‘เหม่เหม’ แพศยาหรือ จึงอ่าน อย่าเรียกฉันว่านังแพศยา

เรื่องวุ่นวายที่สร้างความเข้มข้นให้กับละคร เลือดข้นคนจาง ทางช่อง วัน (31) ที่ผู้ชมเคยคาดเดาประเด็นชิงสมบัติพลิกกับมาเป็นเรื่องชู้สาว ว่าเป็นเหตุให้ฆ่ากันในครอบครัว จิระอนันต์ ซึ่งยังผูกปมให้ค้นหาแรงจูงใจกันอยู่นั้น แม้ในที่สุดจะเผยตัวผู้กระทำว่าเป็นน้องฆ่าพี่ แต่ตัวละครสำคัญตัวหนึ่งซึ่งโดดเด่นขึ้นมาเป็นเป้าวิพากษ์วิจารณ์กันในหมู่ผู้ชม และสื่อสาธารณะก็คือ เหม่เหม ในเรื่อง

ซึ่งรับบทโดยนักเรียนนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ นาน่า หรือ ศวรรยา ไพศาลพยัคฆ์

ผู้เป็นแรงขับทางเพศของลูกพี่ลูกน้องชาย ที่อุตส่าห์ฝังกล้องแอบถ่ายไว้ในตุ๊กตาเป็นของขวัญให้เธอไว้ในห้องนอน เพื่อสร้างจินตนาการระหว่างถ้ำมองไป “เขย่าเครื่องดื่มกระป๋อง” ไปตั้งแต่ตอนแรก แต่ไม่สะเด็ดอารมณ์

บอกว่าเธอเป็นนางงูพิษ ที่ตีหน้าซื่อสื่อความเท็จ พยายามช่วยพ่อ-หรือทีแรกผู้ชมคิดว่าช่วยตัวเอง-ด้วยการกล่าวว่าถูกลุงข่มขืนมานาน ก่อนจะพูดภายหลังว่าเป็นเรื่องโกหก แต่แล้วกลับซัดใส่ความลูกพี่ลูกน้องเรื่องปืน จนกลายเป็นนางวายร้ายที่ผู้ดื่มด่ำกับละครพากันบริภาษสาดเสียเทเสีย

โดยระหว่างเจ้าหน้าที่ตรวจค้นหลักฐานหาคนกระทำผิดนั้นเอง ได้หยิบหนังสือฉบับกระเป๋าเล่มหนึ่งในห้องเธอขึ้นมา

 

หนังสือปกสีชมพูเล่มดังกล่าวชื่อ อย่าเรียกฉันว่านังแพศยา (ไอ ดิ๊น’ท คิล มาย ฮัสบันด์ – อันเป็นชื่อฝรั่ง แต่ชื่อจีนดั้งเดิมพากย์ไทยได้ว่า – ฉันไม่ใช่พานจินเหลียน) เขียนโดย หลิวเจิ้นอวิ๋น ศุณิษา เทพธารากุลการ แปล นักเขียนจีนที่เมื่อประเมินจากชื่อหนังสือแล้ว เสียงระงมในสื่อสาธารณะก็ดังขึ้นอีกว่า เหม่เหมคนนี้มิน่าจะเป็นคนซื่อใสอย่างหน้าตา

ดังนั้น ในที่นี้ มาว่ากันถึงหนังสือเล่มนี้กัน
เริ่มด้วย ทำไม “ฉันจึงไม่ใช่พานจินเหลียน”

พานจินเหลียน คือตัวละครโด่งดังตัวหนึ่งบนเส้นทางวรรณกรรมจีน เป็นตัวละครสำคัญร่วมกับ บู๊สง ในตอนหนึ่งของ 108 ผู้ยิ่งใหญ่แห่งเขาเหลียงซาน หรือ ซ้องกั๋ง ถูกหยิบมาเขียนเป็นหนังสือดังอีกเล่มชื่อ จินผิงเหมย (กิมปังบ๊วย – ในภาษาแต้จิ๋ว ที่ ยาขอบ แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ เบอร์นาร์ด เมียลส์ พากย์ไทยว่า บุปผาในกุณฑีทอง เป็นฉบับเนื้อหาไม่เต็มเรื่อง)

