39 ปีที่ไม่ได้มีแค่ ‘เชิญยิ้ม’ แต่หยาดน้ำตาและความทุกข์ยากก็เจือปนอยู่

แม้จะใช้ชื่อคณะว่า เชิญยิ้ม แถมหลักๆ ของงานที่ทำคือการเล่นตลก สร้างเสียงหัวเราะ หากเอาเข้าจริง เป็ด ธัญญา โพธิ์วิจิตร และ โน้ต บำเรอ ผ่องอินทรีย์ 2 ใน 3 ผู้ก่อตั้งคณะตลกวงดังของประเทศ บอกตรงกันว่า ความจริงสิ่งที่พวกเขาพบไม่ได้เป็นอย่างในชื่อเท่านั้น เพราะกว่าจะมาถึงวันนี้ มีอะไรหลายๆ อย่างซ่อนอยู่ใต้รอยยิ้มที่ว่า

คณะตลกเชิญยิ้มก่อตั้งมาในปี 2523 โดยนอกจากเป็ดและโน้ตแล้ว ยังมี สีหนุ่ม บุญธรรม ฮวดกระโทก ที่ร่วมฝ่าฟัน ก่อนจะประสบความสำเร็จ และแตกหน่อออกไปอีกมากมาย

“หลายสิบปีที่เราอยู่บนถนนบันเทิง เราได้สร้างเสียงหัวเราะและสร้างคนบันเทิงมาหลายเจเนอเรชั่น มีลูก หลาน เหลน โหลน อยู่ในวงการเยอะมาก มีนามสกุลเชิญยิ้มอยู่ในทีวีหลายๆ ช่อง” เป็ด เชิญยิ้มบอก แล้วว่าถ้านับรวมกัน ถึงปัจจุบันก็มีคนใช้เชิญยิ้ม ต่อท้ายชื่ออยู่ราว 200 คน

และแม้จะยุบวงเลิกคณะไป แต่เป็ดก็ว่าการที่คณะตลกคณะหนึ่งจะมีอายุถึง 39 ปีย่อมไม่ใช่เรื่องง่าย

“ผมมองเชิญยิ้มเป็นเหมือนองค์กร เป็นสถาบันและครอบครัวที่ใหญ่ครอบครัวหนึ่ง เราน่าจะเก็บความทรงจำเหล่านี้ไว้ให้คนรุ่นหลังได้ดู”

“น่าจะทำคำว่าเชิญยิ้มให้เป็นอนุสรณ์ไว้หน่อยไหม ว่าเส้นทางมาอย่างไร ทำไมถึงได้เดินมายาวนานขนาดนี้”

เล่าด้วยว่าไอเดียดังกล่าวเขาคุยกับโน้ตไว้ตั้งแต่ตอนที่สีหนุ่มยังไม่เสียชีวิต หากก็ยังไม่ได้ลงมือทำ กระทั่งสีหนุ่มจากไปจึงตัดสินใจว่า ต้องลงมือเสียที

“บอกโน้ตว่าไม่ได้แล้วนะ เหลือ 2 แล้วนะ และไม่รู้ว่าเราจะไปกันวันไหน”

ด้วยเหตุนี้โปรเจ็กต์ วาไรตี้คอนเสิร์ต 39 ปีเชิญยิ้ม จึงเกิดขึ้น โดยมี เด๋อ ดอกสะเดา และชาวเชิญยิ้มอีกมากมายเข้าร่วม ในวันที่ 1-3 มีนาคม 2562 ณ เวสต์เกต ฮอลล์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา เวสต์เกต

ที่อยู่ได้ยาว อยู่ได้นาน และอยู่มาได้อย่างดี เป็ดบอกว่า มีเหตุผลเดียวเท่านั้น คือเพราะ “คุณภาพของเชิญยิ้ม”

“สำหรับเรา คนดูคือพระเจ้า ถ้าไม่มีความซื่อสัตย์กับคนดู ความศรัทธาจะไม่บังเกิด เชิญยิ้มคงไม่สามารถอยู่ตรงนี้ได้ถ้าเราเป็นแค่ตัวตลกที่กะล่อนไปวันๆ ไม่มีสาระ สิ่งที่เราสร้างขึ้นมามันคือศิลปะที่พวกเราสร้างสรรค์ เราพยายามให้คนรู้ว่าเรามีคุณภาพ มีทั้งศาสตร์และศิลป์ ไม่ได้แค่สนุกไปวันๆ แต่เราจะทำงานให้คนรุ่นหลังเห็น ว่าเราศรัทธา”

“เชิญยิ้มไม่ได้เป็นแค่คนสร้างเสียงหัวเราะอย่างเดียว แต่คือผู้สร้างความประทับใจ สร้างศิลปะและวัฒนธรรมในการแสดงตลก สร้างคุณภาพ”

อีกหนึ่งในเชิญยิ้ม โย่ง พิเชษฐ์ เอี่ยมชาวนา ก็ว่า “ที่เรายืนอยู่ได้ เพราะเราต่างจากตลกคนอื่น เรามีศิลปะ สามารถทำอย่างอื่นได้นอกจากตลก เพลงพื้นบ้าน เพลงไทย สากล คนที่อยู่ในตระกูลเชิญยิ้มจะมีความสามารถแบบนั้นอยู่ เราก็เลยทำศิลปะของตลกให้มากกว่าความทะลึ่ง คำหยาบคาย เราพูดเสมอว่าถ้าเป็นตลกจากเชิญยิ้ม เราจะทำให้ดูกันได้ทั้งครอบครัว สมัยเล่นคาเฟ่ หัวค่ำถึงห้าทุ่ม เราจะเป็นมุขครอบครัว แต่ถ้าเกินตีหนึ่ง ใส่กันเละ นั่นคือระบบบริหารของตระกูล และทุกคนที่จะเข้ามาเป็นเชิญยิ้มต้องมาฝึกวิทยายุทธ์กับเราด้วย วิธีการเล่นอย่างไร นิสัยอย่างไร ให้เกียรติคนดูไหม เรื่องนี้สำคัญมาก เราต้องดูดี สะอาด”

“คือตลกเล่นให้ดูตลกได้ แต่ว่าเล่นให้คนรัก เล่นยากนะ”

“นี่คือจุดแข็งของเรา อยากให้คนดูรักเรา”

แต่ก่อนคนดูจะเห็น และรัก ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย

“เดินกันตั้งแต่ประตูน้ำถึงคลองตัน ยกมือไหว้เขาทุกคาเฟ่ของานทำ เขาไม่ให้ เดินจนร้องเท้าหลุดเลยกว่าจะมีวันนี้ โดนดูถูกดูแคลน”

ฟังแล้วเป็ดก็เสริมว่า “เส้นทางที่เราเดินมา มีทั้งสุข ทั้งทุกข์ ทั้งดีใจและเสียใจ มีทุกสิ่งทุกอย่าง ทั้งหัวเราะและร้องไห้”

ทั้งหมดนั้นเขากับโน้ตจะค่อยๆ ร้อยเรียงเรื่องราวมา

บอกเล่า ผ่านโชว์ที่มีทั้งละคร คอนเสิร์ต และอื่นๆ

“วันนี้ผมได้จดลิขสิทธิ์ทรัพย์สินทางปัญญาคำว่าเชิญยิ้มไว้แล้ว เป็นยี่ห้อ ต่อไปใครจะมาใช้มั่วไม่ได้แล้ว

“ต้องเก็บไว้เป็นคุณภาพของงาน เป็นศิลปะ ที่เราสร้างมาทั้งชีวิต”

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon