นั่งรถไฟฟ้ามาหาหนังสือดี บุ๊ค เจอร์นี่ @ เอ็มอาร์ที คริสต์มาส เฟสท์

กิจกรรมลือลั่นส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ สำหรับนักเดินทางกับนักอ่าน ด้วยของขวัญแจกฟรีหนังสือดีถึง 40ปก 3,000 เล่ม โอ้โฮ – มีที่ไหน ต้องทำอะไรบ้าง

บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (BEM) ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT และบริษัท บางกอก เมโทร เนทเวิร์คส์ (BMN) ซึ่งบริหารพื้นที่ค้าปลีกในสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน ซึ่งเข้าใจถึงความสำคัญของหนังสือกับการเดินทาง ว่าเป็นเรื่องที่ไปด้วยกัน หรือเกิดอยู่คู่กัน จึงได้ชวนสำนักพิมพ์ มติชน ผู้ผลิตหนังสือคุณภาพ ทั้งระดับรางวัลและระดับขายดี ให้มาร่วมกันมอบความสุข(ที่จับต้องได้)แก่บรรดาผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าใต้ดิน
ด้วยกิจกรรม Book Journey @ MRT X’mas Fest ระหว่างวันที่ 24-25 ธันวาคมนี้ เวลา 15.00-20.00 น. ณ สถานีรถไฟฟ้า MRT สวนจตุจักร บริเวณทางออก 3

สถานที่ดังกล่าว จะถูกเนรมิตให้กลายเป็นดินแดนแห่งความสำราญของนักเดินทางและนักอ่านโดยเฉพาะ โดยปลูกต้นคริสต์มาสยักษ์ซึ่งมีรายชื่อหนังสือดี 40 ปก 3,000 เล่มแอบซ่อนอยู่ให้ค้นหา

เพียงแสดงบัตรโดยสาร MRT หรือเปิดโทรศัพท์มือถือที่มีกลัก(แอพพลิเคชั่น) Bangkok MRT พร้อมบัตรประชาชนเพื่อลงทะเบียนที่ตู้เฉพาะ และบอกเล่าความคิดอ่านที่มีต่อกิจกรรมนี้ ก็จะได้คูปองเพื่อมาจับของขวัญซึ่งเป็นบรรดาหนังสือดีดังกล่าว ว่าจะได้เล่มไหนไปอ่านต่อที่บ้าน

ไม่เพียงได้รับหนังสือเท่านั้น ที่ผู้โชคดีได้รับคือหนังสือซึ่งอยู่ในถุงผ้าออกแบบงดงามเพื่อการนี้เป็นพิเศษ พร้อมบัตรขอบคุณจากใจนักเขียน ซึ่งมาพร้อมที่คั่นหนังสือรวมกันอยู่ในถุง

ที่ทำได้มากกว่านั้น คือหากผู้ร่วมกิจกรรมนำของขวัญไปถ่ายรูปบริเวณใดก็ได้ภายในสถานีรถไฟฟ้า แล้วบันทึกลงสื่อสาธารณะเขียนถ้อยคำติด #BookJourney@MRT X’masFest ผู้สามารถใช้ถ้อยคำได้โดนใจผู้จัดที่สุด 3 คน ยังจะได้รับรางวัลพิเศษไปปลื้มเปรมอีกต่างหาก

โดย 3 นามดังกล่าว จะประกาศให้รู้ทั่วกันในวันที่ 4 มกราคม 2562

ดังนั้น เตรียมบัตรโดยสารเดินทางให้พร้อม เนื่องจากหนังสือที่คัดสรรมาเป็นของขวัญแก่ผู้สัญจรคราวนี้ ล้วนแล้วแต่เชิญชวนให้บรรดานักอ่านน้ำลายสอด้วยความหิวโหยด้วยกันทั้งสิ้น

ลองทัศนาดู

เริ่มด้วยประเภทอ่านเอาเรื่องก่อน ประวัติศาสตร์ไทยร่วมสมัย  โดย คริส เบเกอร์ กับ ผาสุก พงษ์ไพจิตร สองนักประวัติศาสตร์กับนักเศรษฐศาสตร์การเมือง เขียนขึ้นเป็นภาษาอังกฤษก่อนภาษาไทย พิมพ์โดยสำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ เพื่อมหาวิทยาลัยกับนักการเมืองทั่วโลกได้ใช้ศึกษา ถือเป็นประวัติศาสตร์ไทยฉบับล่าซึ่งทันสมัยที่สุดที่สื่อต่างชาติหลายสำนักนิยมยกย่อง

