‘แอน อังคณา’ รักษาหุ่นจนขาดสารอาหาร เผยช่วงชีวิตตกต่ำขายสมบัติ-เหลือเงินติดตัว 20 บาท

28.12.18 | 13:50 น.

ต้องพักรักษาตัวมาพักใหญ่ สำหรับ แอน อังคณา ทิมดี เพราะป่วยหนักด้วยโรคขาดสารอาหาร จนเกือบสิ้นชื่อเสียชีวิตเลยทีเดียว โดยล่าสุด แอน ได้มาเปิดใจผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ทางช่อง วัน31 ถึงอาหารป่วยว่าตอนนี้ดีขึ้นแล้ว แต่ก็ยังไม่เรียกว่า 100 เปอร์เซ็นต์

“อ้วนขึ้นนิดนึงค่ะ ก็พยายามกินแป้งให้เยอะ ช่วงนี้ก็ยังไปตรวจเลือดอยู่ค่ะ แต่ว่าทุกอย่างมันก็ต้องใช้เวลา เพราะว่าเท้ามันก็ยังชาอยู่นิดหน่อยค่ะ”

ส่วนสาเหตุที่ทำให้ป่วยเป็นโรคขาดสารอาหารด้วย แอน ก็ได้เล่าว่า เป็นการที่ไม่ทานแป้งมากว่า 20 ปี

“ด้วยความที่เรารักษาหุ่น กลัวอ้วนค่ะ”

“แต่ว่าพอเราอายุมากขึ้นแล้วเนี่ย เราต้องเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน จะขาดคาร์โบไฮเดรตไม่ได้ มันเป็นสิ่งจำเป็นมากค่ะ อันนี้คือเจอมากับตัวเลยนะค่ะ ที่เป็นแบบนี้เพราะเราขาดแป้งนั่นเอง”

Advertisement

ก่อนจะเล่าต่อว่า เป็นคนที่ทานข้าววันละมื้อเดียว แม้ว่าจะเป็นคนที่ออกกำลังกายแล้วดูแลตัวเองอย่างมาก แต่พออายุมากขึ้นก็ต้องปรับเปลี่ยน

“แต่ทุกวันนี้กลับมาทานข้าวแล้วนะคะ แต่ก็ยังกลัวอ้วนเหมือนเดิม ก็ต้องพยายามกิน ให้เยอะ เพราะร่างกายอาจจะไม่ไหว เราก็ต้องดูแลตัวเองให้มากขึ้น”

ย้อนกลับไปก่อนที่จะไปหาหมอ สภาพตอนนั้น แอนบอกว่าหนักถึงขั้นเดินไม่ได้ ต้องคลานเข้าห้องน้ำ น้ำหนักลงมาเหลือแค่ 42 กิโล

“ต้องใช้ชีวิตแบบคลานอย่างเดียวเลยเพราะขาไม่มีแรง แล้วมีเลือดอยู่ในตัวแค่ 15 เปอร์เซ็นต์”

“ตอนนั้นเราปล่อยชีวิตตัวเองเลย รู้สึกเฟลแบบทุกอย่าง ไม่สนใจแล้ว ถ้าจะตายก็ตายไป แต่ไม่เคยคิดฆ่าตัวตายนะคะ เป็นโรคซึมเศร้าด้วย ไม่ออกไปไหนเลยอยู่แต่ในห้อง เป็นแบบนั้นอยู่ประมาณ 3 ปีได้มั้ง คือมันไม่อยากเจอใคร ไม่อยากเจอผู้คน ไม่อยากอะไรเลย”

ตอนนั้นมีงานเป็นพรีเซ็นเตอร์โฆษณาหลายตัวมาก ก็โดนตัดออกหมดเลย ลงทุนทําอาหารเสริมอะไรก็เจ๊งหมดทุกอย่าง

“เราก็คิดว่าทำไมชีวิตเราเป็นแบบนี้ ก็เครียดมากค่ะ”

“ช่วงแรกๆก็จะมีสมบัติไว้เยอะเพราะว่าก่อนหน้านี้เราทำงาน ก็เก็บสะสมไว้ พอช่วงที่เราตก เราก็เอาสมบัติพวกนี้ล่ะค่ะมาขายเพื่อนบ้างอะไรบ้าง เพื่อที่จะแลกเป็นเงินมาใช้จ่าย เพราะเราเป็นหัวหน้าครอบครัวด้วย มีภาระเยอะ แต่หลังๆก็เริ่มทยอยใช้จนหมด จนเหลือติดตัวแค่ 20 บาทค่ะ แล้วที่บ้านก็โดนตัดน้ำ ตัดไฟ แต่โชคดีที่เรายังมีเพื่อนที่ดีหลายคน พอให้เราได้หยิบยืม ช่วยเหลือบ้าง”

“ตอนนั้นก็คิดว่าถ้าเกิดวันนึงเราดีขึ้น แล้วเรามีเราก็จะใช้ให้ มีเพื่อนหลายคนค่ะที่ช่วยเหลือเรานะ ทุกวันนี้ก็ใช้หนี้หมดแล้วนะคะ”