ฉ้อ สร้างปณิธานที่จะตอบโต้ขึ้น
หลังร่อนเร่ยาวนานหลายปีเพาะเป็นความแกร่งกร้าวขึ้น ก็กลับวัดเดิมคบหาสมัครพรรคพวกตามความตั้งใจที่จะกอบกู้ชีวิตชาวบ้าน กลายเป็นขุนศึกคนหนึ่งในกลุ่มกบฏชาวนา
เหตุการณ์เป็นไปตามวิถีอำนาจ เมื่อมีฝีมือเกินหน้าผู้นำกลุ่ม ความระแวงแคลงใจจึงเกิดขึ้น จนต้องไปตั้งกองแสวงกำลังของตัวเองใหม่ และในที่สุดก็สามารถรบรากับราชสำนักหยวนจนขับมองโกลออกไปได้
แต่ด้วยความริษยา อาฆาต และหวาดระแวงเช่นเดียวกัน ที่บ่มมายาวนานแต่เยาว์วัย จูหยวนจาง สังหารขุนนาง ข้าราชสำนัก นายทหาร ไม่เว้นแม้แต่แม่ทัพที่เคยร่วมรบกันมา ซึ่งหนังจีนหลายเรื่องเคยนำมาสร้างให้ดูซาบซึ้งกินใจมาแล้วนักต่อนัก บันทึกบอกว่า ล้มตายจากการนี้ไปมากถึง 5 หมื่นคน
นอกเหนือการตรากฎเหล็กห้ามขันทียุ่งเกี่ยวการเมือง และการรวบอำนาจไว้ในมือ โดยเฉพาะทหารที่ต้องขึ้นต่อพระองค์แบบเบ็ดเสร็จ การผ่อนปรนราษฎรและชาวมองโกลที่มีความสามารถต้องการทำงานให้ราชสำนัก ก็ถือเป็นการตอบสนองปณิธานที่เคยมีมาแต่เดิม เสมือนบัวที่บานขึ้นจากหล่มเลือด

‘วิถีแห่งอำนาจ จูหยวนจาง’ จากเด็กยาจกเข็ญใจสู่บัลลังก์มังกร ชีวิตซึ่งยิ่งกว่านิยายเรื่องนี้ หากมิใช่การลำดับอย่างมีรสชาติและชั้นเชิงอันชำนิของ เสถียร จันทิมาธร นักอ่านระดับบรม ที่ให้กำไรผู้อ่านชนิดทั้งหอบทั้งหามความคิดอ่านเป็นรางวัลกลับบ้านแล้ว ก็ยากจะหางานซึ่งให้สาระและสุนทรียรสพร้อมกันไปในขณะเดียว
เพราะเนื่องจากการอ่านมากของผู้เขียนนั่นเอง ผู้อ่านจึงเหมือนกับได้รับรู้เรื่องของจูหยวนจางจากหนังสือหลายๆเล่ม หลายๆมุมมอง หลายๆข้อคิดที่สังเคราะห์ข้อสังเกตุและข้อสรุปต่างๆออกมา เช่นงานเล่มก่อนๆที่ผ่านมา
จากวิถีแห่งอำนาจเจงกีสข่าน โจโฉ บูเช็กเทียน สุมาอี้ ถังไท่จง ลกซุน ซูสีไทเฮา กระบวนงานซึ่งผู้เขียนทะยอยนำนักอ่านกลับไปเรียนรู้วิถีอำนาจของบรรดาผู้กุมชะตาชีวิตคนนับหมื่นนับแสน อย่างน่าตื่นเต้นด้วยกลเม็ดการชิงไหวชิงพริบ เล่ห์กล และความเข้าใจในศาสตร์ศิลปของการช่วงชิงอำนาจ สงคราม กับภูมิศาสตร์และดินฟ้าอากาศวิทยา
การลำดับเรื่องที่เหมือนการลำดับภาพของภาพยนตร์ ทำให้เป็นหนังสือชุดที่มอบให้ผู้ใด ผู้นั้นย่อมปลาบปลื้มปีติเป็นล้นพ้น
ต่อให้ไปเที่ยวญี่ปุ่นเพื่อจะกิน เพื่อจะชมทิวทัศน์ เพื่อจะซาบซึ้งความสงบสงัดในชนบท หรือไม่ว่าจะเพื่ออะไรก็ตาม หากได้รู้จักญี่ปุ่นเป็นทุน การไปญี่ปุ่นแต่ละคราวย่อมเพิ่มคุณค่าเป็นทบทวี ‘พงศาวดารญี่ปุ่น’ ของ ฮิโช ไซโต กับ เอลิซาเบธ ลี เล่มขนาดเหมาะมือ 400 กว่าหน้า พรั่งพร้อมด้วยภาพประกอบตามเนื้อหาเต็มเล่ม ที่สำคัญ ถือเป็นหนังสือพิศดารเล่มหนึ่งได้

