“ตอนแรกแค่คิดว่าเรื่องนี้สนุก รู้ว่าเนื้อหาค่อนข้างแรง แต่ไม่ได้คิดว่ากระแสจะแรงขนาดนี้” ฉอด-สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายธุรกิจ จีเอ็มเอ็ม แชนแนล ดิจิทัล ทีวี ผู้อยู่เบื้องหลังซีรีส์ คลับ ฟรายเดย์ ทู บี คอนทินิว ตอนเพื่อนรัก เพื่อนร้าย เปิดใจหลังพบความสำเร็จท่วมท้น

ชนิดที่ไม่เพียงแต่ทุกครั้งขณะซีรีส์เรื่องนี้แพร่ภาพ ไอจีส่วนตัว @djpchod ของเธอจะเต็มไปด้วยความเห็นจากคนดูที่ให้กันมาแบบสดๆ ในทุกเบรกโฆษณา
ไม่ต้องพูดถึงในเว็บไซต์ดังที่มีกระทู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ไม่รู้กี่กระทู้
แต่ที่ชัดเจนที่สุดคือ ซีรีส์เรื่องนี้ทำให้ฐานคนดูช่องจีเอ็มเอ็ม 25 ขยับขึ้นอย่างเห็นได้ชัด!!
อะไรคือปัจจัยแห่งความสำเร็จเหล่านั้น?
เรื่องนี้ถ้าให้ตอบแบบทุบโต๊ะ ไล่เรียงเป็นข้อๆ ฉอด สายทิพย์ บอกเลย “ตอบไม่ได้”
อ้าว,
“เพราะมันไม่มีสูตรสำเร็จรูป ไม่มีอะไรตายตัว” คือเหตุผล
“ถ้าถามถึงโครงสร้างของเพื่อนรักเพื่อนร้าย ก็ไม่มีอะไรแตกต่างจากชีวิตที่เราเห็นและเป็นอยู่ ตัวละครมี 2 ฟาก คนดีและคนร้าย คนดีก็แพ้ ถูกรังแก ถูกกระทำ ถูกแย่งแฟน แต่สุดท้ายคนดีก็ชนะ เป็นโครงสร้างละครปกติ แต่ถ้าจะให้พูด ก็คงเป็นความลงตัว ทั้งนักแสดง ทั้งบท และอะไรทุกอย่าง เหมือนผัดข้าวเหมือนกัน แต่กระทะนี้อร่อยกว่ากระทะที่แล้ว”
แต่ไม่ได้หมายความว่า กระทะต่อไปจะอร่อยเหมือนกัน แม้จะใส่ทุกอย่างลงไปเหมือนเดิม
อย่างไรก็ดี แม้จะหวังให้เกิดความสำเร็จซ้ำรอยอีกไม่ได้ แต่สายทิพย์ก็ว่า อย่างน้อยละครเรื่องนี้ก็ทำให้เธอดีใจสุดๆ ประการหนึ่ง
“คือเราตั้งใจทำให้ละครเกิดความแตกต่าง ตอนนั้นทีมงานที่ได้ยินยังไม่เข้าใจเลยว่าแตกต่างยังไง แต่วันนี้เข้าใจแล้ว อย่างละครเราตบกันก็จริงนะ แต่ไม่ได้ตบสุ่มสี่สุ่มห้า ทุกอย่างมีที่มาที่ไป”

และคงเพราะยึดที่มาที่ไป กับใส่ความสมจริง จึงน่าจะเป็นเหตุผลที่คนดูๆ แล้วของขึ้น ถึงขั้นด่าตัวละครตัวนั้น แช่งตัวละครตัวนี้ อย่างที่ได้เห็น
นอกจากนั้นก็ยังรวมไปถึงการแสดงที่ดีเด่นของทีมนักแสดงนำ
“อย่างสายป่าน (อภิญญา สกุลเจริญสุข) เล่นนิ่งมาก นิ่งจนไม่ได้เป็นตัวร้ายอย่างที่เราคุ้นๆ กัน ตัวร้ายบางตัวแสดงความร้ายออกมาซะจนคนมองจากปากซอยก็รู้ว่าคนนี้ร้าย แต่สายป่านจะมีความเป็นนางร้ายแนบเนียนของเขา นั่นแหละคือสิ่งที่เราพยายามทำ”
“แต่คนดูจะรับสารนั้นของเราหรือเปล่าไม่รู้นะ หรือเขาจะดูแต่เพียงว่ามันสนุก อาจจะมองว่าเป็นละครตบตีทั่วๆ ไป”
เล่าด้วยว่า หลายคนถามมา หลังติดใจเคมีระหว่างสายป่านกับ กิ๊บซี่-วนิดา เติมธนาภรณ์ ว่าจะมีโอกาสที่ “เพื่อน” คู่นี้จะมาเจอกันอีกไหม ซึ่งบอกเลยว่า ยังไม่มีแผนใดๆ ในเรื่องดังกล่าว
“เป็นคนประหลาดค่ะ” ออกตัวมาเป็นลำดับแรก
“คือพอทำอันนี้ได้ เราก็อยากทำอย่างอื่น อะไรที่มันพีคไปแล้ว พอกลับไปทำใหม่มันจะพีคอีกไหม จะไปด้านไหนได้อีก คงเป็นเรื่องยากที่สองคนนี้จะตบกันอีก แล้วยังไงล่ะที่จะแตกต่างๆ”

