จัดต่อเนื่องมายาวนานถึง 27 ครั้ง แต่ครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกที่เทศกาลภาพยนตร์สหภาพยุโรปจะจัดขึ้นแบบกลางแจ้ง โดยคัดสรรภาพยนตร์ชั้นดี 19 เรื่อง จาก 19 ประเทศในภาคพื้นยุโรปมาให้ชมฟรี โดยสถานที่ฉายจะกระจายอยู่ตามทำเนียบเอกอัครราชทูตประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป และสถาบันทางวัฒนธรรมยุโรป ทั้งหมด 10 แห่งในกรุงเทพ
เทศกาลภาพยนตร์ซึ่งจะเริ่มต้นในวันที่ 29 พฤศจิกายน และมีไปจนถึงวันที่ 17 ธันวาคมนี้ ประเดิมด้วยการฉายภาพยนตร์เรื่อง Mademoiselle Paradis ณ บ้านเลขที่ 1 ซึ่งเป็นบ้านประวัติศาสตร์ของสายสัมพันธ์ยุโรปในอดีต ซึ่งตั้งอยู่ในซอยกัปตันบุช โดยผลงานการกำกับของ บาร์บาร่า อัลเบิร์ต เรื่องนี้พูดถึงนักเปียโนตาบอดในศตวรรษที่ 18 ซึ่งมีความสัมพันธ์ไม่ธรรมดากับหมอที่พยายามจะทำให้เธอกลับมามองเห็นอีกครั้ง

จากนั้นในวันที่ 30 พฤศจิกายน เป็นภาพยนตร์เยอรมัน Transit (2018) โดยผู้กำกับ คริสเตียน เพทโซลด์ เรื่องของชายคนหนึ่งซึ่งหนีออกจากฝรั่งเศสหลังนาซีเข้ารุกราน เขาสวมรอยเป็นนักเขียนที่ตายไปแล้ว และในระหว่างนั้นก็ได้พบกับหญิงสาวที่กำลังตามหาสามีของเธอ ซึ่งก็คือนักเขียนคนที่เขาสวมรอยอยู่

วันที่ 1 ธันวาคม ฉาย In the Shadow (2012) ภาพยนตร์จากสาธารณรัฐเชค ที่ผู้กำกับ เดวิด ออนดริเชค ถ่ายทอดให้เห็นการสืบคดีโจรกรรมเพชร ที่ตอนแรกดูเหมือนจะง่าย แต่กลับกลายเป็นซับซ้อน แถมเขายังถูกสั่งให้หยุดทำคดี แต่ก็ตัดสินใจสืบต่อด้วยตัวเอง และนั่นทำให้เขาและครอบครัวตกอยู่ในอันตราย

วันที่ 2 ธันวาคม ภาพยนตร์เดนมาร์กเรื่อง The Commune (2016) ของผู้กำกับโทมัส วินเทอร์เบิร์ก เรื่องของคู่รักนักวิชาการที่มีความฝันจะสร้างคอมมูน ทุกอย่างเหมือนจะไปได้ดี การประชุม ดินเนอร์ และปาร์ตี้ ที่เปี่ยมด้วยมิตรภาพได้เกิดขึ้น จนถึงตอนที่มีเรื่องชู้สาวที่คาดไม่ถึง

ภาพยนตร์จากลิธัวเนีย เรื่อง Fireheart: The Legend of Tadas Blinda (2011) จะฉายในวันที่ 3 ธันวาคม ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นผลงานของผู้กำกับ โดโนทัส อูลีฟดาส ที่เสนอให้เห็นความรักที่ไม่มีทางเป็นไปได้ของชายผู้เป็นไพร่ กับลูกสาวของเจ้าของที่ดินผู้ทรงอำนาจ

