ขั้นบันไดของ ‘เต้ย จรินทร์พร’ กับโชคดีของคนไม่เพอร์เฟกต์ (คลิป)

3.11.18 | 10:37 น.

ใครๆ ก็บอกมาว่า เต้ย จรินทร์พร จุนเกียรติ เป็นคนน่ารัก ซึ่งพอเอาไปเล่า เต้ยก็ทำตาโต ก่อนย้อนถามด้วย

สีหน้าและน้ำเสียงแจ่มใส “จริงเหรอคะ”

แล้วจึงว่า เท่าที่เธอรู้สึก คือตัวเองเป็นคนชิล จริงใจ และไม่ชอบโกหก

“ไม่ชอบจริงๆ ค่ะ รู้สึกว่าการอยู่ในวงการนี้ถ้าจะมาเฟค มาโกหก มาพยายามปั้นให้ตัวเองดูดี คนจะรู้”

ดังนั้นเวลามีอะไรเธอจึงพูด “ถ้าสังเกต เวลามีคนมาถามว่าเต้ยคุยกับใครอยู่ หรือเต้ยเป็นอย่างไร ตอบได้เต้ย

Advertisement

ตอบหมด แต่อะไรที่รู้สึกว่าเยอะเกินไป จะบอกว่าอันนี้ขอเป็นเรื่องส่วนตัวเนอะ”

ด้วยเหตุนี้ “เลยไม่ต้องมานั่งกลัวนักสืบทั้งหลาย” เล่าแล้วเต้ยก็หัวเราะ

นักแสดงที่เข้าวงการมาตั้งแต่อายุ 16 และอยู่ยาวมาถึง 12 ปี บอกว่า สิ่งหนึ่งที่เธอไม่เคยเปลี่ยนคือ “ทุกครั้ง

เวลาเจอดารา ยังตื่นเต้น” ที่เป็นอย่างนั้น ติ่งอย่างเต้ยให้เหตุผลว่า “ก็ดาราคนนี้ยังไม่เคยเจอไง”

5555

ก่อนจะเป็นเต้ย จรินทร์พร ในวันนี้ เต้ยบอกว่าเธอต้องค่อยๆ ก้าวข้ามขั้นบันไดที่ทอดขวาง

“ไม่ได้มาปุ๊บแล้วเปรี้ยงเลย ต้องเดินขึ้นบันไดทีละขั้นๆ มาเรื่อยๆ เริ่มจากมีคนไปเจอ เรียกมาแคสต์งาน ไป

เป็นตัวประกอบ เล่นละครรับเชิญ ซึ่งตอนนั้นเราทำเพราะอยากได้เงิน อยากช้อปปิ้ง แต่ไม่อยากใช้เงินของ

พ่อแม่ ช่วงแรกๆ ก็ได้บทที่รู้สึกว่าอันนี้ไม่ใช่เราเลย ต้องแสดงแบบสดใสร่าเริง เป็นสีชมพูแบ๊วๆ แต่ว่าสุดท้าย

มันเป็นงาน และเป็นคาแร็กเตอร์ที่ไม่ใช่ไม่ชอบ ก็ทำไป”

“แต่เราไม่ได้เป็นผู้หญิงสีชมพูขนาดที่ทุกคนคิด”

ด้วยชีวิตจริง “มีหลายแง่มุม ความที่หน้ามีความสว่าง แต่จริงๆ แล้วค่อนข้างไตร่ตรอง มีทั้งความซีเรียสและ

ความขี้เล่น”

ส่วนการได้ขึ้นมาเป็นนางเอกคนดัง “อันนี้พูดจริงๆ นะคะ เต้ยไม่รู้ว่าเต้ยมาอยู่ตรงนี้ได้อย่างไร ความที่ไม่ได้

เป็นคนที่เพอร์เฟกต์ ไม่สูง เสียงก็เหมือนกัน รู้สึกว่าที่ทุกวันนี้ที่อยู่ได้โชคดีมาก เพราะถ้าเทียบกับคนอื่น

เต้ยก็เห็นหลายคนคอมเมนต์ว่าเต้ยไม่สวย ไม่ควรที่จะรับบทแบบนี้ ซึ่งเวลาอ่าน ถามว่ารู้สึกไหม ก็รู้สึกนิดนึง

นะ แต่ว่าด้วยความที่ยอมรับความจริงได้ คือเต้ยก็คิดเหมือนกันว่ามาเป็นนางเอกได้ไงวะเนี่ย” จิกตัวเองแล้วก็

หัวเราะอีก

จากนั้นจึงเปลี่ยนมาสู่โหมดจริงจัง ด้วยการบอกว่า “แล้วเต้ยว่าเต้ยสู้”

“ไม่ได้สู้กับคนอื่นนะ สู้กับตัวเอง พัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นไปเรื่อยๆ”

“วงการนี้ทุกอย่างคือความสวยงาม ถ้าพูดภาษาธรรมะ ก็คือมีแต่กิเลสเต็มไปหมด มีแต่คนสวยๆ หล่อๆ เราก็

รู้สึกว่าไม่ต้องไปสู้กับใคร เพราะสู้ไม่ได้อยู่แล้ว คิดแบบนี้ว่าสู้กับใครไม่ได้อยู่แล้ว ก็พัฒนาตัวเอง ให้เราเป็น

เราเวอร์ชั่นที่ดีที่สุดแล้วกัน แค่ส้นสูงที่เต้ยใส่ไปยืนกับคนอื่น เราก็เตี้ยกว่าอยู่ดี”

ถามว่าตอนนี้เธอขึ้นบันไดมาได้แล้วกี่ขั้น?

