เปิดทางออกเดียวที่แก้ได้ของ ‘เต้ ปิยะรัฐ’ หลังเจอปัญหารายการทีวีอายุสั้นจากพฤติกรรมการเสพแบบฟาสต์ฟู้ด

ไม่เพียงแต่ย้ายรายการ ‘เดอะ เฟส เมน ซีซั่น 2’ ไปออกอากาศทางช่องพีพีทีวี 36 โดยเริ่มต้นตั้งแต่เดือนตุลาคมนี้ เต้ ปิยะรัฐ กัลย์จาฤก บอกว่าเนื้อหาของรายการยังจะเปลี่ยนแปลงไปจากที่เคยเห็น

แต่เดี๋ยวก่อน ก่อนจะไปถึงจุดนั้น เขาขอแก้คำๆหนึ่งที่เราใช้

คำว่า ‘ย้าย’

“เรียกอย่างนั้นอาจะกระทบหลายฝ่าย” เขาอรรถาธิบาย

“เอาเป็นว่าคราวนี้เราได้รับโอกาสที่เหมาะสม ที่ตรงกับจังหวะเวลาของเดอะ เฟส เมน’

โอกาสของการได้แพร่ภาพเวลา 20.15-21.45 น. ทุกคืนวันอาทิตย์ ‘เวลา’ ที่เจ้าตัวด้วยรอยยิ้มว่า “เวลาทอง”

สำหรับตัวรายการ เขาว่าปีนี้จะมาในแบบนานาชาติ รับชายหนุ่มทุกเชื้อชาติ ที่อาศัยอยู่ในทุกถิ่นทั่วโลก ซึ่งนอกจากจะเป็นการเปิดโอกาสให้กว้างแล้ว ยังคิดว่าน่าจะเป็นการพัฒนาบุคลากรในอุตสาหกรรมบันเทิงไทย ให้ไปสู่สายตาชาวโลกมากขึ้น

“ประกาศให้ทราบโดยทั่วกันว่า เฮ้ย! หันมามองประเทศไทยก็ได้นะ”

การมาพีพีทีวีครั้งนี้ ไม่เพียงแต่สถานีจะคาดหวัวว่าตัวรายการจะดึงดูดผู้ชมให้กดรีโมทคอนโทรลมาที่ช่องมากขึ้น เต้เองก็คาดหวังว่าจะได้กลุ่มเป้าหมายผู้ชมมากขึ้นด้วยเช่นกัน

“ปกติเราได้กลุ่มเป้าหมายที่เป็นแมสแล้ว ส่วนหนึ่งคนจะคิดว่าคนดูเป็นผู้หญิง แต่จริงๆผู้ชายก็ดู คนสูงวัยก็ดู เด็กๆก็ดู รู้สึกว่าได้แรงบันดาลใจในการที่จะเป็นไอดอลต่อไป”

อีกทั้งเมื่อพิจารณาว่าสถานีที่จะออกอากาศ มีการนำเสนอเรื่องของกีฬาเป็นจำนวนมาก เขาก็ตัดสินใจให้เดอะ เฟส เมน ซีซั่น 2 มีเนื้อหามุ่งเน้นเรื่องสุขภาพเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันก็มีเรื่องของเอกลักษณ์ ศิลปวัฒนธรรม ความเป็นไทย รวมไปถึงศิลปะการป้องกันตัวมวยไทย เพิ่มเติมไปจากเรื่องแฟชั่นและความทันสมัยต่างๆเหมือนอย่างที่เคยทำมา

เขายังบอกอีกว่า ตลอดเวลาของการทำงานได้พยายามคิดสร้างสรรค์เนื้อหารายการเพื่อให้คนดูรู้สึกว่าไม่ซ้ำ

“ไม่ดูถูกคนดู ตัวเราอยากดูอะไร เราอยากถ่ายทอดไปแบบนั้น”

“สิ่งนี้ที่จะขึ้นจึงเป็นความท้าทายใหม่”

ซึ่งแน่นอนว่ายาก

เพราะไม่เพียงแต่ผู้บริโภคจะมีความนิยมที่เปลี่ยนไป ในแบบที่เขาใช้คำจำกัดความว่า “คนไทยบริโภคแบบฟาสต์ฟู้ด” พฤติกรรมของผู้สนับสนุนหรือสปอนเซอร์ก็เปลี่ยนเช่นกัน

“ผู้สนับสนุนไปสนับสนุนคอนเทนต์ในรูปแบบต่างๆ ไท-อิน ก็มี ออนไลน์ ดิจิตอลก็มา คนที่ทำคอนเทนท์อย่างเราก็ต้องปรับตัวเข้าสู่ยุคของการเปลี่ยนแปลง”

ขณะที่พฤติกรรมแบบฟาสต์ฟู้ดของผู้ชมก็ทำให้รายการส่วนใหญ่มี ‘อายุสั้น’

“เราเข้าใจว่ามีกระแสเยอะมาก กระแสมาแล้วก็ไป มีคอนเทนต์ใหม่เกิดขึ้นตลอด มีผู้จัดเกิดใหม่มากมาย เรามีหน้าที่สร้างงาน สร้างคน สร้างอาชีพ เข้าใจมาตั้งแต่เกิด เพราะว่ารุ่นคุณปู่ คุณย่าทำมา จึงเข้าใจวัฏจักร และรู้เรื่องปล่อยวาง แม้กระทั่งดาราอยากเติบโต เราก็เข้าใจ”

เมื่อเป็นอย่างนี้สิ่งเดียวเขาบอกว่าเขาทำได้คือ “ตั้งใจทำให้ดีที่สุด”

ที่เหลือก็ปล่อยให้คนดูตัดสิน.

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้กรมศุลฯ-สรรพากรแชร์ข้อมูลไล่บี้ภาษี
บทความถัดไปเปิดผลสำรวจพระสงฆ์ราว 6 พันรูปพบดัชนีมวลกาย-อ้วนลงพุงเพิ่ม