ส่วนภาพยนตร์ฝรั่งเศส Al Berto (2017) ผลงานของ วินเซนเต้ อัลเวส โด โอ จะฉายในวันที่ 4 ธันวาคม ที่ทำเนียบเอกอัครราชทูตโปรตุเกส ที่จะฉายภาพให้เห็นถึงนักเขียนซึ่งเป็นตัวแทนของคนรุ่นหัวก้าวหน้า ที่ความหวังเพื่อวันพรุ่งนี้ แต่เขากลับพบว่า…

วันที่ 5 ธันวาคม Fanny and Alexander (1982) ภาพยนตร์สวีเดน ผลงานของผู้กำกับอิงก์มาร์ เบิร์กแมน จะถูกนำมาฉายที่ทำเนียบเอกอัครราชทูตโปรตุเกส เรื่องของครอบครัวที่สภาพทุกอย่างเปลี่ยนไป เมื่อแม่ของพวกเขาจะแต่งงานใหม่หลังจากพ่อตายลง

Candidate (2013) ภาพยนตร์จากประเทศสโลวาเกีย โดยผู้กำกับ โจนัส คาราเซค จะฉายที่ทำเนียบเอกอัครราชทูตเบลเยียม ในวันที่ 6 ธันวาคม ‘แลมเบิร์ท’ เจ้าของบริษัทโฆษณารับงานทำแคมเปญให้ผู้สมัครเลือกตั้ง เป้าหมายของเขาคือการก่อกวนกระแสการเมืองและทำให้พรรคคู่แข่งเสียคะแนน แต่แล้วเขากลับถูกยุให้พนันกับคู่แข่งโดยมีเดิมพันเป็นเงินก้อนใหญ่ แลมเบิร์ทเดิมพันด้วยทรัพย์สินทั้งหมดของเขากับผู้สมัครเลือกตั้งที่ไม่มีใครรู้จัก โดยเขาสาบานว่าจะทำให้คนขี้แพ้คนนี้กลายเป็นประธานาธิบดีให้ได้

จากเบลเยี่ยม Belgian Rhapsody (2014) จะฉายที่ทำเนียบเอกอัครราชทูตเบลเยียม ในวันที่ 7 ธันวาคม ผู้กำกับ วินเซนต์ บัล พาไปดูการแข่งขันชิงแชมป์ยุโรปของวงบราสแบนด์ 2 วงแข่งขัน แต่แล้วทีมหนึ่งเกิดเสียโซโลอิสต์ไปอย่างคาดไม่ถึง พวกเขาจึงต้องพยายามขโมยตัวโซโลอิสต์จากทีมคู่แข่งมาร่วมทีมให้ได้

L’Opera (The Paris Opera) (2017) จากฝรั่งเศสของ ฌอน สเตฟาน บรอน สมาคมฝรั่งเศส คือสารคดีที่บันทึกเบื้องหลังการแสดงที่โรงละครปารีส โอเปร่า ซึ่งจะนำมาจัดฉายที่สมาคมฝรั่งเศส ในวันที่ 8 ธันวาคม

สำหรับวันที่ 9 ธันวาคม The Bar (2017) จากสเปน โดยผู้กำกับ อเล็กซ์ เดอ ลา อิเกลเซีย เล่าถึงเสียงปืนที่ดังขึ้นและคดีฆาตกรรมสองคดีนำมาซึ่งความวุ่นวายในบาร์เล็ก ๆ โทรม ๆ แห่งหนึ่ง

วันรุ่งขึ้น 10 ธันวาคม หนังฮังการี Swing (2014) จะฉายที่ทำเนียบเอกอัครราชทูตออสเตรีย เรื่องของหญิงสาว 3 รุ่นที่บนเวทีพวกเธอร่วมทำงานกันจนประสบความสำเร็จ แต่นอกเวทีกลับเข้ากันไม่ได้เลย กำกับโดย ซาบา ฟาเซคัส