และอย่าว่า แต่เรื่องไม่นำ 2 คนนี้มาเจอกันเลย แค่ละครแนวๆ ตบๆ แรงๆ อย่างนี้ก็ต้องหยุดไปสักระยะเช่นกัน
“เรื่องนี้เรตติ้งดีมาก แต่ถ้าเรายึดกับแค่แนว ป่านนี้คงมีแต่ตบกันทั้งช่อง ที่แอบโมโหคือ เลิฟ ซอง เลิฟ สตอรี่’ เรื่อง ‘คงเดิม’฿ ที่อาหนิง นิรุตติ์ ศิริจรรยาเล่น เราชอบมาก แต่เรทติ้งสู้ตบตีไม่ได้จริงๆ คนดูเขาคงชอบแบบนี้แหละ รสแซบ ตบตี แต่ในมุมที่เป็นช่อง ไม่ได้เป็นคณะละคร เราเลยต้องทำสิ่งที่มันหลากหลาย จะไปคิดว่าในเมื่อชอบตบๆ ป้อนแต่ตบๆให้ชมทั้งวัน มันก็ไม่ใช่”
“ต้องแบบพอเหมาะ เพราะบางอย่างที่แรง ต้องมีจุดสิ้นสุด มันจะแรงไปไหนได้อีกล่ะ ตบกันแล้ว เอาชามแกงราดหัวกันแล้ว เอาหน้าแนบเครื่องถ่ายเอกสารแล้ว จะยังแรงไปไหนได้อีก”
เอากันแบบตามตรง สายทิพย์บอกว่าถ้าคำนึงแต่เรื่อง ‘แรง’ จะระดับไหน ก็จัดให้ได้ แต่’ของแบบนี้ต้องมีลิมิต’
เพราะอย่างไรเสีย ต้องยอมรับความจริงที่ว่า “แรงไปก็ไม่ดี”
“ในมุมของเราตอนทำละครเรื่องนี้ สิ่งที่คิดถึงระหว่างอ่านบทคือมันเป็นเรื่องของสงคราม สงครามที่ไม่เคยให้อะไรแก่ใคร มีแต่ทำลาย ทะเลาะกันสองคน แต่ดึงทุกคนรอบตัวมา ดึงกระทั่งหมา ที่ก่อนหน้านั้นเป็นประเด็น ว่าทำไมถึงต้องใส่ แต่เราใส่เพื่อให้รู้สึกว่าสิ่งที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ ที่บริสุทธิ์ยังต้องมาตาย มันคือการทำลายล้าง ในภาวะสงคราม คนที่ฆ่ากันตายไม่เคยมีใครรู้จักกัน รู้แต่ว่าคนนี้คือฝั่งตรงข้าม”
“แต่มันน่าจะลึกไป คนดูไปไม่ถึง ไม่งั้นเขาคงไม่ด่าเรา” เธอเล่าพลางยิ้มเมื่อนึกถึงเสียงวิจารณ์ที่ถาโถม
แล้วว่า “เวลาที่เราทำละคร เราตั้งใจให้ทุกเรื่องแหละ มากบ้าง น้อยบ้าง แต่คนรับสารไป รับได้ไม่เท่ากันหรอก”
และถ้าวัดจากคอมเมนท์ที่สะท้อนกลับ บางทีอาจมีคนดูไม่เยอะนักที่มองในมุมเดียวกับเธอ “เพราะมีแต่คนอยากฆ่ากันให้ตาย อยากให้ตัวละครตัวนี้ตาย”
“กลายเป็นว่าพวกคุณคนดูลงไปอยู่ในสงครามกันหมด”

