เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 3 ม.ค. พ.ต.ท.เอนก ไชยวงศ์ รอง ผกก.สส. สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ พร้อมด้วย พ.ต.ท.ธงชัย บัวเงิน พนักงานสอบสวน สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ เข้าตรวจสอบจุดเกิดอุบัติเหตุ บนถนนเลียบคลองชลประทาน บริเวณแยกสิบสองปันนา ต.สุเทพ อ.เมืองเชียงใหม่ โดยใช้เวลานานกว่า 30 นาที
ซึ่ง พ.ต.ท.ธงชัย ระบุว่า จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด และลงพื้นที่จุดเกิดเหตุ เพื่อให้ความเป็นธรรมกับคู่กรณีทั้ง 2 ฝ่ายพบว่า จากการตรวจสอบเส้นแบ่งการจราจร ถนนคันคลองชลประทาน (ขาออกเมือง) จุดเกิดเหตุมีสัญญานไฟ ถนนมี 3 ช่องทาง โดย 2 ช่องทางแรก ช่องซ้ายสุดให้รถวิ่งไปทางตรง ช่องกลางเป็นช่องที่รถสามารถไปทางตรงและเลี้ยวขวาได้ และช่องขวาริมสุดเป็นช่องที่ใช้สำหรับกลับรถหรือยูเทิร์น โดยมีเครื่องหมายการตีเส้นจราจรสีขาวแบ่งไว้ชัดเจน
“จากภาพของกล้องวงจรปิดช่องทางการเดินรถของคู่กรณีทั้ง 2 คัน พบว่า รถยนต์ฮอนด้า ซีอาร์วี ขับมาตรงช่องทางถูกต้อง และสามารถขับเลี้ยวขวาได้ ไม่ได้ทำผิดกฎจราจร ส่วนรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า วีออส หมายเลขทะเบียน สศ 9790 กรุงเทพมหานคร ขับโดย น.ส.วิจิตรา ปุกบุญเรือง อายุ 25 ปี อยู่ช่องขวา ซึ่งเป็นช่องที่ใช้สำหรับยูเทิร์นเท่านั้น แต่ปรากฏว่า น.ส.วิจิตรา กลับขับไปทางตรงไม่ได้ยูเทิร์น กระทั่งเกิดอุบัติเหตุชนกับรถฮอนด้า ซีอาร์วี ซึ่งทางตำรวจจะรวบรวมพยานหลักฐานและเรียกตัว น.ส.วิจิตรา มารับทราบข้อกล่าวหาในฐานความผิดขับขี่รถยนต์โดยประมาท เป็นเหตุทำให้เฉี่ยวชนผู้อื่นถึงแก่ความตาย และทรัพย์สินเสียหาย”พ.ต.ท.ธงชัย
พ.ต.ท.ธงชัย กล่าวอีกว่า ส่วนข้อสงสัยที่ว่า หากรถฮอนด้า ซีอาร์วี ไม่ได้เปิดไฟเลี้ยวขวาจะมีความผิดหรือไม่นั้น คงต้องขอดูคลิปให้ชัดเจนอีกครั้ง เนื่องจากเป็นรถวิ่งทางเดียวหากไม่เปิดไฟเลี้ยว ก็เป็นการกระทำผิดกฎจราจรเรื่องการไม่เปิดให้สัญญาณไฟเท่านั้น แต่ในส่วนของรถยนต์เก๋งโตโยต้า วีออส ที่อยู่เลนขวาสุด กระทำผิดกฎหมายชัดเจนในเรื่องของ พ.ร.บ.จราจร