เป็นงานที่ผ่านการค้นคว้าและวิเคราะห์มานานหลายทศวรรษ จนได้เรื่องราวซึ่งเป็นมาตรฐานการเรียนรู้ที่ยอมรับกันทั่วไป จนได้แปลเป็นภาษาไทยให้ได้รู้จักตัวเองจากข้อมูลหลักฐานที่อ่านใหม่ด้วยสายตาอันกว้างขวาง

ได้เล่มนี้ไปก็เพลินแล้ว อย่างน้อยๆก็ใช้ไปได้สองชั่วอายุคน

บันทึกการเดินทางของอองรี มูโอต์ ในสยาม กัมพูชา ลาว และอินโดจีนตอนกลางส่วนอื่นๆ แปลจากภาษาฝรั่งเศสโดย กรรณิกา จรรย์แสง ปกแข็งเปี่ยมคุณค่าอีกเล่ม ที่คนอ่านกันมาแล้วตั้งแต่ยุคอาณานิคม แต่คนไทยไม่อ่านให้เข้าใจและเห็นภาพกันสักที ทั้งๆมูโอต์ผู้ได้เข้าเฝ้ารัชกาลที่ ๔ เขียนภาพไว้ให้คนรุ่นหลังอย่างเราๆได้รู้ ควรจะเป็นหนังสือในกระบวนการเรียนการสอนในโรงเรียนอีกเล่มด้วยซ้ำ เพราะคนต่างชาติรู้จักเรา แต่เรายังไม่รู้จักตัวเอง

หนังสือซึ่งให้ภาพอินโดจีน สยาม อีสาน เมื่อศตวรรษก่อนไว้ชัดเจน นำนครวัดนครธมออกสู่โลกภายนอก และทำให้โลกได้รู้จักเวนิสตะวันออกมานานช้า ขณะวันนี้ *เซอร์ อเล็กซ์ เฟอรกูสัน* ยังนึกว่าไทยคือไต้หวันอยู่


กองเรือหาคู่ จากเมืองฝรั่งขึ้นฝั่งที่อินเดีย เรื่องจริงจากประวัติศาตร์ที่ไม่ผ่านการรับรู้ สุภัตรา ภูมิประภาส แปลจากงานของ แอน เดอ คูร์ซี ที่กล่าวถึงการขยายอาณานิคมของอังกฤษจนถูกเรียกว่าเป็นดินแดนที่อาทิตย์ไม่ตกดิน เมื่อยึดครองอินเดียได้ จึงต้องการแรงงานความคิดมากมายตั้งแต่นายทหาร นักบริหาร วิศวกร ฯลฯ ไปทำงานด้วย จนสมดุลย์ของหญิงชายในอังกฤษ(ที่ผู้ชายซึ่งมีศักดิ์ฐานะจำนวนมากไปทำงานต่างแดน)ต้องเสียไป ขณะผู้ชายอังกฤษในอินเดียก็ขาดผู้หญิงที่มิใช่คนพื้นเมืองมาร่วมชีวิต

การลงเรือเดินทางเป็นกองเรือหาคู่จึงเกิดขึ้น กลายเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์พิศดารที่จะทำให้นักอ่านเห็นภาพสองสังคมสองด้านอย่างชัดเจน ทั้งวิถีวัฒนธรรมที่แตกต่าง และความคิดอ่านของผู้คนในยุคสมัยนั้น อ่านเพลิน

 

ยังมี นิโคลา เทสลา อัจฉริยะที่โลกไม่จำ เจ้าของระบบไฟฟ้ากระแสสลับที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ เพราะถูกเงาของโธมัส เอดิสันอดีตนายเก่าที่ไม่อยากให้ลูกน้องเด่นเกินครอบงำ โดยที่ความร้ายกาจของเอดิสันเอง มักไม่มีใครพูดถึง

นี่เพียงตัวอย่างหนังสืออ่านเอาเรื่องไม่กี่เล่ม ก็เห็นได้ว่า ของขวัญที่นำมามอบเป็นความสุขนั้นมิใช่ของขวัญพื้นๆธรรมดา ส่วนที่เป็นนิยายยิ่งน่าอ่านไม่แพ้กัน ดาร์ตาญังกับสามทหารเสือ งานเลื่องโลกของ อเล็กซองด์ ดูมาส์ นิยายซึ่งถูกสร้างเป็นภาพยนตร์มากที่สุดในโลก ยิ่งกว่าเรื่องใดๆ ปกแข็งงดงาม คนไทยอ่านมาร่วมศตวรรษแล้ว แต่จากภาษาอังกฤษที่ถ่ายจากฝรั่งเศสอีกที คราวนี้ วัลยา วิวัฒน์ศร แปลจากฝรั่งเศสโดยตรง ดังนั้น ไม่ต้องสงสัยเรื่องรสชาติอันเข้มข้น เรื่องของสามทหารเสือที่ตราตรึงจิตใจเด็กและผู้ใหญ่สยามมานาน เที่ยวนี้ปรากฏโฉมโดยละเอียดบรรจง ชนิดที่จำหลักบนหิ้งหนังสือประจำบ้านไปได้แสนนานทีเดียว

