ชีวิตพัง ‘ปอยฝ้าย มาลัยพร’ ติดเหล้าหนักน็อกคาเวทีจนโดนหามส่งโรงพยาบาล

26.11.18 | 19:27 น.

เป็นที่รู้จักจากเพลง มันต้องถอน สำหรับนักร้องลูกทุ่ง ปอยฝ้าย มาลัยพร มีงานหลั่งไหลเข้ามามากมาย แต่กระนั้นก็มีจุดผลิกผันที่ทำให้ชีวิตพังเพราะติดเหล้าหนักจนน็อกคาเวที ล่าสุดเจ้าตัวมาเปิดใจถึงเรื่องนี้ผ่านทางรายการ คุยแซ่บ Show ทางช่อง ONE 31 ว่าเริ่มดื่มเหล้าตั้งแต่อายุ 20

“ตอนร้องเพลง มันต้องถอน มันทำให้มีชื่อเสียง และจะทำให้ไม่มีชื่อ เพราะติดเหล้าจริง แต่ตอนนั้นยังไม่ติด แต่ก็กินนะ กินมาประมาณ 20 ปีติดจริงๆ ประมาณ 7 ปี มันหยุดไม่ได้ หยุดมันจะเก้อๆ กังๆ มือสั่น ทำอะไรก็ไม่มั่นใจ”

“คือตื่นมาต้องถอน ตื่นมาต้องกินเลย คิดถึงเหล้าเป็นอันดับแรก”

เริ่มดื่มเหล้าตั้งแต่อายุเท่าไหร่?

ถ้าถามว่าเลิกได้หรือยัง ปอยฝ้ายบอกว่า ตอนนี้เป็นผู้ป่วยอยู่ ทุกวันนี้ต้องไปหาหมอ มียากิน

Advertisement

“คุณหมอเขาบอกว่าถึงแม้เลิกได้ก็อย่าประมาท ต้องระวังตัวเองตลอดเวลา มีผลข้างเคียงกับร่างกายเต็มๆ เลย ตับอักเสบ แล้วสมองเบลอ พูดช้า รับมุขเล่นตลกอะไรก็เบลอไปหมด”

ส่วนที่มีข่าวว่าแย่ขนาดที่บางคอนเสิร์ตไม่สามารถทำงานได้เลย

“ผมภูมิใจตัวเองมาก ตายในหน้าที่ ตายหน้าเวที คือผมร้องเพลงท่อนสุดท้ายล้มลงเลย ทุกคนตบมือคิดว่าเล่นเหมือน นักดนตรีรีบลงมาอุ้มผมกลับหลังเวที ตอนนั้นรู้ว่าตัวเองไม่ไหวแล้วมันวูบ”

ถึงขั้นต้องเข้าโรงพยาบาลทุกที่ที่ไปทำงาน “อย่าว่าแต่โรงพยาบาล ตามอนามัยตามตำบนก็ต้องไป”

“ไปเข้ากลูโคส ร่างกายมันไม่มีน้ำตาล คือไปให้น้ำเกลือตามโรงพยาบาล อนามัยทั้งหมดประมาณ 40-50 ที่เห็นจะได้”

“ตาเหลือง เหลืองทั้งตัว ตอนนั้นถ้าไม่ได้โรงพยาบาลที่ดีหน่อยคงไม่รอด บางครั้งถึงกับอ้วกเป็นเลือด ผมไปคอนเสิร์ตที่ลาวก็ไปน็อกกลางวัน เพราะหาซื้อเหล้าที่เราเคยกินไม่ได้ เหล้าขาวเราต้มผมก็เอามาดื่มทีนี้อ้วกออกมาเป็นเลือด ช่วงที่ตาเหลือง พักฟื้นประมาณ 4-5 เดือน ก็กลับมาดื่มมอีก เริ่มจากคำว่านิดหน่อยไม่เป็นไร”

เมื่อถามถึงจุดเปลี่ยนที่ทำให้เลิกเหล้าได้ เขาก็ว่าทั้งเรื่องของอาการป่วย ทั้งหนี้สิน และภรรยาที่ยื่นคำขาดว่าถ้าไม่เลิกเหล้าก็ต้องเลิกกัน

“ผมคิดว่าถ้าภรรยาเลิกเรายิ่งจะต้องกินหนัก สุขภาพจิตอีก หลายๆ อย่างมันจะตามมา เขาบอกว่าถ้าคุณไม่เปลี่ยนฉันไม่อยู่ด้วยแล้วนะ แต่เขาก็ดีนะ พยายามเข้าใจ เขาเป็นผู้หญิงต้องไปซื้อเหล้าให้แฟน”

“ขั้นแรกก็ต้องถามใจตัวเองก่อน มองลึกๆ หาข้อดีของตัวเอง เราก็ทำมาเยอะ เราจะมาตายเพราะเอาน้ำเข้าปากเหรอ ต้องหาทางออกให้ได้ ก้ค้นหาในเว็บที่บำบัดเลยตัดสินใจเลิกตอนนี้เลิกมาได้เกือบ 2 ปีแล้วครับ”