จินผิงเหมย เป็นชื่อหญิงสามคนที่ ซีเหมินซิ่ง เศรษฐีเสเพลผู้มีเมีย 6 และคู่สวาท 19 คนเกี่ยวข้องด้วย นิยายเรื่องนี้นอกจากบทส้องเสพสังวาสอันพิศดารตลอดเล่มแล้ว บอกถึงชีวิตขึ้นและลงของชายที่เวียนว่ายในทะเลกาม จนเสียชีวิตด้วยเหตุจากการหมกมุ่นนั้น พานจินเหลียนหนึ่งในเหยื่อกามารมณ์ในสังคมที่ชายเป็นใหญ่ เป็นเด็กรับใช้ที่โตขึ้นในบ้านเศรษฐีเฒ่า ที่เมื่อรวบหัวรวบหางเธอไม่ได้ แถมเธอยังไปฟ้องเมียใหญ่ให้รู้ จึงถูกขับทิ้งให้แต่งกับชายอัปลักษณ์ขายซาละเปา

ต่อเมื่อเธอได้พบบู๊สงน้องชายที่รูปร่างหน้าตาน่าดูผิดพี่ ก็พยายามจะใกล้ชิดแต่ถูกสาปส่งก่อนน้องจะแยกไปจากพี่ชายตัดปัญหา ที่สุด เธอจึงถูกแม่สื่อเอาประโยชน์ด้วยการนำซีเหมินซิ่งจอมราคะเข้ามา
ในซ้องกั๋งนั้น ซีเหมินซิ่งถูกบู๊สงฆ่าตัดคอไปเซ่นหลุมศพพี่ชาย แต่ในจินผิงเหมยนั้นตายเพราะพานจินเหลียนขุนด้วยยาปลุกกำหนัดมากเกินไป

พฤติการณ์ของตัวละครไม่กี่ตัวนี้ ชาวจีนรู้จักกันดี หนังชอว์ บราเดอร์สนำมาเรื่องสร้างแล้วสร้างอีก ขายดาราดาวยั่วมาได้หลายรุ่น ที่ดังคือ ไทเกอร์ คิลเลอร์  ฉบับผู้กำกับ หลี่ฮั่นเสียง ซึ่งขายเซ็กส์บนจอมากกว่าผู้กำกับคนอื่นๆ ตี๋หลง เป็นบู๊สง(เล่นหนังชอว์เป็นบู๊สงอย่างน้อยสามเรื่อง) หวังผิง เป็นพานจินเหลียน และดาวร้าย กุ๊ฟง เป็นพี่ชายคนซื่อ

ชักแม่น้ำมายาวเพราะต้องการให้เข้าใจว่า ทำไมผู้เขียนเรื่องนี้จึงใช้ชื่อเช่นนี้ เนื่องจากหญิงแต่งงานแล้วในสังคมจีนไปมีสัมพันธ์กับชายอื่น จะถูกประนามว่าแพศยาเช่นเดียวกับพานจินเหลียนไปหมด
ที่จริง มิใช่เพียงสังคมจีนเท่านั้นใช่ไหม ที่มักใช้สายตาเดียวกันมองผู้หญิงซึ่งเป็นเหยื่อกามารมณ์ด้วยสายตาแบบนี้

และเมื่อหนังสือเล่มนี้ถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์จีนออกฉายระหว่างปี 2559-2560 ชื่อฝรั่งที่ตั้งไว้ก็คือ ไอ แอม นอท มาดาม โบวารี โดยยืมชื่อจากวรรณกรรมระดับโลกของนักเขียนฝรั่งเศส กุสตาฟ โฟลแบร์ มาใช้ เนื่องจากมาดาม โบวารีก็เป็นตัวละครหญิงแต่งงานแล้วที่ไปมีสัมพันธ์กับชายอื่น จนสุดท้ายกินสารหนูฆ่าตัวตาย ฟ่านปิงปิง เล่นหนังเรื่องนี้เป็นสาวชาวบ้านชนิดไม่ห่วงสวย กวาดรางวัลไปมากมาย

แต่ หลี่เสวี่ยเหลียน ตัวละครเอกของ อย่าเรียกฉันว่านังแพศยา นี้ แพศยาเพราะแต่งงานแล้วไปมีสัมพันธ์กับชายอื่นหรือ – ตรงกันข้ามเลย

เธอเป็นสาวบ้านนอกโฉมงาม มีชีวิตครอบครัวเป็นสุขกับสามีและลูก จนเมื่อตั้งท้องที่สองภายใต้นโยบายมีลูกได้คนเดียว เธอจึงคิดกับสามีแกล้งหย่ากัน แต่กลายเป็นว่าเจ้าผัวตัวแสบได้โอกาสแต่งงานใหม่แค่ผ่านไปครึ่งปี

เธออยากจะฆ่าเจ้าตัวแสบเสียให้รู้แล้วรู้รอด แต่อยากให้ทรมาน จะต้องไปฟ้องศาลให้รู้ว่าการหย่านั้นเป็นเรื่องโกหก แล้วจะแต่งงานกับมันใหม่ก่อนจะหย่าขาดจากมันอีกครั้งจริงๆ

การณ์กลับเป็นว่า เธอได้พบความจริงของการบริหารรัฐการ ที่ข้ารัฐการน้อยใหญ่ตั้งแต่ระดับตำบล อำเภอ มณฑล เป็นอุปสรรคต่อการพิสูจน์ทราบความจริงขนาดไหน การต่อสู้กับระบบการบริหาร กระบวนการยุติธรรม ผ่านผู้รับผิดชอบร้อยแปดทำให้เธอถูกตราหน้าว่าเป็นพานจินเหลียน ถูกกระหน่ำซ้ำเติมจากอำนาจและสถานะที่เหนือกว่า

เส้นทางต่อสู้กลายเป็นชะตากรรมเลวร้ายที่ต้องฝ่าฟันขวากหนามของค่านิยม ความเชื่อ และวิถีปกครองที่มิได้อยู่เคียงข้างประชาชนจริงๆ ผู้นำประเทศจะรู้เรื่องราวเหล่านี้ไหม หากเธอมิได้ดั้นด้นบากบั่นใช้เวลานานถึง 20 ปีฟาดฟันกับความไม่ซื่อและล้าหลังนานาเหล่านั้น จนกลายเป็นการเปิดโปงระบบรัฐการและข้ารัฐการเกือบทั้งหมด

ผู้เขียนใช้เรื่องผัวๆเมียๆบ้านๆนี่แหละ เล่าเรื่องด้วยอารมณ์ตลกร้าย ที่โศกนาฏกรรมแฝงสุขนาฏกรรม สุขนาฏกรรมแบกรับโศกนาฏกรรม เสียดสีโครงสร้างใหญ่โตของการเมืองการปกครอง และเย้ยหยันความคิดคำขวัญที่ผิดไปจากพฤตินัยของผู้คนอย่างเจ็บแสบ ขำทั้งๆที่หัวเราะไม่ออก และหัวเราะพรืดออกมาได้ทั้งที่ไม่ขำเลย

ผลการต่อสู้นานถึงยี่สิบปีของเธอลงเอยอย่างไร ผู้คนที่เคยครหาเธอว่าเป็นพานจินเหลียนจะมองเธอด้วยสายตาใหม่ไหม วานเร่งหาหนังสือคมคายเฉียบแหลมและเข้มข้นเล่มนี้มาอ่าน

แล้วลองตรึกตรองซ้ำอีกครั้งว่า พานจินเหลียนตกอยู่ในสถานะและสภาพสังคมแบบไหน มาดามโบวารีใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางผู้คนที่แวดล้อมลักษณะใด ที่ต่างทำให้เธอทั้งสองต้องตกไปสู่บั้นปลายชีวิตเช่นนั้น ทั้งอย่าลืมด้วยว่า ที่เรายังเรียก วันทองสองใจ เอาง่ายๆกันอยู่นั้น เราได้ตามดูชีวิตวันทองโดยตลอดหรือเปล่า เช่นเดียวกับ กากี ที่กลายเป็นหญิงสามผัวด้วยเหตุใด

และคนอ่านหนังสือชีวิตการต่อสู้อย่างโดดเดี่ยวของหญิงหนึ่งซึ่งถูกทรยศรัก ในสังคมที่ชายยังกดขี่เหยียดหญิง มิหนำยังพากันประนามเธอว่าแพศยา อย่างเช่น เหม่เหม นั้น เธอจะเป็นคนเช่นไร
จะอธิบายแบบไหน เมื่อรู้หรือเห็นว่าอาชญากรในคุกอ่านวรรณกรรมแปลระดับโลก ขณะเดียวกับที่หมอและนักวิชาการระดับศาสตราจารย์อ่านการ์ตูนอย่างหลงใหล

เหม่เหม จะให้คำตอบประเด็นนี้เมื่อละครจบ แต่นักอ่านสามารถให้คำตอบกับตัวเองได้ทันทีที่อ่าน อย่าเรียกฉันว่านังแพศยา แล้ว.

พยาธิ เยิรสมุด

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้กรมศิลป์จ่อเอาผิดคนทาสีทองวัดเก่า หลังโซเชียลเดือด นักวิชาการโวยทำมา2ปีทำไมเพิ่งขยับ
บทความถัดไปเอกชนมึนพัฒนาเขตศก.พิเศษตราดล่าช้า 2 ปี หลังรัฐมุ่งอีอีซี