‘ต้าร์ นาวิน’ เซ็งโดนแซะ “สังคมอุดมดารา” เผยเจตนารมณ์โครงการแบ่งปันนมแม่

กลายเป็นเรื่องถกกันสนั่นโซเชียลไปแล้ว สำหรับกรณีที่  ต้าร์ นาวิน เยาวพลกุล และภรรยา น้ำหวาน พัสวี พัคยฆบุตร  ริเริ่มโครงการ นมจากเต้าเราให้ฟรี  เจตนาแบ่งปันให้เด็กๆ ยากไร้หรือคุณแม่ที่ไม่มีน้ำนม จนเกิดกระแสดราม่า ถูกวิพากษ์วิจารณ์ทำนองไม่เห็นด้วยจากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านและโลกออนไลน์มากมาย

ล่าสุดหนุ่มนาวิน ต้าร์ก็ทนไม่ไหว ออกมาชี้แจงถึงประเด็นดังกล่าวผ่าน navintar ถึงจุดยืนและเจตนารมณ์ของตนและภรรยา ที่คัดกรองทั้งผู้ให้และผู้รับ ทั้งยังขอเดินหน้าต่อพัฒนาโครงการต่อ และถือว่าตอนนี้ที่ตนทำนั้นเป็นธนาคารนมเอกชนรายเดียวของประเทศไทย

โดยเขาอธิบายว่า

“อย่างแรก ผมอยากให้เห็นถึงเจตนารมณ์ของคนที่ริเริ่มโครงการแบ่งปันน้ำนมแม่นะครับ ครอบครัวของเราอาจโชคดีที่มีคุณแม่ที่มีน้ำนมเยอะ ผมอาจโชคดีที่ภรรยาผมเป็นคุณแม่ที่เสียสละยอมทุ่มเทพลังกายและพลังใจเพื่อลูกของผม บอกตามตรงเลยว่าผมเห็นใจภรรยาและรู้สึกอยากแบกภาระนี้แทนด้วยซ้ำ แต่ทั้งหมดนี้มันทำให้ผมได้เรียนรู้ว่าความเจ็บปวดที่มากไปกว่าการไม่มีเงินทองเอาไว้ใช้มันก็คือการที่เราไม่สามารถเลี้ยงดูลูกให้อิ่มท้องเพื่อให้เค้าแค่เจริญเติบโตได้ตามวิถีธรรมชาติของเค้าเองเท่านั้น และทำให้ผมพลอยเห็นใจคุณพ่อคุณแม่ที่ไม่มีน้ำนมที่ติดต่อมาทางเราด้วย

อย่างที่สอง ผมอยากให้ทราบกันว่าเราริเริ่มโครงการนี้มาด้วยการคิดที่รอบคอบ แต่แน่นอนว่าไม่มีอะไรที่ไม่มีความเสี่ยง ทุกครั้งที่มีการบริจาคเราได้มีมาตรการด้านความปลอดภัยโดยการตรวจคัดกรองทั้งในด้านผู้ให้และผู้รับ โดยแพทย์ของเราที่สถาบันคลีนิคฟิลอก้าก็มีความเชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ตรงเกี่ยวกับการตรวจเลือดและตรวจสอบภาวะของภูมิแพ้ที่ปฏิบัติอยู่เป็นประจำในการทำงานทุกวันอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าคุณหมอของเราไม่ได้ชอบใช้เฟสบุ๊ค ในตอนนี้เราอาจจะกล่าวได้ว่า เราเป็นธนาคารนมเอกชนรายเดียวของประเทศไทยก็เป็นได้ ทางคุณพ่อคุณแม่ที่ติดต่อมาทางเราก็มีหลายท่านที่รู้จักธนาคารนมของรัฐที่โรงพยาบาลรามาธิบดี แต่ก็ยังเลือกที่จะรับความช่วยเหลือจากเราอยู่ดี

อย่างที่สาม ส่วนตัวผมคิดว่าหลายครั้งผมต้องทำหน้าที่หลายอย่างตามที่สังคมมอบหมายให้ทำ ผมไม่ได้ตัดสินใจเองด้วยซ้ำ เราไม่ได้โฆษณาให้คุณพ่อคุณแม่ติดต่อเข้ามา แต่ทุกคนเป็นคนติดต่อเข้ามาขอความช่วยเหลือเอง ทางเราเองก็ทำในส่วนของเราให้ดีที่สุด การที่สังคมจะแห่แหนไปทางไหนผมว่าเราโทษใครไม่ได้นะครับ ผมติดตรงคำพูดเหน็บแนมว่าสังคมไทยเป็น “สังคมอุดมดารา” ผมคิดว่าไม่มีสังคมไหนหรอกครับที่ขาดคนที่ดังกว่าคนทั่วไปอยู่หน่อย ผมว่าเรื่องที่สำคัญกว่ามันอยู่ที่ว่าคนดังเหล่านี้มีจิตสำนึกที่ดีต่อสังคมจริงหรือเปล่า และก็ไม่แปลกและและไม่ใช่เรื่องใหม่และไม่ใช่เรื่องผิดที่มีดาราหลายท่านที่อุทิศตนเพื่องานทางด้านสังคมโดยไม่หวังกำไร คนที่วิจารณ์ก็ได้แต่ยุ่งกับการ “พูด” แต่พวกเราแค่กำลังยุ่งอยู่กับการ “ทำ” ก็แค่นั้น ผมรู้และมั่นใจว่ากำลังทำสิ่งที่ถูก แน่ใจมากๆครับ

อย่างสุดท้าย ทางโครงการแบ่งปันนมแม่ อยากจะบอกว่าเรากำลังปรับปรุงให้มีการรับบริจาคนมจากคุณแม่ที่มีน้ำนมเหลือเยอะด้วย นั่นจะเป็นก้าวต่อไปที่เราจะร่วมกันช่วยเหลือแบ่งเบาปัญหานี้ได้โดยการจับคู่แม่ที่เหลือเข้ากับแม่ที่ขาด เราตั้งใจจะทำงานนี้จริงจังโดยถ้าหน่วยงานของรัฐต้องการความช่วยเหลือทางด้านใดเรายินดี”

ขอบคุณ navintar

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้บุคลากร รพ.เลย มอบดอกไม้ให้กำลังใจ ‘นพ.ชุมนุม’ หลัง ผวจ.ทำหนังสือชะลอรายงานตัว
บทความถัดไปโอ้โห! ‘โมโตจีพี’ ครั้งแรกของไทยทุบสถิติขึ้นทำเนียบคนดูเยอะสุดในโลก