หน้าแรก บันเทิง วันที่ไม่เห็น...

วันที่ไม่เห็นท้องฟ้า ถูกโลกาภิวัตน์บดบัง

23.01.19 | 02:00 น.
(แฟ้มภาพ)

อยู่ๆม่านหมอกที่ปกครึ้มไปทั่วทั้งเมืองหลวง     ซึ่งหลายคนคิดแต่แรกว่าเป็นผลจากอากาศเย็นลงต้นปี     กลายเป็นผืนฝ้าฝุ่นละอองละเอียดที่ทำอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจของคนจำนวนมากได้อย่างรวดเร็ว     จนหน่วยงานรับผิดชอบต้องเร่งประกาศให้ประชาชนใช้หน้ากาก   ที่สามารถกรองอณูมลภาวะทางอากาศได้

เพียงสองสามวัน     หน้ากากอนามัยชนิด  N95  ซึ่งมีประสิทธิภาพในการกรองละอองฝุ่นเล็กละเอียดได้มาก     ก็ขาดตลาดไปง่ายดาย

แต่ทันทีนั้น     ก็มีผู้รู้รีบบอกวิธีแก้ไขเฉพาะหน้าให้     ว่าสามารถใช้หน้ากากอนามัยทั่วไปที่กรองได้มากหน่อย     รองด้วยกระดาษทิชชู่  2  ชั้น   ก็ช่วยลดปริมาณฝุ่นละเอียดลงได้ถึง  90.80  เปอร์เซนต์     ขณะที่  เอ็น 95   ลดมลภาวะกลางแจ้งได้  90.82  เปอร์เซนต์

ทำไมต้องใช้หน้ากากที่สามารถกรองฝุ่นพิษได้หมดจดที่สุด

เดอะ  สแตนดาร์ด.คอม   สำนักข่าวที่ให้ความรู้สร้างสรรค์นานาประเภทบอกว่า     ที่ต้องใช้หน้ากากชนิดพิเศษก็ด้วยเหตุที่ว่า  PM2.5  ซึ่งเป็นชื่อเรียกฝุ่นพิษขนาดเล็กที่กำลังปกคลุมเมืองหลวงอยู่ขณะนี้     ถูกองค์การอนามัยโลกระบุให้อยู่ในกลุ่มที่  1  ของสารก่อมะเร็งเมื่อปี 2556  มานี้เอง     เพราะเป็นเหตุให้ประชากรโลก  1 ใน  8  เสียชีวิตก่อนวัยอันควร

Advertisement

ซึ่งสำหรับประเทศไทย     ธนาคารโลกรายงานว่า     มีผู้เสียชีวิตจากมลภาวะทางอากาศก่อนวัยชรามากถึง  50.000  รายแล้ว

ไม่ใช่เรื่องปกติธรรมดาเลย

แล้วฝุ่น  PM2.5  นี่     เกิดขึ้นได้อย่างไร     หรือมาจากไหน

รายงานระบุว่า     เกิดจากการเผาสารพัดพืชและวัสดุในที่โล่ง     ปล่อยฝุ่นพิษนี้ออกมา  209,937  ตันค่อปี     เกิดจากการคมนาคมขนส่ง     ปล่อยออกมา  50,240  ตันต่อปี     เกิดจากการผลิตไฟฟ้า     ปล่อย  PM2.5  ออกมาประมาณ  31,793  ตันต่อปี     กระบวนอุตสาหกรรมปล่อยออกมาประมาณ  65,140  ตันต่อปี     นอกเหนือการรวมตัวของกาซต่างๆ     และอากาศที่หนาวเย็นลงกับความชื้นในบรรยากาศ     อาจทำให้ฝุ่นละอองสะสมมากขึ้น

จึงเห็นได้ว่า     การป้องปรามมิให้เกิดการเผาหญ้าหรือเผาป่ากันโดยไม่ตระหนักถึงพิษภัยนั้น     ก่ออันตรายกับสภาพแวดล้อมและสุขภาพชีวิตผู้คนขนาดไหน    จากปริมาณฝุ่นพิษที่ระบุไว้

จนมาถึงวันที่บางกอก   กรุงเทพมหานคร   ตกในสภาพเมืองสามหมอกโดยไม่ต้องเดินทางไกลไปชมถึงแม่ฮ่องสอน

จากนี้ไปก็ต้องลงแรงดูแลระมัดระวังตนเองและลูกหลาน     ติดตามว่าทางราชการจะหาทางแก้ไขสภาพที่เกิดขึ้นอย่างไร

สภาพดังกล่าวที่เกิดขึ้นนี้    ย่อมเป็นผลมาจากโลกาภิวัตน์ที่ส่งผลลักษณะหนึ่งจากการพัฒนาทางเศรษฐกิจซึ่งขยายตัวออกไปอย่างมาก     กระทั่งโอโซนในชั้นบรรยากาศโลกถึงกับทะลุเป็นรูโหว่มาแล้ว     เช่นเดียวกับการเกิดภาวะโลกร้อนที่กำลังกัดกร่อนสมดุลย์อุณหภูมิโลกอยู่ขณะนี้

ภาวะฝุ่นละอองเข้มข้นในอากาศช่วงนี้     ทำให้นึกถึงหนังสารคดีจีนซึ่งโด่งดังระดับนานาชาติเรื่องหนึ่ง     จากฝีมือ  ไช่จิง  อดีตนักข่าวโทรทํศน์สาวของสถานีโทรทัศน์จีนส่วนกลาง(ซีซีทีวี)     ที่ควักกระเป๋าตัวเองถึง  1  ล้านหยวน     ถ่ายทำหนังสารคดีเกี่ยวกับมลภาวะทางอากาศ     เพราะดาลใจมาจากทารกซึ่งเธอรับรู้แต่ยังไม่คลอดว่ามีเนื้องอก     เธอเชื่อว่านั่นเป็นผลมาจากสภาพอากาศที่เลวร้าย

หลังจากคลอดลูก     เธอจึงใช้เวลานับปี     ตระเวนสัมภาษณ์ผู้คนในแถบมณฑลที่ฝุ่นละอองขนาดเล็กปกคลุมจนหนาหนักเหมือนม่านหมอก

ครั้งหนึ่ง     เธอได้สัมภาษณ์เด็กหญิงวัย  6  ขวบ     ซึ่งอาศัยละแวกพื้นที่ทำเหมืองถ่านหินในมณฑลซานซี     อันเป็นสถานที่ที่รับรู้กันว่า     มีสภาพมลภาวะเลวร้ายที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

” หนูเคยมองเห็นดาวบ้างไหม ”  เธอถาม  ” ไม่เลยค่ะ ”

” หนูเคยมองเห็นท้องฟ้าสีฟ้าหรือเปล่า ”  เธอถามต่อไปอีก  ” หนูเคยเห็นแค่สีฟ้านิดเดียวเอง ”

” ถ้างั้น     หนูเคยเห็นเมฆสีขาวบ้างไหม ”  คำตอบก็ยังเหมือนเดิม  ” ไม่เคยเลยต่ะ ”

งาน  103  นาทีของเธอในชื่อ  “อันเดอร์  เดอะ  โดม”  สร้างกระแสผู้ชมได้กว้างขวางถึง  100  ล้านกว่าวิวเพียงแค่สองวันหลังเผยแพร่     ข้ารัฐการพากันแตกตื่น     มลภาวะทางอากาศกลายเป็นประเด็นสำคัญของทุกสำนักข่าวในจีนในปี 2558  ที่ผ่านมานี่เอง

การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า     อาจเกิดขึ้นได้ในหลายกรณี     แต่การป้องกันจากการประเมินสภาวะสังคมล่วงหน้า     ไม่ใช่ทำไม่ได้     เช่นการขนส่งมวลชนในเมืองใหญ่ๆที่รู้อยู่แล้วว่าต้องขยายตัว  เป็นต้น

การป้องกันสภาพแวดล้อมด้านนิเวศน์ของสังคม     ยิ่งเป็นเรื่องคาดการณ์หรือทำนายได้ไม่ยาก     เช่นหนังสารคดีจีนเรื่องนี้     ที่ผู้ผลิตลงลึกไปถึงความผิดพลาดของนโยบายพัฒนา     การไม่เอาใจใส่ติดตามสถานการณ์ของเจ้าหน้าที่     ยังการฉ้อราษฎร์บังหลวงที่เป็นมะเร็งร้ายของสังคม

ล้วนเป็นอุปสรรคใหญ่ของการอยู่อุ่นกินอิ่มตามอัตภาพของชาวบ้านทั้งสิ้น

ทั้งๆเจ้าหน้าที่รัฐและเจ้าหน้าที่การเมืองที่อาสาเข้ามาทำงาน     ต่างต้องรับผิดชอบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน

บางกอกจะถึงวันมองท้องฟ้าไม่เห็นฟ้าไปยาวนานหรือไม่     ในเมื่อไม่กี่วันมานี้ก็เริ่มมองหาไม่เห็นแล้ว

 

….

อารักษ์