จากกรณีที่ นาวิน เยาวพลกุล และภรรยา ไฮโซน้ำหวาน พัสวี ริเริ่มดำเนินโครงการ “นมจากเต้าเราให้ฟรี” แจกน้ำนมปั๊มสดๆ จากเต้าให้เด็กๆ ยากไร้ทั่วประเทศภายใต้โครงการ จนเกิดเป็นดราม่าเมื่อมีนายแพทย์ตั้งข้อสงสัยถึงการบริจาคนมแม่นั้นอาจเป็นอันตรายสำหรับลูกคนอื่นหรือไม่นั้น
ล่าสุด2สามีภรรยาขอชี้แจงเรื่องทั้งในงานแจกน้ำนมในโครงการ นมจากเต้าเราให้ฟรี ที่ ฟิลอก้า คลินิก มาว่า ตน(นาวิน ตาร์)และภรรยาทำการปรึกษาแพทย์หลายท่าน ในเรื่องนี้มีความเสี่ยงทั้ง 2 ด้าน ทางด้านผู้รับตนก็มีการตรวจคัดกรอง สอบถามและตรวจเรื่องสุขภาพสำหรับแม่ที่จะมารับบริจาคอยู่แล้วโดยละเอียด ซึ่งทางภรรยาก็ทำเช่นกัน จึงถือเป็นการจับคู่ที่เหมาะสมและปลอดภัยไร้โรคติดต่อ
“เรามีการการันตีในระยะเวลาที่สามารถติดเชื้อได้แล้วเราอยู่ในกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่ำ เพราะฉะนั้นเราก็ทำเต็มความสามารถอย่างดีที่สุดในการคัดกรองในแบบของเรา”
สำหรับคำวิจารณ์ตนมองในแง่ดีและขอนำคำตักเตือนมาปรับใช้ในการดำเนินการ

“ตัวผมเนี่ยก็เคยชินกับคำวิพากษ์วิจารณ์ในลักษณะนี้ ก็บอกตามตรงว่าก็ห่วงภรรยาว่าเขาจะรู้สึกในแง่ลบ แต่ที่ผ่านมาเขาแข็งแรงมาก เขาไม่กลัวต่อคำวิพากษ์วิจารณ์ ก็อย่างที่เขาบอกคนที่ไม่เป็นพ่อไม่เป็นแม่ไม่เข้าใจเท่ากับเรา ”
“คนที่พูดเขาก็ไม่รู้ คนที่เข้าใจจริงๆ ก็ไม่พูดแบบนั้น เราก็ได้แต่มองอย่างมีสติแล้วก็คิดว่าก็เป็นบทเรียนให้กับเราด้วย”
ขณะที่น้ำหวานผู้เป็นภรรยากล่าวเสริมว่า
“ส่วนใหญ่คนที่วิจารณ์หรือคนที่ติที่เราอ่านแล้วรู้สึกไม่สบายใจ จะไม่ใช่คุณแม่ น้ำหวานก็มองในจุดที่คุณแม่ด้วยกันเข้ามาให้กำลังใจ กำลังใจเราประมาณ 99 เปอร์เซ็นต์”
“ตอนนี้เราก็รู้สึกสบายใจในคุณแม่ทุกคนเพราะว่าทุกคนที่เกิดปัญหาในจุดนั้นเขาไม่มีทางออกแล้ว มันเป็นสิ่งที่เขาต้องการและไม่ได้เป็นสิ่งที่ลำบากที่จะให้กับทุกคนค่ะ”
ทั้งนี้โครงการดำเนินมา 3 ครั้งแล้ว ก็ยังไม่เจอกระแสตอบรับในแง่ลบจากแม่ผู้ได้รับน้ำนม
“ไปในทิศทางที่ดีหมด คุณแม่บางท่านพอได้น้ำนมจากเราก็ไปหาวิธีกระตุ้น พอมีน้ำนมเยอะก็อยากเข้ามาร่วมโครงการกับเราก็มีเหมือนกัน”
ทั้งนี้ตนและสามียืนยันว่าจะดำเนินตามเจตนารมณ์ไปเรื่อยๆ และยืนยันว่าโครงการนี้ปลอดภัยไร้โรคแน่นอน
“คือเรารู้ว่าเราทำอะไรอยู่นะ แล้วเราก็น้อมรับทุกคำวิจารณ์ แล้วเราก็ทำในส่วนของเราให้ดีที่สุด ถ้าเป็นคำติชมที่เราฟังแล้วปรับใช้ได้ยินดีมากๆ ที่จะร่วมงานกับทุกคน แต่เสียงวิจารณ์ในทางที่เราไม่สามารถทำอะไรได้เราก็ได้แต่ยิ้มให้มัน”


