“บทนี้มันต้องเป็นของเราให้ได้” “นาย-ณภัทร เสียงสมบุญ” เล่าให้เราฟังถึงการได้มารับบทบาท ปาล์ม สจ๊วตหนุ่มรูปหล่อในภาพยนตร์เรื่อง “Friend Zone ระวัง…สิ้นสุดทางเพื่อน” ของค่าย GDH 559 ที่กำลังลงโรงฉายอยู่ขณะนี้
ด้วยเพราะเพียงแค่อ่านบทไป 3 ฉากเท่านั้น ก็เต็มไปด้วยความรู้สึกว่าอยากเล่นเรื่องนี้ ซึ่งแม้จะเคยร่วมงานกับ “หมู-ชยนพ บุญประกอบ” ผู้กำกับการแสดงที่เขาคุ้นเคยตั้งแต่ร่วมงานภาพยนตร์ “พรจากฟ้า” แต่เมื่อถึงเวลาที่ต้องมาแคสต์เรื่องนี้ก็ยังทำให้รู้สึกว่า
“ตื่นเต้นมาก”
จนในที่สุดเมื่อรู้ว่าได้เล่นจริงๆ ก็ ดีใจมากที่ได้กลับมาทำงานกับครอบครัวนี้ ทุกคนเขาตั้งใจทำงานประณีตทุกรายละเอียด โดยเฉพาะงานเขียนบทภาพยนตร์ที่ใช้เวลานานนับปี
“แล้วบทมันน่ารักจริงๆ ชอบเล่นเลย โรแมนติกคอเมดี้ เวลาเล่นเราไม่เครียดด้วย”
นาย ณภัทร พูดว่า “รัก” ผลงานนี้เต็มปาก เพราะหลังจากการถ่ายทำเสร็จสิ้น เขารู้สึกเหมือน “อกหัก” ที่ไม่ได้กลับไปแสดงเรื่องนี้อีกแล้ว
“มันเหมือนเราไปเที่ยวที่ไหนแล้วเราไม่อยากกลับ มันจะเป็นอย่างนั้น”
ทั้งนี้นายบอกตัวละคร “ปาล์ม” มีทั้งความคล้าย “ผมรักเพื่อนมาก” และความต่างที่ “ตัวจริงผมเป็นคนคิดมาก คิดเป็นขั้นตอนเป็นระบบล่วงหน้า”
แต่สจ๊วตหนุ่มในเรื่องคิดอย่างไรแสดงออกอย่างนั้น “ใช้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผล”
สำหรับการร่วมงานกับ “ใบเฟิร์น-พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์” ผู้เป็น “กิ๊ง” เพื่อนสาวที่เขาในภาพยนตร์หลงรักมากกว่า 10 ปี ที่นายยอมรับตรงๆ ว่าครั้งแรกที่ได้รู้ว่าต้องมาร่วมงานด้วยนั้นถึงกับมีคำอุทานอยู่ภายในใจ ด้วยเพราะตนมองว่าอีกฝ่ายเป็นคนเก่ง เขาจึงตัดสินใจทำการบ้านหนักเป็น 2 เท่าทำความรู้จักกับตัวละครให้มากที่สุด
หากจะให้พูดถึงใบเฟิร์น นายก็บอกมาพร้อมรอยยิ้มว่า เก่ง มีวินัย เป็นเพื่อน คู่แสดง คู่คิดที่ดี
“ถ้าใครที่เคยร่วมงานกับจะสัมผัสได้เลยว่า เขาเป็นคนที่อารมณ์ดี มีรอยยิ้ม อยู่ตลอดเวลา”
และด้วยความเป็นคู่คิดที่ดีนั้นเองทำให้เขาและเธอแสดง “เพิ่ม” จากบทด้วยความสนุกตามธรรมชาติ
“ซีนที่เราพ่นน้ำใส่ใบเฟิร์น อันนั้นใบเฟิร์นไม่รู้ตัวนะ แต่พี่หมูบอกว่าพ่นไปเลย แล้วก็ออกมาตลกจริง”
ทั้งหมดทั้งมวลในการสนทนา นายย้ำเสมอว่า ปาล์มทำให้เขามีความสุข และคาแร็กเตอร์นี้จะติดตัวเขาตลอดไป
“ชีวิตจริงผมและปาล์มเหมือนเจอกันตรงกลาง ผมแฮปปี้มาก” และเมื่อเขา “สุข” สิ่งที่นายตั้งใจจะทำต่อไปคือการ สังเกตมวลความสุขของผู้ชมในโรงภาพยนตร์
“อยากเห็นความสุขที่เรามอบให้ผู้คนมากกว่าว่าออกจากโรงภาพยนตร์มาแล้วรู้สึกอย่างไร”
แม้เวลาที่โลดแล่นอยู่ในวงการบันเทิงของ นาย ณภัทร อาจจะยังน้อยถ้าเทียบกับพระเอกระดับแถวหน้าหลายคน ซึ่งเจ้าตัวได้เล่าว่า ก่อนก้าวเท้ามาวงการบันเทิงเต็มตัวเขาปฏิเสธงานไปไม่รู้เท่าไร จนนึกเสียดาย สุดท้ายจึงตัดสินใจไปแคสต์งานภาพยนตร์โฆษณาที่เขาบอกว่า
“น่าจะทำได้ดีกว่านี้”
จากนั้นเขาจึงตั้งใจพัฒนาฝีมือ “รู้ตัวอีกทีชอบการแสดงไปแล้ว” แต่กระนั้นก็ไม่ได้มองว่าอาชีพนักแสดงคือสิ่งที่เขาจะยึดติดไปตลอดชีวิตเพราะการทำงานตรงนี้ที่ต้องใช้รูปร่างหน้าตาเป็นส่วนสำคัญก็ย่อมมีวันหมดอายุในการใช้งาน
เพราะฉะนั้นเขาจึงมองการใช้ชีวิตในอนาคตที่จะนำเอาวิชาการออกแบบมาพัฒนาเพื่อหาเลี้ยงชีพต่อไป
ปัจจุบันนี้ของนาย ณภัทร ผู้ก้าวขึ้นมาเป็นต้นแบบในการดำเนินชีวิตของคนยุคใหม่ทั้งในเรื่องการดำเนินชีวิตและการช่วยเหลือสังคมนั้น บอกกับ “มติชน” ว่า เขามีความสุขหากจะมีคนมองตนในแง่นั้น “รู้สึกว่าเราจะทำให้เขาผิดหวังไม่ได้ มันกลายเป็นแรงผลักดันให้เราตั้งใจทำงานมากขึ้น”
ทั้งนี้เขายังใช้โอกาสจากการทำงานในวงการบันเทิงร่วมทำกิจกรรม CSR สังคมทั้ง ส่งเสริมเยาวชนที่สนใจกีฬากอล์ฟ, โครงการ ปฏิทิน นาย ณภัทร 2019 ช่วยเหลือ 7 โรงเรียนขาดแคลน และอีกหลายโครงการที่ทำเพื่อสังคม
“เรามีโอกาสมากกว่าคนอื่น เราทำงานตรงนี้ มีคนสนับสนุน จึงอยากคืนกลับต่อสังคมอยากเอาตรงนี้ไปเติมในสิ่งที่เราเคยได้มาตอนเด็ก เลยอยากให้กลับบ้าง”