ต่อมาเมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 3 มกราคม 2562 พ.ต.ท.เอนก ไชยวงศ์ รอง ผกก. สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ในฐานะหัวหน้างานสอบสวนเผยกรณีรถยนต์นั่งฮอนด้า CRV สีบอนซ์เทา ทะเบียน ฌห 3963 กรุงเทพมหานคร ชนกับเก๋งโตโยต้า วีออส สีดำ ทะเบียน สศ 9790 กรุงเทพมหานคร เป็นเหตุให้รถยนต์ฮอนด้า CRV เสียหลักชนราวตกลงไปในคลองชลประทาน ปากทางเข้าวัดอุโมงค์ เป็นเหตุให้นายจตุภัทร เข็มนาค หรือเซนติเมตร พิธีกร “ล้นตู้” และนายศุภกิจ เกิดช้ำ หรือโจ้ ผู้จัดการเน็กทูนอร์มอล ร้านมัลแบรนด์ในเครือเซ็นทรัลมาร์เก็ตติ้งกรุ๊ป ซึ่งนั่งมาด้วย เสียชีวิตทั้ง 2ราย ว่า ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุแล้ว เพื่อดูป้าย และเครืองหมายบังคับ ที่ติดข้างทางและบนผิวถนนตามลูกศรีชี้ ตามพระราชบัญญัติจราจร ว่า
ผู้ขับรถยนต์ทั้ง 2 ราย ปฏิบัติตามกฏจราจรหรือไม่ พร้อมถ่ายรูป บันทึกวีดีโอ และเก็บหลักฐานจากกล้องวงจรปิด หรือซีซีทีวี บริเวณทีเกิดเหตุ เพื่อประกอบสำนวนคดีดังกล่าว โดยใช้เวลากว่า 30 นาทีแล้วเสร็จ
พ.ต.ท.เอนก กล่าวว่า เบื้องต้นจากหลักฐานทางกายภาพ และกล้องวงจรปิด พบว่า รถยนต์ CRVขับมาช่องตรงกลาง และเป็นช่องทางที่ถูกต้อง สามารถเลี้ยวขาวได้ ไม่ผิดกฏจราจร แต่รถยนต์ วีออส ที่ขับโดย น.ส.วิจิตรา ปุกบุญเรือง อายุ 25 ปีซึ่งขับมาทางช่องขวาสุด ซึ่งเป็นช่องที่ใช้สำหรับเลี้ยวกลับหรือยูเทิร์น เพื่อ
มุ่งหน้าไปยังมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) กลับขับรถพุ่งไปข้างหน้า ไม่ได้ ยูเทิร์นแต่อย่างใด เป็นเหตุให้พุ่งชนรถยนต์ CRV จนเสียหลักตกลงคลองชลประทาน ทำให้มีผู้เสียชีวิตดังกล่าว
ต่อมา พนักงานสอบสวน ได้เรียก น.ส.วิจิตรา มาสอบปากคำแล้ว โดยบอกรายละเอียดถึงเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งคู่กรณีนายจตุภัทร ได้ให้ความร่วมมือเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี ซึ่งก่อนหน้านั้น เจ้าหน้าที่ได้นำตัว น.ส.วิจิตรา ไปตรวจวัดแอลกอฮอล์แล้ว ก็ไม่พบปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกายอย่างใดโดยใช้เวลาสอบปากคำกว่า 2 ชั่วโมง ก่อนแจ้ง น.ส.วิจิตรา เพื่อรับทราบกล่าวหา ในฐานความผิดขับรถยนต์โดยประมาท เป็นเหตุทำให้เฉี่ยวชนผู้อื่นถึงแก่ความตาย และทรัพย์สินเสียหายตามลำดับ
พ.ต.ท.เอนก กล่าวว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวน กำลังรอผลชันสูตรศพจากแพทย์นิติเวช โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่อยู่ และรอญาติผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย มาให้ปากคำ เพื่อประกอบสำนวนคดีดังกล่าว อาจใช้เวลาหน่อยเพราะญาติผู้เสียชีวิตอยู่ไกล ซึ่งอยู่ในช่วงที่ญาตินำศพผู้เสียชีวิตไปบำเพ็ญกุศลที่ภูมิลำเนา แต่คดีดังกล่าวไม่ได้ซับซ้อนอะไร คาดสรุปสำนวนคดีตามกรอบเวลาที่กฏหมายกำหนด

