‘เจมส์ เรืองศักดิ์’ ระลึกถึงเหตุการณ์เครื่องบินตก แม้ผ่านมาเกือบ 20 ปี แต่ไม่เคยลืม

3.11.18 | 10:27 น.

หากใครยังจำกันได้สำหรับ เหตุการณ์สุดระทึกเครื่องบิน จากสายการบินแห่งหนึ่ง  ซึ่งบินจากกรุงเทพฯ ไปยังจังหวัดสุราษฎร์ธานี เมื่อ 11 ธ.ค. 2541 ที่ผ่านมา ซึ่งเหตุขัดข้องจากการนำเครื่องลงจอด เครื่องเสียการทรงตัวพุ่งตกลงไปในป่ายาง  มีผู้เสียชีวิต 101 คน  โดยที่นักร้องชื่อดัง เจมส์ เรืองศักดิ์ เป็นผู้รอดชีวิต

แม้จะเวลาจะผ่านมาเกือบ 20 ปี แต่นักร้องหนุ่มยังคงระลึกถึงอยู่เสมอ โดยล่าสุดเขาได้โพสต์ถึง แฟนคลับรุ่นเด็กที่เป็นผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์เดียวกัน โดยเขาเล่าว่า

 

ดูโพสต์นี้บน Instagram

 

20ปีที่แล้ว หลังเหตุการณ์เครื่องบินตก มีเด็กชายคนหนึ่งชื่อ “น้องอาร์ม” เด็กน้อยชาวสุราษฏร์ ที่โชคดีเป็นหนึ่งในผู้รอดชีวิตในเที่ยวบินนั้นกับผม… ครอบครัวของน้องเล่าว่า น้องอาร์มเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย…วันเกิดเหตุเครื่องตกเป็นวันที่ครอบครัวตั้งใจจะพาน้องกลับไปบ้านเกิดเพื่อให้น้องได้จากไปอย่างสงบที่บ้านเกิดของตัวเอง…แต่โชคชะตาก็พลิกผัน…เมื่อน้องอาร์มกลับรอดอย่างปาติหาริย์ในครั้งนั้น.. ผมจำได้ว่าหลังเป็นข่าวได้สักพัก…สื่อก็ได้พูดถึงเด็กคนหนึ่งที่เขาอยากเจอพี่เจมส์เรืองศักดิ์มาก…ผมได้เจอน้องครั้งแรกที่ รพ เด็กในตอนนั้น…น้องยังเหมือนเด็กปกติ ยังเล่น ยังพูดคุยหัวเราะกับผมได้..น้องชอบเพลงชับ ชับ ชับ วันนั้นเรายังร้องเพลงนี้กันลั่น รพ … ผมนำตุ๊กตาหมีใส่เสื้อสีฟ้า…ตัวโปรดของผมไปมอบให้น้องเพื่อเป็นกำลังใจให้น้องอาร์มที่ รพ ด้วย… แต่หลังจากนั้นไม่นาน..ผมทราบข่าวว่ารัฐบาลเยอรมันรับน้องไปรักษาที่โน่นเป็นกรณีพิเศษ…ที่สถาบันมะเร็งที่มีชื่อเสียงของเยอรมัน เพราะข่าวน้องเป็นมะเร็งและรอดจากเครื่องบินตกโด่งดังไปทั่วโลก และเเล้ววันนึง ผมก็ได้รับการติดต่อจากทางรัฐบาลเยอรมัน.ประสานผ่านรัฐบาลไทยว่า น้องอาร์มกำลังตกอยู่ในอาการโคม่าขั้นสุดท้าย…และน้องก็พูดแต่อยากพบ พี่เจมส์ เรืองศักดิ์ จนคุณหมอที่สงสัยว่าผมคือใคร… …หมอมีความหวังว่าอาจเกิดปาติหาริย์หากผมได้มาพบน้อง…เหมือนที่เคยเกิดขึ้นแล้วครั้งหนึ่งที่สถาบันมะเร็งแห่งนี้…เมื่อครั้งที่เด็กน้อยชาวเยอรมันป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย..และเขาอยากพบ นักมายากลเดวิด คอปเปอร์ฟิล…และเดวิดก็ไปพบ ทำให้เด็กคนนั้นอาการกลับมาดีขึ้น… เมื่อทราบเรื่องผมจึงตัดสินใจอย่างไม่ลังเล…ที่จะบินหลาย ช.มไปพบน้องที่เยอรมัน (ทั้งๆที่ผมเองก็ยังอยู่ในช่วงหวาดผวา กับการขึ้นเครื่องบินอย่างหนัก เพราะเหตุการณ์เพิ่งผ่านมาไม่นานนัก) ในภาพที่เห็นคือวินาทีที่ผมได้พบน้องที่นั่น…น้องขยับตัวไม่ได้แล้ว ชีพจรเกือบหยุดเเล้ว..ร่างกายแทบไม่รับรู้อะไรทั้งสิ้น..ตอบสนองแทบไม่ได้..แต่ปาติหาริย์ก็เกิดขึ้นช่วงสั้นๆ…เมื่อผมร้องเพลงชับชับชับ และลุกขึ้นเต้น ให้น้องดู… ชีพจรน้องกลับมาเต้นแรงอีกครั้ง… เหมือนน้องดีใจที่ผมมาจริงๆ วันนั้นเป็นการร้องเพลง ชับชับชับ ครั้งแรก…ที่ผมเต้นและร้องอย่างสนุกสนานเพื่อหวังให้มีปาติหาริย์กับน้อง… ท่ามกลาง น้ำตาของทุกคนในห้องพยาบาลวันนั้นรวมทั้งตัวผม … จากนั้นไม่นานน้องก็สิ้นลมหายใจจากพวกเราไปอย่างสงบ…. ถ้าวันนี้อาร์มยังอยู่ เขาคงมีอายุราวๆ 20ปลายๆ ผ่านมา 20ปีแล้วแต่ผมยังไม่เคยลืมภาพเหตุการณ์ในวันนั้นเลย

Advertisement

โพสต์ที่แชร์โดย JamesRuangsak.co.th (@jamesruangsak.co.th) เมื่อ

ขอบคุณ jamesruangsak.co.th