ภาพยนตร์โปแลนด์ Loving Vincent (2017) จาก 2 ผู้กำกับ โดโรต้า โคบิเอล่า และ ฮิวจ์ เวลช์มาน จะฉายในวันที่ 11 ธันวาคม ที่ทำเนียบเอกอัครราชทูตออสเตรีย ภาพยนตร์ที่ถ่ายทอดผ่านภาพแอนิเมชั่น ให้เห็นเรื่องราวของชายหนุ่มที่ไปสำรวจดูช่วงเวลาสุดท้ายของจิตรกรคนดัง

12 ธันวาคม ที่ทำเนียบเอกอัครราชทูตเนเธอร์แลนด์ จะฉายภาพยนตร์ของ ไมค์ แวน เดียม เรื่อง Tulipani: Love, Honour and a Bicycle (2017) หลังสูญเสียฟาร์มไปหลังน้ำท่วม เกษตรกรผู้มีอารมณ์โรแมนติกก็เริ่มเหนื่อยล้ากับการทำไร่นา จึงตัดสินใจขี่จักรยานไปอิตาลี และปลูกทิวลิปท่ามกลางอากาศที่ร้อนอบอ้าว

The Other Side of Hope (2017) จากฟินแลนด์ จะฉาย ณ ทำเนียบเอกอัครราชทูตเนเธอร์แลนด์ ในวันที่ 13 ธันวาคม โดย อากิ เคาริสมากิ ผู้กำกับ เล่าถึงผู้ลี้ภัยชาวซีเรียที่หลบหนีเข้าเฮลซิงกิ,เซลส์แมนที่กลายเป็นเจ้าของร้านอาหาร,สาวเสิร์ฟ,เชฟ และสุนัข ที่พากันสร้างโลกแห่งความสมานฉันท์ขึ้น

เรื่องราวของเด็กหนุ่มวัย 17 กับนักศึกษาปริญญาเอกรูปงามที่พากันค้นพบกับอารมณ์ปรารถนาที่จะเปลี่ยนชีวิตของพวกเขาไปตลอดกาล จาก Call Me By Your Name (2017) ภาพยนตร์อิตาลี ฝีมือ ลูก้า กัวดานิโน่ จะฉายให้ชมที่ทำเนียบเอกอัครราชทูตอิตาลีในวันที่ 14 กันยายน

ขณะเรื่องของชายสามคนที่พยายามตามหาล็อตเตอรี่ถูกรางวัลที่โดนขโมยไป จากTwo Lottery Tickets (2016) หนังโรมาเนีย ซึ่ง พอล เนโกสคู กำกับ จะฉายวันที่ 15 ธันวาคมที่ทำเนียบเอกอัครราชทูตอิตาลี
I Am Not a Witch (2017) หนังอังกฤษ ที่ รุนกาโน นโยนี เล่าเรื่องเด็กหญิงวัย 8 ขวบที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นแม่มด จึงถูกส่งตัวไปเข้าค่ายแม่มดและต้องปฏิบัติกฎใหม่ๆในชีวิต จะฉายวันที่ 16 ธันวาคม ที่ทำเนียบเอกอัครราชทูตอังกฤษ

ปิดเทศกาลด้วย Sanctuary (2016) จากไอร์แลนด์ ที่ทำเนียบเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักร ในวันที่ 17ธันวาคม ผลงานของผู้กำกับ เลน คอลลิน เรื่องของ ‘แลร์รี่’ ผู้เป็นดาวน์ซินโดรม และ ‘โซฟี’ ผู้เป็นโรคลมชัก ที่อยู่ในโลกซึ่งพยายามแยกพวกเขาออกจากกัน ความรักจะชนะทุกสิ่งหรือไม่?

ทั้งนี้ภาพยนตร์ฉายพร้อมคำบรรยายไทยและอังกฤษให้ชมฟรี โดยลงทะเบียนเพื่อสำรองที่นั่งล่วงหน้า ดูรายละเอียดเพิ่มได้ที่ EU Facebook Event Page


