โดนัท มนัสนันท์ เผยกันยายนนี้ได้ชมแน่ ‘REAL ME’ สารคดีเรื่องที่ 2 ของ BNK48

โดนัท มนัสนันท์ พันธุ์เลิศวงศ์สกุล ต้องมารับบทหนักกำกับหนังสารคดี REAL ME : BNK48 ภาพยนตร์แนวสารคดีเรื่องที่ 2 ของ วงไอดอล BNK48 ที่ล่าสุดเจ้าตัวก็บอกไว้ว่าใกล้จะปิดกล้องเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และน่าจะได้ชมประมาณช่วงเดือนกันยายน

ส่วนความยากง่ายอย่างไรนั้น โดนัท ก็ได้เปยว่า

“มันอาจจะด้วยตัวคอนเทนท์ที่มันป๊อปมาก แล้วก็คือเริ่มต้นก็ต้องบอกตรงๆว่าเราก็ไม่ได้รู้เลย ไม่รู้จักว่าวงอะไร เราก็ต้องเริ่มจากทำความรู้จัก ก็ทุกวันต้องฟังเพลงทุกเพลง ตอนนี้ร้องได้แล้ว(หัวเราะ) แล้วก็ดูไอจีน้องทุกวัน ว่าเขาทำอะไร แล้วก็ดูหนังของเต๋อ (เต๋อ นวพล) ก่อน ว่าเขาเล่าเรื่องอะไร แล้วพอเราทำเรื่องถัดมาเราจะเล่ามุมไหน ทีนี้เรื่องแรกเขาเพิ่งทำไปปีหนึ่ง เราก็เลยคุยกับทางต้นสังกัดว่าเรื่องนี้มันน่าจะเพิ่มเส้นเรื่องที่มันมีความเป็นฟีเจอร์เข้าไปมากขึ้น มันก็จะมีเส้นเรื่อง แล้วก็จะมีสิ่งที่น้องทำในชีวิตประจำวันจริงๆ แล้วก็สิ่งที่เราไม่เคยเห็นน้อง”

แสดงว่าจะแตกต่างจากภาคแรก BNK48 : Girl Don’t Cry แน่ๆ

“มันจะเป็นคนละแบบเลยค่ะ เพราะว่าผู้กำกับคนละอยู่แล้ว พอ Real me จะเล่าถึงน้องรุ่นที่ 1 รุ่นที่ 2 มันก็มีแง่มุมที่น่าสนใจอยู่ค่ะ แล้วส่วนตัวเราก็รู้สึกว่าแบบ ตอนแรกก็คิดหนักเหมือนกัน ว่าจะทำดีไหม เพราะเราไม่รู้จัก แต่พอเรารู้สึกว่าน้องเป็นเด็กผู้หญิง เราอยากเล่าเรื่องเด็กผู้หญิงกลุ่มหนึ่ง ที่เขามีความฝัน จริงๆมันเป็นเรื่องที่ยากค่ะ แล้วก็ค่อนข้างกดดัน แต่ว่าความยากและความกดดันที่เขาเจอ มันทำให้เขาค้นพบตัวเองและใจตัวเองมากขึ้น ก็เล่าเยอะไม่ได้(หัวเราะ)”

เรากดดันแค่ไหน บรรดาโอตะจะคาดหวังอยากจะเห็นมาก ว่าเป็นอย่างไร

“คือหนังมันจะต่างจากรายการทีวีที่ว่ามันจะมีประเด็นของมัน ที่มันจะพูด แล้วเราก็ตองไม่ได้จริงๆว่าเราจะเห็นใครเยอะใครน้อย แต่ว่าเราเล่าเรื่องทุกคน แต่ทีนี้มันอยู่ที่ว่า ใครต่างหาก ที่จะทำให้เราตามเรื่องของเขา ทุกวันก็จะต้องคุยกันในกองถ่าย ว่าเราขาดน้องคนไหนหรือเปล่า ต้องท่องชื่อให้ได้ สมมติคนนี้ไม่มาวันนี้ อีกวันหนึ่งเราก็ต้องเจาะอีกคนเป็นพิเศษ เราก็พยายามจะเล่าเรื่องทุกคน แต่ว่าน้อง 51 คนค่ะ จริงๆเราไม่ได้โฟกัสที่ตัวบุคคล แต่โฟกัสที่คำว่า BNK อยากให้คนที่ไม่รู้จักเลยเข้าใจ จริงๆก็อย่างซัพพอร์ตนะคะ เพราะว่าเขาเป็นเด็กผู้หญิง เราก็เป็นผู้หญิง แล้วเราเห็นผู้หญิงลุกขึ้นมาทำอะไรที่ตัวเองอยากทำ เราก็รู้สึกว่ามันมีอะไรที่น่าสนใจ”

คนบอกว่าเราท้าทายกว่าเต๋อตรงที่ต้องเจอกับสมาชิกทั้งรุ่น 1 รุ่น2

“ยากเหมือนกันค่ะ แล้วอายุก็ห่างมากด้วย คือทุกวันต้องไปอ่านไปฟังเพลง คือเราอยากทำให้หนังเรื่องนี้คนเข้าใจมากขึ้นว่าไอดอลคืออะไร ทำไมมันถึงเกิดคัลเจอร์นี้ขึ้น ก็พยายามไปให้ลึก ไปถ่ายที่ญี่ปุ่นด้วย พยายามเล่าเรื่องว่าจุดกำเนิด นี่โดสปอยหนังแล้วนะ (หัวเราะ) ”

บทความก่อนหน้านี้ระทึก! รถบรรทุก ‘ล้อหลุด’ กลิ้งทะลุร้านขายเสื้อผ้าเสียหาย เจ้าของร้านบาดเจ็บ
บทความถัดไปโค้งสุดท้ายเลือกตั้ง พรรคใหญ่พร้อมหน้า จัดเวทีปราศรัยใหญ่ทิ้งท้าย!