รุกสยามในนามของพระเจ้า นิยายแปลอีกเล่มของ มอร์กาน สปอร์แตส เล่มโตที่พิมพ์ถึง ๖ ครั้งแล้ว มากับปกใหม่งามงด ถ่ายทอดเนื้อหาสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ ๑๔ ส่งราชทูตลา ลูแบร์และบาทหวง กีย์ ตาชาร์ดมาถึงราชสำนักพระนารายณ์ ในกาลที่พระยาวิไชเยนทร์กำลังลดน้อยถอยอำนาจ การประลองกำลังเพื่อผลประโยชน์นานาประการของคนนอก และการรอคอยเป็นผู้ช่วงชิงของคนใน จึงเกิดระลอกขึ้นทั้งคลื่นใต้น้ำและเหนือน้ำ

การค้นคว้าของสปอร์แตสเปี่ยมกลเม็ด วิธีเขียนอย่างแยบคายที่สอดซ่อนความคิดอ่านไว้ระหว่างบรรทัด ทำให้นักอ่านเคี้ยวเอื้องได้เพลิดเพลิน นอกเหนือการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ตัวเอง กรรณิกา จรรย์แสง แปลคุณภาพอีกเล่ม

ยังมีนิยายรางวัลดับเบิลซีไรท์ของ วีระพร นิติประภา ทั้ง ไส้เดือนตาบอดในเขาวงกต กับ พุทธศักราชอัสดงกับทรงจำของทรงจำของแมวกุหลาบดำ อีกสองเล่มให้สอย บอกให้รู้ว่าไม่ใช่เอาหนังสืออะไรก็ได้มาแจกให้ฟรีๆ

สิ้นแสงฉาน ที่ มนันยา แปลจากงานของ อิงเง่ ซาร์เจนท์ เรื่องเจ้าฟ้ารัฐฉานที่ต่อสู้เพื่อเป็นอิสระและเพื่อเป็นสหพันธรัฐในแผ่นดินพม่า แต่ไม่อาจทัดทานอำนาจมืด ต้องจากครอบครัวและลูกเมียจากภริยาชาวออสเตรียไป นิยายซึ่งกลายเป็นหนังสะเทือนใจที่ไม่ได้ฉายในเมืองไทย เพราะให้ภาพพม่ากับนายพลเนวินที่ตรงไปตรงมาหรือไรไม่รู้ได้ พิมพ์ถึงสิบกว่าครั้งแล้ว บอกความสนใจของผู้คนและนักอ่านได้เป็นอย่างดี
ยังมีหนังสือชั้นเยี่ยมอีกมากมายเช่น ไอ แอม มาลาล่า เด็กหญิงวัย ๑๖ ชาวปากีสถานที่ถูกยิงเพราะอยากเรียนหนังสือ จนได้รับรางวัลโนเบล โดย สหชน สากลทรรศน์ นิยายชั้นยอดของนักเขียนรางวัลโนเบล

ออร์ฮาน ปามุก เรื่อง เดอะ มิวเซียม ออฟ อินโนเซนซ์ แปลโดย นพมาส แววหงส์ หรือนิยายยอดแสบจากเรื่องจริงเปิดโปงระบบรัฐการจีน อย่าเรียกฉันว่านังแพศยา แปลโดย ศุณิษา เทพธารากุลการ หยิบแล้ววางไม่ลง

หนังสือสารคดีทางธุรกิจจากจีนและญี่ปุ่นอีกหลายเล่ม งานโด่งดังของ หนุ่มเมืองจันท์ สารพัดจะมาเป็นของขวัญให้หยิบฉวยไปง่ายๆ
นักเดินทางด้วยรถไฟฟ้าใต้ดินเตรียมตัวให้พร้อม หนังสือดีมีคุณค่ารออยู่แล้ว.

พยาธิ เยิรสมุด

บทความก่อนหน้านี้“เพื่อชาติ-ประชาธิปัตย์” ซัดรัฐบาลแจกป่าเอื้อนายทุน หนุนตีกรอบแค่มติ ครม. 30 มิ.ย.41 เชื่อลากยาวถึงปี 57 หวังผลเลือกตั้ง
บทความถัดไป‘สมฤทธิ์’ ลั่น ขอปกป้องวัฒนา-โบว์ ชี้ละเมิดสิทธิ เชื่อเป็นแผนสกปรก