เอ็ม บุษราคัม เปิดคำหม่ำ จ๊กมก ไม่อยากให้ลูกเป็นตลก โดนดูถูกมากับตัว ไม่อยากให้ลูกต้องเจอ

คู่สามี ภรรยา กอล์ฟ กรวัฒน์ กับ เอ็ม บุษราคัม อุ้มลูกสาว น้องนาฬิกา ไปเป็นแขกรับเชิญรายการ คุยแซ่บ show ทางช่องวัน 31 พร้อมเปิดใจเล่าหลายเรื่องราวในชีวิต หนึ่งในนั้นคือเรื่องลูกสาวที่เอ็มบอกว่าเป็นขวัญใจของคนทั้งบ้าน โดยเฉพาะคุณยายกับคุณตาคือ หม่ำ จ๊กมก

เมื่อพิธีกรถามว่า หม่ำให้อะไรเป็นของรับขวัญหลาน เอ็มก็บอกเป็นรถตู้ ซึ่งเหมือนเป็นการส่งสัญญาณกลายๆว่าให้มีหลานเพิ่มอีก เนื่องจากตนเคยพูดว่ารถยนต์ที่มีอยู่นั่งแค่ 3 คนก็เต็มแล้ว เพราะมีของเยอะมาก

เอ็มกับกอล์ฟยังบอกด้วยว่า ตั้งแต่น้องนาฬิกาคลอดมีหลายคนถามคำถามต่างๆ นานา และบางคำถาม เช่น เรื่องน้ำหนักตัวลูก ก็ทำให้รู้สึกเครียด

“เราค่อนข้างห่วงอยู่แล้วเรื่องน้ำหนัก เพราะช่วงแรกเขาแหวะบ่อยมาก แล้วยิ่งเจอคำถาม ทำไมน้องผอมจัง น้องหนักกี่โล กี่เดือนแล้ว ยิ่งทำให้เครียด” กอล์ฟบอก

ขณะเอ็มเสริมว่าที่ผ่านมาได้พาลูกไปตรวจเช็กกับคุณหมอ ก็ไม่พบความผิดปกติ จึงพยายามคิดว่าแค่ลูกแข็งแรงก็พอ แต่พอโดนทักก็กลับมาคิดอีก

“เป็นคำถามที่จี้จุดมาก” เธอว่า

นอกจากเรื่องของลูก เอ็มยังตอบคำถามเรื่องการทำงานของตัวเองด้วยว่า คงไม่เดินตามรอยพ่อเกี่ยวกับการเป็นตลกแน่นอน เพราะนอกจากไม่ใช่ทางที่ถนัด พ่อยังบอกทั้งตนและน้องชาย มิกซ์ เพทาย ตั้งแต่เด็กๆแล้ว ว่าไม่อยากให้เป็น

“คือคุณพ่อมาจากศูนย์เลย แล้วค่อยๆไต่มาจนเป็นหม่ำ จ๊กมก ทุกวันนี้ ก็จะโดนดูถูก โดนว่าโน่น ว่านี่ เขาไม่อยากให้เราเจอแรงกดดันเหมือนเขา”

“เขาพูดเสมอว่าตลกคืออาชีพที่ไม่มีเกียรติ ณ จุดนั้นนะคะ ณ วันที่เป็นตลกคาเฟ่ จะไม่มีใครให้เกียรติเลย ใครๆก็เรียกพ่อเอ็มว่าไอ้หม่ำ น้อยคนมากที่จะเรียกคุณหม่ำ แต่ตอนนี้ทุกคนเรียกพ่อว่าคุณหม่ำ เอ็มอยู่กับเขามาตั้งแต่พ่อเป็นไอ้หม่ำ หม่ำ คุณหม่ำ ผ่านมาทุกยุคทุกสมัย” เธอเล่า

ทั้งยังว่า “พอโตขึ้นมายิ่งกดดันเข้าไปอีก เพราะคุณพ่อเขาเก่งมาก เริ่มจากไม่มีอะไร จนมีทุกอย่าง ทุกคนก็เลยกลายมากดดันเอ็มนิดนึง เอ็มจะเก่งเหมือนคุณพ่อไหม เอ็มจะเป็นตลกเหรอ เอ็มจะเป็นดารา จะทำหนังไหม”

เธอยังบอกอีกว่าเมื่อตัดสินใจมาทำงานเบื้องหลังเกี่ยวกับภาพยนตร์ ก็ยิ่งกดดันหนัก เพราะถูกจับตาว่าจะได้อย่างพ่อหรือไม่ อย่างไรก็ตามสิ่งที่ตนจำได้แม่นคือ พ่อจะย้ำอยู่เสมอว่าพ่อกับลูกไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน

“เอ็มชอบอะไร เอ็มทำอย่างนั้น พ่อเป็นตลก เอ็มอยากเป็นตำรวจก็ได้ ไม่จำเป็นต้องมาเดินตามรอยเท้าพ่อ”

เรื่องแรงกดดันนี้ เธอบอกว่าน้องชายของเธอก็เจอเหมือนกัน

“น้องโทรมาปรึกษาบ่อยเวลาโดนคนอื่นกดดัน เอ็มก็บอกไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม เรามีอุปสรรคอยู่แล้ว แล้วด้วยความที่เราเป็นลูกพ่อหม่ำ จ๊กมก รอยเท้าคุณพ่อเขาใหญ่อยู่แล้ว เราจะไปเทียบพ่อหม่ำไม่ได้ เพราะฉะนั้นเราเดินขนาบไปข้างๆ เขาไหม ไม่ต้องใหญ่เท่าเขา แต่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ ไม่ต้องไปเทียบเขา ให้เราชนะตัวเองให้ได้ดีกว่า”

นอกจากแรงกดดันที่ว่าแล้ว เอ็มยังบอกด้วยว่าที่ผ่านมายังเจอคนเมาธ์หลายเรื่อง ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ

“เขาบอกว่าเอ็มก็แค่ลูกตลกคนหนึ่งที่พ่อบังเอิญรวย เลยใช้ชีวิตหรูหรา ฟู่ฟ่า ฟุ่มเฟือย เอ็มก็อยากจะบอกเหมือนกันว่า พ่อเอ็มมีก็จริงแต่เขาสร้างขึ้นมา มันคือเงินเขา ไม่ใช่เงินเอ็ม แต่ไม่ใช่เรื่องแปลกที่พ่อจะให้ลููก เขาให้เอ็มมาเป็นต้นทุน ใช่ ยอมรับ แต่ถ้าเอ็มไม่รู้จักบริหารให้เกิดกำไร เอ็มก็ไม่มีเงินใช้เหมือนกัน”

และนี่คือคลิปเปิดใจของเธอ

 

ขอบคุณ คุยแซ่บ SHOW

บทความก่อนหน้านี้คนไทย-ต่างชาติแห่แหล่งอารายธรรมโบราณ 4 พันปีบ้านโนนวัดโคราช(ชมคลิป)
บทความถัดไปการ์ตูนรุทธ์ ประจำวันที่ 4 ต.ค. 61