ผู้ชาย / หนังสือ / เรื่องไม่แฮปปี้ / อนาคตในวง BNK 48 ความในใจเฌอปราง อารีย์กุล

“เฌอชอบผู้ชายแบบไหนเหรอคะ” เฌอปราง อารีย์กุล แห่งวง BNK 48 ทวนคำถาม ใช้เวลาคิดอยู่นิดนึง

แล้วจึงตอบ

“เฌอไม่ได้มองรูปลักษณ์ คือมองบ้าง แต่จริงๆแล้วต้องการคนที่คิดตามเฌอทัน หรือให้คำ ปรึกษาเฌอได้”

“เฌอคิดเยอะมาก ไกล และต้องการความเห็น” คนวัย 22 บอก ก่อนเล่าต่อว่าสิ่งที่เธอ ‘คิด’ มีหลากหลาย

แนว เช่น ถ้าอ่านข่าวเศรษฐกิจ ก็อาจคิดไปถึงเรื่องถ้าสภาพเศรษฐกิจเป็นอย่างนี้ แล้วอนาคตจะเป็นอย่างไร

ทางแก้อยู่ตรงไหน ซึ่ง “ถ้าผู้ชายที่ตอบเราไม่ได้ ก็จะน่าเบื่อนิดนึง รู้สึกว่าฉันจะอยู่กับเธอไปทำไม เฌอ

ต้องการคนที่เก่งกว่า”

ส่วนอายุน่ะไม่ใช่เรื่องสำคัญ

“มีไอเดียที่แตกต่างได้ แต่ดีเบทแล้วฟังกัน ใช้เหตุผลเป็น” แค่นี้น่าจะโอเค

ฟังแล้วรู้สึกไหมว่าเธอแก่กินวัย?

“ว่าอย่างนั้นเหมือนกันค่ะ” เฌอบอกพลางพยักหน้า แถมยังให้ข้อมูลเพิ่มว่า “ทุกคนพูดแบบนี้กับเฌอ ตั้งแต่

ประถมแล้ว”

เฌอปรางบอกว่าเธอเติบโตมากับพ่อและแม่ที่ค่อนข้างปล่อยให้ตัดสินใจเองในหลายๆเรื่องของชีวิต ด้วย

ข้อแม้ เอ,หรืออันที่จริงควรเรียกว่าด้วยคำพูดที่สอนจนฝังใจ ว่า “ให้เป็นคนดี ทำอะไรก็ได้ที่ไม่ทำให้คนอื่น

เดือดร้อน ได้ประโยชน์ และไม่ทำร้ายตัวเอง”

“เฌอแฮปปี้กับชีวิตนะคะ จะเรียกว่าเป็นชีวิตที่ดีไหมหรือ ก็คงดีกว่าหลายคน น่าจะเป็นเพราะโอกาส เฌอว่า

เฌอโชคดีในชีวิตมากกว่า บางคนอาจจะมองว่าเหนื่อยก็ได้ แต่เฌอมองว่ามันมีทั้งข้อดีและข้อเสียแตกต่าง

กันไป”

 

ในความเห็นของเธอ ข้อที่ดีที่สุดที่เธอมีคือ “อิสระในการเลือก ในการที่จะทำอะไรต่างๆตั้งแต่เด็ก คุณพ่อคุณ

แม่ไม่บังคับเรื่องการตัดสินใจในชีวิต ไม่บังคับว่าต้องเรียนพิเศษ ไม่บังคับว่าต้องเป็นแบบนี้ แบบนั้น”

ส่วนข้อไม่ดี ที่ทำให้ไม่ค่อยแฮปปี้ คือคำตอบที่มาพร้อมท่าทางคล้ายๆจะถอนหายใจ “เอาจริงๆคือบางทีเฌอ

ควบคุมตัวเองให้นอนไม่ได้ ช่วงนี้เฌอนอนไม่หลับ”

แต่เดี๋ยวนะ ลองฟังเหตุผลที่เธอให้เสริม แล้วคิดเหมือนเราไหม ว่าจริงๆน่ะปัญหาไม่ได้อยู่ที่การนอนไม่หลับ

