‘ไอซ์ พาริส’ กับโอกาสดี ที่ยังได้ตื่นมา แล้วหายใจอยู่

อย่าว่าแต่จะคิด ไอซ์ พาริส อินทรโกมาลย์สุต บอกแค่หวังเขายังไม่กล้า ด้วยนอกจาก ‘เลือดข้นคนจาง’ จะเป็นผลงานการแสดงแบบเต็มๆ ชิ้นแรกในชีวิต ถ้าไม่นับที่โผล่มานิดๆ หน่อยๆ ใน ‘โปรเจ็คต์ s’ ตอน ‘SOS skate ซึม ซ่าส์’ บท ‘ฉี’ ก็ยังเป็นลูกของ ‘บ้านเล็ก’ ที่พูดง่ายๆ ก็อาจเรียกได้ว่า “ไม่ได้อยู่ในเรื่องใหญ่ด้วยซ้ำ” ดังนั้นพอกระแสตอบรับมาเยอะ มีคนชื่นชอบแยะ ความรู้สึกเกินคาดจึงมาพร้อมกับคำขอบคุณ

“ผมไม่ได้ลุ้นเรื่องกระแสเลยนะ” ไอซ์เผยพร้อมรอยยิ้ม ที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวดูสว่างไสว

ก่อนบอกต่อ “ผมลุ้นว่าตัวเองจะเล่นดีไหม พอละครออกอากาศไปคนคิดว่าโอเคไหม กังวลเรื่องนี้ เรื่องการแสดงมากกว่า”

เล่าด้วยว่า แม้ ย้ง ทรงยศ สุขมากอนันต์ ผู้กำกับ จะสร้างคาแร็กเตอร์ของตัวละครให้อิงกับความเป็นไอซ์ตัวจริง ถึงขั้นมีการหาข้อมูลก่อน ว่าชีวิตเขาที่ผ่านมาเป็นอย่างไร ทัศนคติเป็นอย่างไร เพื่อช่วยให้มือใหม่ไม่ต้องฉีกจากความเป็นตัวเองมาก และน่าจะทำงานได้ง่ายขึ้น “เพราะฉะนั้นฉีจะมีความคล้ายตัวผมมาก”

ไม่ว่าจะเป็นความรักในดนตรี ชอบเล่นกีตาร์ ขณะเดียวกันพ่อของเขาก็เสียชีวิตไปเหมือนกับที่ ‘ฉี’ สูญเสีย ‘ประเสริฐ’ โดยพ่อของเขาป่วยด้วยโรคลูคีเมียเฉียบพลัน โรคเดียวกับที่ ‘นิภา’ แม่ในละครเป็น

“เลยมีหลายๆ อย่างให้ลิงก์กันได้ ผมรู้สึกว่าผมเข้าใจเขาในหลายๆเรื่อง ทุกอย่างที่เขาทำ มันอาจจะดูเหมือนแย่ แต่ความจริงลึกๆ เขาเป็นคนจิตใจดี แค่ต้องการจะมีเหมือนคนอื่นๆ”

“เราเข้าใจเขา แล้วก็สงสารเขา เลยรู้สึกรักเราเขามาก”

หากกระนั้นในความเหมือนก็ยังมีความต่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับเรื่องการแก้ปัญหา ด้วยขณะที่ฉีพยายามแก้ทุกสิ่งด้วยตัวคนเดียว ไอซ์จะขอความช่วยเหลือ เมื่อเจอเรื่องหนักเกินรับมือ

การได้มาร่วมงานในเรื่องนี้ไอซ์บอกว่า ถือเป็นโชคดีอย่างที่สุด

“เราก็กล้าๆ กลัวๆ แต่ก็ได้พี่ๆ รุ่นใหญ่เป็นตัวอย่างให้ทำตาม และให้คำแนะนำมาด้วย”

ไม่ว่าจะ อุ๋ม อาภาศิริ นิติพน ที่แม้แต่เวลาพักกินข้าวในกอง ก็จะคุยเรื่องการแสดงให้ฟัง

“ถามพี่เขาว่าแสดงเรื่องแรกเป็นอย่างไร ก็แชร์กัน แล้วเราก็เก็บเอามาใช้ในการทำงาน”

“อย่างพี่กบ (ทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณศรี) เป็นคนที่ชอบกวนคนอื่น ก็เป็นอะไรที่ทำให้เราผ่อนคลายมาก จากที่เครียดๆ”

“แต่สิ่งที่ผมชอบที่สุดคือการนั่งดูมอนิเตอร์ เวลาพี่ๆนักแสดงรุ่นใหญ่เขาเล่นกัน รู้สึกว่ามันซึมซับอะไรได้เยอะ บางอย่างมันเป็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่ตัว เขาเองอาจไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเขาทำอยู่ แต่พอเห็น เราก็จะเข้าใจว่าเขามีการทำอะไรแบบนี้”

“การออกกองครั้งนี้เรียนรู้ได้เยอะมาก รู้สึกโชคดีมาก”

ขณะที่รุ่น ต่อ ธนภพ ลีรัตนขจร , เจเจ กฤษณภูมิ พิบูลสงคราม , เจมส์ ธีรดนย์ ศุภพันธุ์ภิญโญ ฯลฯ นั่นก็เก่งเหลือเกิน

“ผมได้เจอพี่เจเยอะสุด แล้วเขาเป็นคนขี้แกล้ง ชอบเดินมาแกล้งทัก ว่าไงฝรั่ง เราก็ทักกลับว่าอย่างไรตี๋ สนุกดีครับ” ตอนที่เล่านี่ แววตาของลูกครึ่งไทย-อังกฤษ รายนี้เป็นประกายแจ่มใส

ไอซ์ยังบอกอีกว่า ตอนนี้นอกจากหลงรักการดนตรีแล้ว เขาก็มีความรู้สึกหลงใหลในการแสดงเพิ่มขึ้นอีกอย่าง

“อยากเล่นหนัง แล้วก็อยากทำเพลงเป็นของตัวเอง” พร้อมกันนั้นก็ยัง “อยากให้ตัวเองเก่งขึ้น เก่งขึ้นเรื่อยๆ”

ในวัย 19 ปี ณ ปัจจุบัน เขาว่าตอนนี้ความสุขหลักๆ ของ อยู่ที่การได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรัก

“ได้ทำในสิ่งที่เรามีความชอบจริง ๆ เพราะมันจะเป็นกำลังใจที่ทำให้เราตื่นขึ้นมาตอนเช้า”

“ผมรู้สึกว่าเราเกิดมาครั้งหนึ่ง สำคัญที่สุดก็คือความรู้สึกเรา ถ้าวันดีคืนดีเราเกิดอุบัติเหตุ มันก็ไม่มีอะไรที่ไปกับเราได้ ยกเว้นความรู้สึก”

“ตอนที่คุณพ่อผมอยู่ คุณพ่อทำงานหนักมาก เหมือนคุณพ่อของทุกคนแหละครับที่อยากให้ครอบครัวของตัวเองโอเค แต่ผมก็รู้สึกได้ว่าสิ่งที่เขาทำอยู่เขาไม่ได้รักมัน ไม่ได้รักที่จะทำขนาดนั้น แต่เขาทำเพื่อผม เพื่อพี่สาว เพื่อแม่มากกว่า หลังจากที่พ่อเสียเลยรู้สึกว่าความจริงชีวิตมันสั้นมาก พ่อผมเขายังมีอะไรที่น่าจะอยากทำอีกเยอะ แต่เขาก็ไม่มีโอกาสแล้ว ผมเลยรู้สึกว่าตอนนี้ผมยังมีโอกาสอยู่ ยังมีบุญอยู่ที่ได้ตื่นมาแล้วหายใจอยู่ทุกๆ วัน เลยอยากจะทำในสิ่งที่ตัวเองรัก”

“ทำให้ออกมาดี”

ผ่านการแสดงและดนตรีที่เราๆ จะได้เห็นในอนาคต

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้นับถอยหลังสู่ ‘เอล กลาซิโก้’ ที่ไร้ ‘เมสซี่’ และ ‘โรนัลโด้’ ในรอบ 11 ปี
บทความถัดไปดันทดลองบี20ใช้ในขสมก.-บขส.