‘ก๊อต จิรายุ’ กับคำถามแทงใจเรื่องระบบการศึกษา ที่ไม่เคยถามได้แต่ยัดให้ และการอ่านที่สำคัญต่อชีวิต

28.09.18 | 14:24 น.

ถ้าใครได้ติดตามอินสตาแกรมของ ก๊อต จิรายุ ตันตระกูล จะรู้ว่าเป็นหนุ่มสายศิลปะที่รักการวาดรุปเป็นชีวิตจิตใจ โดยล่าสุดเจ้าตัวก็ได้โพสต์อินสตาแกรม เล่าเรื่องราวในวัยเด็กที่เคยมีปัญหาเรื่องการต้องมานั่งเรียนในสิ่งที่ตนเองไม่ได้ชอบ จนทำให้เกลียดการอ่าน และถูกตราหน้าว่าเป็น ‘เด็กดื้อ’

ในวัยเด็กครูมักบ่นว่าผมเป็นเด็กดื้อที่ไม่ตั้งใจฟังสิ่งที่เขาสอน ผมไม่ได้ดื้อ
ผมแค่ไม่สนใจสิ่งที่เขาสอน
แต่สนใจในสิ่งอื่นมากกว่า
ผมชอบวาดรูปและเรียนศิลปะ
แต่มีคาบเรียนเกี่ยวกับเรื่องนี้
แค่2ชม.ต่ออาทิตย์…
และจะถามเราทำไมว่าโตขึ้นอยากเป็นอะไร
ในเมื่อไม่เคยส่งเสริมสิ่งที่เราชอบจริงๆ?
ยัดให้แต่สิ่งที่เราไม่สนใจและไกลตัว
มารู้ตัวอีกทีผมกลายเป็นคนเกลียดการอ่าน
เพราะที่ผ่านมาถูกบังคับให้อ่านสิ่งที่ไม่ได้สนใจ
และต้องเอาสิ่งเหล่านั้นไปสอบเพื่อให้คนกลุ่มหนึ่งตัดเกรด…เขาตัดสินความสามารถของเราจากการตรวจดูว่าเราจำเรื่องที่เราไม่สนใจได้แค่ไหน!Wow!!!!
เขากำลังประเมินความสามารถของลิง
ด้วยการที่ให้มันแข่งว่ายน้ำแทนที่จะปีนต้นไม้
โชคดีที่ช่วงอายุ25ผมได้จับหนังสืออ่านอีกครั้ง
เป็นหนังสือที่ไม่ได้ถูกครอบด้วยระบบใดๆ
ผมตื่นตาตื่นใจมากกับชุดความรู้ใหม่
และสงสัยว่าทำไมความรู้ดีๆแบบนี้จึงอยู่นอกระบบ? แต่ก็ช่างมันเถอะ!..การเปลี่ยนระบบเป็นเรื่องที่เกินกำลัง…การเปลี่ยนตัวเองเป็นเรื่องที่ทำได้ง่ายกว่า
ทุกวันนี้ผมรักการอ่านมาก
ผมอ่านหนังสือทุกประเภทที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสิ่งที่ผมชอบ
การอ่านทำให้เห็นมุมใหม่ๆที่คิดไปไม่ถึง
การอ่านคือการดูแผนที่ว่าผู้อื่นเดินทางชีวิตกันอย่างไร
การอ่านทำให้ผมได้มุมมองจากประสบการณ์ของผู้อื่นในราคาที่ถูกมาก
และประสบการณ์เหล่านั้นผมนำมาปรับใช้ได้!
แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ไม่เชื่อสิ่งที่อ่านทันที
การเชื่อทันทีที่อ่านทำให้คนปัญญาอ่อน
คนมีปัญญาจะพิจารณาและพาตัวเองไปเจอประสบการณ์นั้นๆก่อนแล้วจึงตัดสินใจเชื่อหรือไม่
ครั้งหนึ่งมีคนเคยถามว่าไม่เบื่อหรอกับการอ่านหนังสือ?
ผมจึงถามกลับไปว่า”ไม่เบื่อหรอเวลาไม่รู้อะไรใหม่ๆและจมอยู่กับความรู้ชุดเดิมที่ไม่ได้พาชีวิตไปไกลสักเท่าไร?”?
อ่านให้มากขึ้นแล้วชีวิตจะคิดได้หลากหลายมากกว่าที่จะคิดอยู่ในกรอบ รับผิดชอบชีวิตของตัวเองด้วยการหาความรู้ให้มากขึ้นและนำความรู้มาปรับใช้จนกว่ายืนได้ด้วยตนเอง และสุดท้ายคือ…”อย่ายึดติดกับความรู้นั้น” ต้องลื่นไหลไม่ใช่ปิดกั้น

งานนี้หลายคนก็เข้ามายืนยันว่านี่คือเรื่องจริงที่เกิดขึ้น!!

ขอบคุณภาพจาก godfather1632

Advertisement