จากกรณีที่ นาย จิรัชพิสิษฐ์ จารวิจิต หรือ บูม นักแสดงหนุ่มชื่อดัง ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามบุกรวบตัวในข้อหาร่วมกันฟอกเงิน หลังจากมีชาวต่างชาติแจ้งความเอาผิดว่า นายจิรัชพิสิษฐ์ และครอบครัว หลอกลวงให้ลงทุนสกุลเงินดิจิทัล หรือ บิตคอยน์ ทำให้เกิดความเสียหายมูลค่าเกือบ 700 ล้าน ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น ล่าสุดเจ้าตัวขอตั้งโต๊ะแถลงข่าวพร้อมครอบครัว สุพิชฌาย์ จารวิจิต, จิรัชพิสิษฐ์ จารวิจิต, ธนสิทธิ์ จารวิจิต และทีมทนาย สัญชนัท วงศ์สกุลสุขดี และ ภูดิท โทณผลิน โดยบูมเผยว่า ตนตกใจ ไม่คาดคิดว่าจะถูกดำเนินคดีหรือเกิดเรื่องราวแบบนี้ขึ้นกับตนและคนในครอบครัว
“คือเราก็ไม่เคยไปทำอะไรใคร ทำให้ใครไม่พอใจ เราไม่คิดเลย พอมีเรื่องนี้ตนทำตัวไม่ถูก”
จากนั้นตนจึงได้ประกันตัวมูลค่า 2 ล้าน ด้วยความช่วยเหลือจากพี่ชาย หลังจากนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเรียกตัวพ่อแม่ของตนเข้าไปสอบปากคำ
ตนขอยืนยันความบริสุทธิ์ใจต่อเรื่องดังกล่าว อีกทั้งไม่เคยพูดคุยกับนายอาร์นี นักลงทุนชาวฟินแลนด์ เป็นการส่วนตัว เพียงแต่รู้จักว่านายอาร์นี ทำธุรกิจกับพี่ชาย ปริญญา จารวิจิต เท่านั้น โดยไม่รู้รายละเอียดด้านลึก
“ผมไม่คิดว่าจะถูกมองว่าร่วมลงทุนกับเขาด้วย งงมากครับ ”
ทั้งนี้ขอยืนยันอีกครั้งว่าตนและครอบครัว ไม่รู้เรื่องการลงทุนแต่อย่างใด เนื่องจากพ่อแม่ของตนทำธุรกิจร้านอาหารมีชื่อเสียงและทรัพย์สินอยู่แล้ว
สำหรับผลกระทบที่เกิดขึ้นนั้นทำให้ตนถูกยกเลิกการว่าจ้างตำแหน่นพรีเซ็นเตอร์และงานแสดง
“ผมและครอบครัวเชื่อในกระบวนการยุติธรรม และเชื่อในความบริสุทธิ์ของตัวเองและครอบครัว ”
“ผมพร้อมต่อสู้คดีความแน่นอน แต่ขอความเมตตาให้ผมและครอบครัวต่อสู้คดีอย่างเต็มที่”
ส่วน สุพิชย์ฌา จารวิจิต พี่สาวของบูม ที่ถูกออกหมายจับในคดีฟอกเงิน ยืนยันทั้งน้ำตาอีกเสียงว่า ตอนที่รู้ว่าตัวเองถูกหมายจับตนตกใจมาก เนื่องจากตนไม่เคยทำธุรกิจและชักชวนใครลงทุนเลย
“ยอมรับว่าตกใจสับสนแต่ยืนยันว่าไม่ได้หลบหนีอย่างที่เป็นข่าว ตนให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ทุกครั้ง เพียงแต่ที่เงียบไปคือไปหาข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้ พยายามติดต่อทางครอบครัวและหาทนายความ ”
“รู้สึกว่าตัวเองไม่ได้ทำนะคะ พร้อมต่อสู้แน่นอน”
ยืนยันว่าตนไม่เคยเล่นหุ้น และไม่รู้จักกับนายอาร์นีนั้นตนไม่เคยรู้จักและร่วมลงทุนธุรกิจกันมาก่อน
“บอกตรงๆว่าไม่รู้จักผู้เสียหาย ไม่เคยเห็นหน้ากันเลย ไม่เคยคุยกันเลย ”
ส่วน ธนสิทธิ์ จารวิจิต พี่ชายของบูม กล่าวว่า ทางตนพร้อมเจรจาแต่นายอาร์นีต้องการคุยกับนายปริญญา ซึ่งนายปริญญาได้ติดต่อพร้อมอบตัวแล้ว ตนจึงเชื่อว่าหากนายปริญญาพร้อมนายอาร์นีคงเข้ามาเจรจาเอง
“ในข้อเท็จจริงทั้งหมดเราไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเพราะเรารับรู้ในฝั่งของเราว่าเรื่องราวมันเกิดขึ้นแบบนี้ เราคงต้องให้นายอาร์นีและนายปริญญาเจรจากันเอง”
ทั้งนี้ ธนสิทธิ์ ตั้งคำถามเกี่ยวกับนาย อาร์นี นักลงทุนชาวฟินแลนด์กับผู้สื่อข่าวว่า ทำไมถึงมีจำนวนเงินมูลค่าหลายร้อยล้านมาลงทุนที่ประเทศไทยได้
“ไปเอาเงินจากไหนมา 1พันล้านบาท ผมอยากรู้”
นอกจากนี้ ธนสิทธิ์ยังยืนยันว่าครอบครัวตนไม่เคยคดโกงใคร และไม่หลบหนีพร้อมจะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ และยังประกอบอาชีพสุจริตเป็นปกติจนถึงทุกวันนี้
ทั้งนี้ตนขอยืนยันว่า ตนและครอบครัวไม่เกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงใดๆและไม่เคยผิดกฎหมาย
ด้านทนายความนั้นได้ชี้แจงว่า ทางบูม จิรัชพิสิษฐ์ และครอบครัวมีหลักฐานพิสูจน์เรื่องเส้นทางการเงิน บัญชีธนาคาร การโอนเงิน ซึ่งจะใช้ต่อสู้คดีในชั้นศาลเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ใจ แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ ขอเผยแพร่อีกครั้งหลังผ่านข้อพิสูจน์ในชั้นศาล