แต่อยู่ที่ความไม่อยากนอนเสียมากกว่า

เหตุผลที่ว่าคือ “จริงๆถ้ารู้ว่าต้องนอน เราก็ต้องนอนแหละ แต่บางทีนอนไป บางทีมันก็ง่วงตอนเช้าอยู่ดี เลย

คิดว่าอย่างนี้แล้วทำไมต้องนอน เอาเวลาไปทำอย่างอื่นก็ได้”

ซึ่งยังดีที่เจ้าตัวยอมรับ “เฌอว่าเฌอไม่ปกติ”

55555

สิ่งหนึ่งที่คนไม่อยากนอนรู้สึกว่าอยากเอาเวลาไปใช้ มากกว่าหลับตาแล้วพัก คือการอ่านหนังสือ

“เฌออ่านตั้งแต่นิยายรัก นิยายการปกครอง นิยายแฟนตาซี แต่จะไม่ค่อยอ่านนิยายดราม่า”

“ช่วงนี้ชอบนิยายจีน แบบการปกครอง ฮองเฮา ฮ่องเต้ รู้สึกได้เห็นมุมมอง ถึงแม้มันจะเป็นเรื่องสมมุติแต่มีอิง

กับความจริง รู้สึกว่าได้ดูแนวคิดหลายๆอย่าง ช่วงเมื่อก่อนที่เราไม่มีโซเชียล ไม่มีอะไร เขาอยู่กันยังไง มีการ

ใช้เล่ห์เหลี่ยมยังไง ชอบอะไรที่เป็นการคิดตาม”

แนวแฟนตาซีหลายเรื่องที่ได้อ่านยังมีการผูกปมที่น่าสนใจ

“แล้วปมบางอย่างสามารถเปรียบเทียบกับสิ่งที่เกิดขึ้นในโลกความจริงได้ แล้วเฌอจะรู้สึกว่า เออ หรือมันจะมี

ทางแก้แบบนี้ที่จะเอามาประยุกต์ใช้ได้บ้าง”

“ปรัชญาเฌอก็อ่าน หนังสือวิทยาศาตร์ก็อ่าน อังกฤษ ไทย อ่านหมด การ์ตูนก็อ่านด้วยค่ะ บางเรื่องให้ข้อคิดดี

มากด้วยนะ”

ดังนั้นถ้าจะมีใครพูดว่านิยายหรือการ์ตูน เป็นเรื่องไร้สาระ เธอจะไม่เห็นด้วยแน่นอน

“สิ่งที่เขามองว่าไร้สาระพวกนี้ จริงๆเป็นการจำลองโลกให้เราได้เห็นไอเดีย เห็นข้อคิดบางอย่าง โดยที่เราไม่

ต้องเอาชีวิตเราไปลองจริงๆ”

และถ้าชีวิตเกิดประสบเหตุอย่างนั้นเข้า “จะได้มีตัวเลือกในทางที่เราจะตัดสินใจ เหมือนเราได้เห็นก่อนอะไร

อย่างนี้”

อนาคตที่มองไว้ตอนนี้ เฌอปรางบอกว่าที่แน่ๆคือจะอยู่กับวง BNK 48 ไปก่อน

“แฮปปี้กับการอยู่ตรงนี้มาก จะทำให้เต็มที่”

ขณะเดียวกันมีแผนว่าหลังเรียนจบจากสาขาวิชาเคมีภาควิชาวิทยาศาสตร์ วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัย

มหิดล ก็อยากเรียนต่อให้ถึงปริญญาเอก

“เฌอมีเป้าหมายเป็นระยะๆ สูงสุดเลยคืออยากมีบ้านที่มีทุกอย่างข้างในที่สามารถอยู่ได้ด้วยตัวเอง แล้วได้

ถ่ายทอดเรื่องราวให้คนอื่น ไม่ว่าจะวิชาความรู้ที่มี ทัศนคติหรือข้อคิด ได้ช่วยคนเท่าที่เราทำได้ ไม่รู้ว่าจะช่วย