ทำไมจึงว่าพิศดาร หนังสือเล่มนี้พิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 2459 โดย ยูปิเตอร์ ผู้มีความรู้ภาษาญี่ปุ่นแปลจากภาษาอังกฤษขณะพำนักอยู่ในญี่ปุ่น การออกเสียงคำอ่านและการทำเชิงอรรถที่โดดเด่นจึงให้ความรู้รอบ ด้วยความตั้งใจที่จะให้คนไทยได้รู้จักทั้งคนและวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นมากขึ้น ด้วยสายตาที่มองไกลว่าประเทศนี้จะเป็นที่ขึ้นชื่อลือนามในโลกตั้งแต่ 100 ปีก่อน
โดยเฉพาะเนื้อหารายละเอียดการลำดับเรื่องราวนั้น หากนักอ่านได้หยิบจับขึ้นแล้ว จะเห็นได้ทันทีว่า ในทางประวัติศาสตร์ ข้อมูลที่ปรากฏยังถูกต้องแม่นยำอาจจะเหนือกว่างานเขียนเกี่ยวกับญี่ปุ่นจำนวนมากในปัจจุบันด้วยซ้ำไป
การกำเนิดเกาะญี่ปุ่นในยุคเทพเจ้า ผ่านสงครามร้อยปีสมัยซามูไร จนถึงการคืนบัลลังก์ของเมจิสมัยใหม่ นี่คือพงศาวดารที่อ่านเพลินเล่มหนึ่ง ด้วยภาษาที่แม้ผ่านมาหนึ่งศตวรรษแล้ว ก็ยังอ่านได้รสชาติอย่างมิพักต้องเหยาะซอส คิโคมัน ทีเดียวเชียว

และสำหรับคอวรรณกรรมโลก ‘สงครามวอเตอร์ลู’ หรือ วอเตอร์ลู ของ วิคเตอร์ ฮูโก การรบครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์หนาเพียง 100 หน้า แต่ผู้เขียนซึ่งกล่าวว่า เป็นการเผชิญหน้ากันในประวัติศาสตร์ซึ่งแปลกประหลาดที่สุด เพราะทั้งนโปเลียนและเวลลิงตันต่างมิใช่ศัตรู หากแต่อยู่คนละฝ่าย ในสงครามเวลลิงตันจึงเปรียบเหมือนช่างเทคนิค และพระเจ้านโปเลียนเป็นเหมือนไมเคิลแองเจโล และครั้งนี้อัจฉริยะก็ถูกปราบด้วยกฎที่ตายตัว
เรื่องสงครามที่มิใช่การบู๊ล้างผลาญ แต่เป็นการอ่านความคิดของบรรดาผู้อยู่ในเหตุการณ์ ทำไมจึงเป็นสงครามที่ผู้ชนะพ่ายแพ้ ศักดิ์ บวร แปลให้อ่านแล้ว

งานสำคัญอีกชิ้น ‘ความตายที่เป็นสุข’ จาก ‘อะ แฮปปี้ เดธ’ ของนักปรัชญานักเขียนรางวัลโนเบลปี 2500 อัลแบร์ กามูส์ เจ้าของงาน ‘คนนอก’ อันโด่งดัง หนังสือเล่มนี้ตีพิมพ์หลังจากเสียชีวิต สะท้อนทัศนคติต่อครอบครัว และสำนึกในมนุษย์ เมื่อความสุขเป็นสิ่งที่ทุกคนมุ่งหวัง แต่ความสุขของบุคคลไม่ขึ้นกับผู้อื่น การแสวงความสุขจึงไม่ควรคาดหวังกับสิ่งรอบกาย
แต่จะปรับตัวให้เข้ากับสิ่งรอบกายอย่างไร กามูส์แสดงความคิดจากประสบการณ์ชีวิตให้ถกหาหนทางของแต่ละรูปนามไว้อย่างคมคาย วิจักขณา แปล
…
บรรณาลักษณ์