ฟังแล้วเต้ยนิ่งคิด “ถ้าถามตัวเอง เต้ยว่าเต้ยอยู่กลางๆ นะ และก็อยู่อย่างนี้มานานแล้ว อยู่ในจุดที่กลางๆ ไป

ได้เรื่อยๆ ไม่ได้พุ่ง มีเรื่อยๆ ทำงานเรื่อยๆ แต่ก็แล้วแต่ผู้ชมที่จะมองว่าเต้ยอยู่จุดไหน เพราะแต่ละคนมองไม่

เหมือนกัน”

ส่วนขั้นสุดท้ายที่มองไว้อยู่ตรงไหน เธอบอกตรงๆ-ไม่ได้คิด

“พี่อ้อม สุนิสา (สุขบุญสังข์) เขาสอนเต้ยมา ลองคิดดูนะ ว่าถ้าวันนี้เราเป็นแค่เด็กนักเรียน เรียนจบมา วันนี้

คงไม่สามารถหาเงินเลี้ยงครอบครัว สร้างบ้าน ไปเที่ยว หรือทำสิ่งที่ตัวเองอยากทำได้ ดังนั้นทุกวันนี้ของเต้ย

เต้ยว่ามันเป็นโบนัสสำหรับชีวิตแล้ว เต้ยใช้ชีวิตอยู่กับโบนัสที่ได้มาแล้ว จุดสูงสุดจึงไม่รู้ค่ะ ไม่ได้คิด”

“แต่เต้ยไม่คิดจะอยู่วงการนี้ไปตลอดชีวิต” ด้วยเอาเข้าจริง นั่นเป็นเรื่องที่ขึ้นอยู่กับคนอื่นเป็นหลัก

ที่เธอพอจะทำได้เอง และอยากจะทำ คือ การมีกิจการสักอย่างที่สามารถสร้างรายได้เพียงพอต่อการดูแลครอบครัว

เท่านั้นก็พอ

เต้ย ‘เจ้าขา’

“คงเป็นเรื่องความมุ่งมั่นและความตั้งใจที่เต้ยมีเหมือนเจ้าขา” เทียบตัวเองกับตัวละครล่าสุดที่รับบทใน

‘มีเพียงรัก’ ที่กำลังออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 ทุกวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ หลังข่าวภาคค่ำ แล้วเต้ย

จรินทร์พร ก็ว่าอย่างนั้น

“เจ้าขาเป็นตัวละครที่มีความไม่ประดิษฐ์ เพิ่งเรียนจบใหม่ๆ เป็นคนโตกว่าอายุ รู้ตัวเองชัดเจนว่าอยากทำอะไร

เป็นอะไร มีความมุ่งมั่น และถ้าเจออะไรที่ไม่ถูกต้องจะไม่ยอมปล่อย เพราะฉะนั้นเขาจะมีอุดมการณ์ชัดเจน

มาก ว่าจะทำเพื่อโลกนี้ จะสืบทุกเรื่อง เจาะทุกเรื่องให้ดีที่สุด เพื่อประเทศของเรา”

“เต้ยเองก็เป็นคนมีแพสชั่น ถ้าอยากทำอะไร ก็จะทำให้มันประสบความสำเร็จ”

“แล้วอีกอย่างที่เหมือนกัน คือเป็นคนที่รู้ตัวเอง เหมือนที่เจ้าขารู้ว่าเขาไม่สวย เตี้ย แล้วการที่พระเอกจะมา

ชอบ มันเป็นไปไม่ได้เลย ซึ่งก็อาจจะคล้ายกันตรงที่มีคนคิดว่าเต้ยนี่นะ จะมาเล่นกับพี่เคน (ธีรเดช วงศ์พัว

พันธ์)”

ซึ่งจะว่าไป “อย่าว่าแต่ทุกคนเลย แม้แต่เต้ยเองยังรู้สึกว่าเต้ยนี่นะ ไม่เห็นจะมีอะไรคู่ควรกับพี่เคนเลย เราไม่

ได้เป็นคนสวย เพื่อนๆ นางเอกในวงการทุกคนคือขายาว หุ่นดี แต่เราตัวป้อมๆ เตี้ยๆ”

อย่างไรก็ดี เมื่อได้รับเลือก ก็แฮปปี้

ยิ่งตอนถ่ายทำทุกสิ่งยังเป็นไปด้วยดี ไม่ว่าจะความตั้งใจของทีมงาน ความทุ่มเทของนักแสดง รวมถึง

มิตรภาพดีๆ ที่ได้รับ โดยเฉพาะจาก เคน ธีรเดช และ หน่อย บุษกร วงศ์พัวพันธ์ ที่กลายเป็นพี่ชาย พี่สาว ไป

เรียบร้อย

นี่จึงเป็นอีกงานที่เธอมีความสุขยิ่ง