ได้แค่ไหน แต่อย่างน้อยมีคนสองคนได้ไป ก็แฮปปี้ และถ้าได้เยอะก็ยิ่งสบายใจ ว่าสิ่งที่เราทำ เวลาที่เราให้

กับการทำบางอย่างมันไม่สูญเปล่า”

“อยากมีคุณค่า”

“ไม่ให้เป็นคนที่คนอื่นจะมาว่าได้ ว่าเกิดมาทำไม ไม่อยากโดนประโยคนี้”

ในฐานะที่เป็นคนดัง เฌอปรางยอมรับว่า ชีวิตเธอเหมือนจะถูกคาดหวังจากหลายฝ่าย

“คนอยากให้เราเป็นแบบโน้น แบบนี้ แต่สุดท้ายเราเป็นเราแฮปปี้ที่สุด ถ้าเขาแฮปปี้กับการที่เราเป็นเรา ก็ดีใจ

แต่ถ้าเขาไม่แฮปปี้ เราก็ได้แต่ ค่ะ”

เรื่องโดนวิพากษ์วิจารณ์ “โดนค่ะ โดนประจำ”

ที่จริงจังเกินไปตอนทำงาน คือเรื่องหนึ่งซึ่งโดนตลอด

ยังบอกด้วยว่า ก่อนหน้านั้นไม่เคยอยากเข้าวงการ ที่ “มีข้อเสียในการเปิดพับลิคชีวิตเรา แต่เฌอก็มองในอีก

ด้านว่า การที่เราเป็นแบบนี้ เราสามารถพูดให้คนอื่นได้ด้วย เมื่อมีโอกาสจะได้ทำ ก็มองข้อดีของมัน แล้วทำ”

“การเข้าวงการบันเทิงเป็นอะไรที่ต้องเสี่ยง ต้องแลก” ดังนั้นหากพิจารณาว่า “แลกแล้วคุ้ม” ก็โอเค

สำหรับเธอน่ะหรือ?

“มันรู้สึกคุ้ม ตอนที่มีคนเขียนจดหมายมาบอกว่าเขามีความสุขกับสิ่งที่เฌอทำ เขาได้รับกำลังใจ เขา

เปลี่ยนแปลงตัวเอง เด็กบางคนเขียนมาบอกว่า จากที่ไม่ชอบเคมี เขาสามารถสอบเคมีได้อันดับ 2 ของห้อง

บอกว่าเป็นเพราะเรา จริงๆแล้วเป็นเพราะตัวเขาเอง แต่ถ้าเรามีส่วนเป็นแรงบันดาลใจ ก็แฮปปี้”

“ตอนเข้า BNK คุณพ่อก็ค้าน บอกอยากเป็นนักวิทยาศาสตร์ คิดค้นอะไรไม่ใช่เหรอ แต่เฌอก็ชอบอันนี้ ชอบ

คอนเซ็ปต์ที่จะแสดงให้เห็นการพัฒนาตนเอง การได้เห็นคนๆหนึ่งค่อยๆเติบโต มีเพื่อนที่พยายามไปด้วยกัน

เลยบอกขอทำนะ เสร็จแล้วสิ่งที่ทำให้เขายอมรับสิ่งที่เฌอเป็น คือแฟนคลับ เขาเห็นว่าแฟนคลับได้อะไรจาก

เฌอ เหมือนเฌอเป็นประโยชน์ต่อคนมากมายโดยที่ไม่จำเป็นต้องเป็นนักวิทยาศาสตร์ คือสามารถเป็นได้

ตั้งแต่ตอนนี้”

ส่วนที่คนมองว่า BNK 48 ไม่มีอะไรมากไปกว่ากลุ่มเด็กสาวสวยๆ น่ารัก ที่มายืนๆเต้นๆยิ้มหวานร้องเพลงนั้น
“คนเราก็ชอบของสวยงามไม่ใช่เหรอคะ แล้วมันมีหลายเลเวลที่จะมอง แล้วแต่มุมของคน”
คนแต่ละคน.

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon