หมู ดิลก เปิดใจเล่าชีวิตจากพระเอกกลายเป็นลำบาก เคยร้องไห้สงสารตัวเอง-เหลือเงิน 27 บาท

เป็นนักแสดงรุ่นใหญ่ที่อยู่ในวงการยาวนาน แถมตอนนี้ยังมีงานตลอดๆ โดยดิลก ทองวัฒนา มาเปิดใจในรายการ คุยแซ่บ show ทางช่องวัน 31 ว่า ช่วงนี้มีละคร 5 เรื่อง จึงต้องทำงาน 7 วันต่อสัปดาห์ ซึ่งถ้าจะว่าไปดูเหมือนจะมีงานมากกว่าตอนเล่นเป็นพระเอกด้วย

“ในแง่ของปริมาณงานน่าจะมากกว่า เพราะพระเอกจะรับงานได้เรื่อง สองเรื่อง แต่พอมาเป็นดาราสนับสนุน มาเป็นพ่อ มันก็ไม่ใช่เราทุกวันแล้ว เราก็สามารถซอยวันได้ ถ้าถามอันไหนดีกว่า พ่อดีกว่า”

อย่างไรก็ดีกว่ากว่าถึงวันนีัก็ผ่านอะไรมาหลายอย่าง

ทั้งนี้ดิลกบอกว่าก่อนหน้านั้นเขาอาศัยอยู่ในบ้านเช่ามาตลอด กระทั่งตัดสินใจจะแต่งงานจึงรวมเงินซื้อบ้านหลังแรกเป็นเรือนหอ แต่สุดท้ายเมื่อเลิกรากันก็ยกทรัพย์สินให้อีกฝ่ายหมด

เล่าอีกว่าตอนนั้นเขายังมีสถานะเป็นพระเอก ไปไหนใครๆก็รู้จัก แต่เมื่อไม่มีเงิน ชีวิตก็เริ่มมีปัญหา

“มันไม่สมดุลกับชีวิตในเวลานั้น ชีวิตพระเอก การมีชื่อเสียง การอยู่ในวงการ ไปที่ไหนคนก็รู้จัก มันก็มีความสุขดีถ้ามีเงินในกระเป๋า แต่ถ้าความไม่สมดุลเกิดขึ้น คือเงินไม่มี แต่ความดังยังเกิดขึ้นอยู่ชีวิตมีปัญหา”

“ชีวิตเหมือนไม่มีทางไป แล้วก็ไม่มีความเชื่อเหลืออยู่ว่าจะกลับมายืนที่เดิมได้แล้ว การสูญเสียครั้งนั้นเป็นการสูญเสียที่เข้ามาหลายอย่างที่ต้องรับมือ สูญเสียชีวิตคู่ สูญเสียเรื่องงานช่วงที่ดีที่สุดกำลังจะจบไป แล้วชีวิตทรัพย์สินก็มีปัญหา เงินทองก็มีปัญหา”

บอกอีกว่าตอนรู้สึกท้อก็คิดโทษหลายๆอย่าง

“มันหาตัวเองไม่ได้ ได้แต่โทษสิ่งแวดล้อม โทษคู่ โทษไปมันก็ไม่มีประโยชน์ เลยได้จุดและได้สติ หลังจากผ่านไปปีกว่าๆ ซึ่งปีกว่าๆ ที่ผ่านไปอยู่กับน้ำตาทุกวัน บางทีร้องไห้ไม่มีสาเหตุ บางทีเราตั้งคำถามผิด ชีวิตมันก็ผิดเลย”

เมื่อพิธีกรถามว่า เคยถึงขั้นคิดจะไปจากโลกใบนี้ไปเลยไหม เขาก็ยอมรับว่าเคยคิด

“คนเราเวลาสุขคู่กับทุกข์ มันอยู่กับตัวเราตลอด ในช่วงเวลานั้นที่ทุกข์มากๆ ถึงขนาดจะไปเลยก็มี แต่เป็นแค่ความคิด ในที่สุดแล้วเรายังมีแม่ มีครอบครัว เราก็ต้องมองอีกด้าน มองตัวเองมากขึ้น หาวิธีแก้ปัญหา ต้องสู้”

กระทั่งมีผู้หญิงคนหนึ่งเข้ามาในชีวิต มาเป็นภรรยาและชวนให้ไปทำงานขายประกัน

“ตอนนั้นเราไม่มีต้นทุนอะไรมากมายเลยคิดว่าไปทำอะไรก็ได้ที่ใช้ความพยายาม ใช้ความทุ่มเท”

นักแสดงคนดังยังบอกด้วยว่าตอนแรกเขาไม่ยอมรับในอาชีพดังกล่าวเท่าไหร่ แต่วันหนึ่งก็คิดได้ว่าคนเราเกิดมาเพื่อทำงาน งานอะไรก็ได้ที่สุจริต แต่กระนั้นพอทำเข้าจริงๆ ก็เคยถึงขั้นร้องไห้เพราะสงสารตัวเอง ด้วยครั้งหนึ่งระหว่างอธิบายข้อมูลประกอบการขาย ลูกค้าได้ขอตัวไปเข้าห้องน้ำ ก่อนออกมาพร้อมยื่นกระดาษที่มีข้อความว่า “อธิบายเสร็จออกจากบ้านไปด้วย เราไม่ซื้อ”

“รับมาแล้วไปอ่านในห้องน้ำ แล้วน้ำตาก็อยู่ในนั้น มันเป็นความรู้สึกสงสารตัวเอง”

เมื่อพิธีกรถามว่าจุดนั่นเป็นจุดที่ต่ำสุดของชีวิตไหม เจ้าตัวก็บอก “ถึงวันนี้ ผ่านจุดนั้นมาได้ ก็น่าจะเป็นจุดที่ยากลำบากในการที่จะพยุงตัวเอง”

เขายังยอมรับด้วยว่าในช่วงที่ผ่านมายังเคยอยู่ในจุดที่เขากับภรรยามีเงินติดตัวเพียง 27 บาท แต่นั่นก็เป็นเพราะหลังทำงานได้สักระยะก็ตัดสินใจนำเงินไปดาวน์บ้าน ด้วยความคิดว่าจะต้องมีหลักให้ชีวิต

“แล้วเดือนต่อไปจะเจออะไรก็ต้องสู้กันไป”

สู้จนกลับมามีวันนี้.

ฟังรายละเอียดเต็มๆจากคลิปนี้

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ดีลเลอร์ระบายสต็อกให้ซัพดาวน์-ได้เงินทอนห่วงดีมานด์เทียมสินเชื่อรถเพิ่ม เชื่อแบงก์ชาติอาจออกมาตรการคุม
บทความถัดไป‘เอ๋ ชนม์สวัสดิ์’ อวย ‘บิ๊กตู่’ นโยบายดี ยันต้องหนุน อยู่ต่อ ขอเทงบลง “สมุทรปราการ”