“ยากอย่างเดียวคือขี่ม้า” นี่ออม สุชาร์ มานะยิ่ง บอกกึ่งๆโอด ถึงการรับบทเป็น ‘นวียา’ นักกีฬาขี่ม้าผู้จับผลัดจับผลูมาเป็นพี่เลี้ยงเด็ก ในละคร ‘รักพลิกล็อค’ ที่กำลังออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 3
“มันยากจริงๆ” ออมพูดซ้ำ เหมือนจะยืนยันความรู้สึก
ก่อนให้เหตุผลว่า นอกจากจะเพราะความกลัวอันเป็นนิสัย ที่ “กลัวทุกอย่าง กลัวเล็กๆน้อยๆ กลัวกว่าคนปกติ” จน “อะไรที่เสี่ยงจะไม่ทำเลย” แล้ว ในฉากขี่ม้าที่ว่ายังต้องแอ็คติ้งควบคู่ไป ความกังวลเลยเพิ่มขึ้นโดยปริยาย
ออมซึ่งโดยปกติไม่กล้าแม้กระทั่งเล่นเครื่องเล่นหวาดเสียวในสวนสนุกเล่าอีกว่า ตอนที่รู้ตัวว่าต้องมีฉากดังกล่าว เธอได้ไปเจรจากับผู้จัด ติ๊ก กัญญารัตน์ จิรรัชกิจ ขอให้มีการเปลี่ยนแปลง หากก็ได้รับกำลังใจและความเชื่อมั่นว่า ‘ต้องทำได้แน่’ จึงเกิดแรงฮึด และตัดสินใจไปเรียน
“สรุปคือเราต้องเรียนเยอะมาก คนทั่วบางคนเรียนแค่ 10 แต่เราต้องเรียน 20 เพราะเราต้องผ่านความกลัวของเราก่อน”
แล้วก็ออกมาอย่างที่เห็น

กับละครเรื่องนี้ที่แพร่ภาพอยู่ทุกวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ หลังข่าวภาคค่ำ ช่อง 3 ออมว่ามีหลายฉากที่เธอชอบมาก หากที่ชอบที่สุดคือฉากจบของเรื่อง ซึ่งอย่าได้ถามว่าเป็นอย่างไร เพราะอยากให้ทุกคนรอดู
…
นักแสดงซึ่งหายหน้าหายตาจากวงการบันเทิงบ้านเราไปนานยังบอกด้วยว่า ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ส่วนใหญ่เธอใช้เวลาทำงานที่ประเทศจีน ถ่ายทำทั้งละครโทรทัศน์และภาพยนตร์ ซึ่งก็พยายามให้หลากหลาย ขณะเดียวกันก็เลือกจากบทที่อยากจะเล่น
“ออมชอบแนวสยองขวัญ สืบสวนสอบสวน และฆาตกรรม ถ้ามีแบบนี้มาอยากเล่นเลย” ว่าพลางยิ้ม
ส่วนแนวโรแมนติก คอมมิดี้ ที่เห็นรับบ่อยๆนะเหรอ เธอส่ายหน้าก่อนสารภาพว่าเอาเข้าจริงไม่ได้ชอบนะ
“โรแมนติกคอมมิดี้ออมเล่นได้ คือเซฟโซนเราอยู่แล้ว แต่สิ่งที่ชอบจริงๆคือชอบโหดๆ สัตว์ประหลาดตัวใหญ่ๆ”
ส่วนเรื่องให้บู๊เหรอ? นั่นก็เคย เธอบอก แถมเป็นการเล่นจริงเจ็บจริงกับหนังจีน ‘ไต้ห้าวจองเฉิง’ หรือ ‘รหัสจงรักภักดี’ ที่เธอรับบทเป็นตำรวจหญิง
“เล่นเป็นแบบจีจ้า (ญาณิณ วิสมิตะนันทน์) เลย” เล่าพลางหัวเราะ
ก่อนคำสารภาพจะตามมาว่า ในการถ่ายทำเรื่องนี้เธอถึงขั้นร้องไห้ น้ำตาแตกกลางกองถ่าย
“เพราะว่ามันเจ็บมาก เหลืองไปทั้งตัว คือมันช้ำ มันแดง มันเขียว จนกลายเป็นเหลือง ระบม เราไม่เคยเล่น ก็พลาดเยอะ เจ็บทุกข้อต่อ”
ถามว่าทำไมไม่เลือกใช้สแตนด์อิน คำตอบจากออมคือ นักแสดงแทนเหล่านั้น “คือเหล่าซือที่คอยสอนว่าต้องเล่นอย่างไร” แต่กระนั้นในการถ่ายทำก็จะใช้นักแสดงแทนแค่บางส่วน ด้วยในมุมภาพกว้างๆก็ต้องเป็นตัวเธอจริงๆ
“บางทีโดนเตะ เราก็เอาแขนกันนะ คือเขาต้องเตะจริงๆแล้วเท้าเขายาวตั้งแต่ศอกถึงนิ้วออมน่ะ อย่างไรก็ต้องโดนกระดูกอยู่ดี”
แต่งานก็คืองานละนะ ออมว่า

ในการไปทำงานที่นั่น ออมบอกว่าเอาเข้าจริงเธอไม่รู้หรอกว่าทำไมถึงได้รับความไว้วางใจจากผู้สร้างหลายๆบริษัท แต่ก็อาจเป็นไปได้ว่าคาแรคเตอร์ของเธอเป็นแบบที่ตลาดต้องการ
“เทรนด์ของฮ่องกง ไต้หวัน จีน ออมรู้สึกว่านางเอกเขาจะประมาณออม คือไม่ได้เพอร์เฟ็กต์มาก ต้องมีความเป็นสาวข้างบ้านที่รู้สึกว่าเขาเข้าถึง ตัวเล็กๆ หน้าประมาณนี้ เล่นโรแมนติคคอมมิดี้ประมาณนี้ จังหวะประมาณนี้”
งานจึงมีติดต่อมาตลอดๆ ทั้งๆที่เธอไม่ได้มีตัวแทนหรือเอเจนซี่ใดๆคอยรับงานให้ ใช้เพียงวิธีที่ว่าถ้าใครสนใจก็ให้ติดต่อเธอโดยตรง
“เมื่อก่อนเคยอยากมีเอเจนซี่นะ แต่ตอนนี้ไม่ค่อยแล้ว”
เหตุผลน่ะหรือ “ออมไม่อยากทำงานเยอะขนาดนั้น เพราะในปีนี้ออมคิดว่าเรื่องสุขภาพสำคัญที่สุด” นักแสดงในวัย 30 ปี ที่ระยะหลังมีอาการวูบจากสารเคมีในสมองไม่เท่ากัน จากการพักผ่อนน้อย บอก
“ทั้งยังว่าใครไม่เคยผ่านอะไรแบบนี้จะคิดไม่ได้”
เธอเอง “แต่ก่อนก็คิดไม่ได้”
หากต่อไป หลักที่เธอจะใช้ สิ่งที่เธอยึด คือ “ออมไม่ต้องมีเงินเยอะ ไม่ต้องมีงานเยอะก็ได้ แต่สุขภาพต้องดี”
นับตั้งแต่นี้เลย.

