เปิดประตูอย่างเป็นทางการแล้ว สำหรับงานหนังสือปีนี้ที่จะจัดขึ้นเป็นครั้งสุดท้าย ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ จนถึงวันที่ 7 เมษายน สำหรับสนพ.มติชน ยังคงรอพบแฟนๆ อยู่ที่เดิม คือโซนพลาซ่า พร้อมกับคอนเซ็ปต์ Book Journeyที่ได้ศิลปินหนุ่มไฟแรง Suntur หรือ ยศนันท์ วุฒิกรสมบัติกุล มาออกแบบงานอาร์ต ที่ดูแล้วให้ความรู้สึกแบบ ‘น้อยแต่มาก’
สนพ.มติชนคัดสรรหนังสือดี มาให้แฟนทุกกลุ่มทุกแนวเช่นเดิม เมื่ออาทิตย์ก่อนเราแนะนำหนังสือไป 3 เล่ม ที่เราเองลิสต์ไว้ส่วนตัวเลยว่าห้ามพลาดเด็ดขาด และอยากชวนทุกคนไม่ให้พลาดด้วย คือ ‘เขียนชนบทให้เป็นชาติ’ โดย รศ.ดร. เก่งกิจ กิติเรียงลาภ, ‘อ่านสยามตามแอนนา : การบ้านและการเมืองในราชสำนักคิงมงกุฎ’ เขียนโดย แอนนา ลีโอโนเวนส์ และแปลโดย สุภัตรา ภูมิประภาส ร่วมกับ สุภิดา แก้วสุขสมบัติ และ ‘ประชาธิปไตยที่ไม่ตั้งมั่น’ โดย ดร. จิราภรณ์ ดำจันทร์
แต่นอกจาก 3 เล่มนั้นแล้ว ยังมีอีกหลายเล่มที่น่าจะถูกใจหลายคน ทั้งคอการเมือง วรรณกรรม เทคโนโลยี ศิลปวัฒนธรรม และไลฟ์สไตล์
การเมืองฝุ่นตลบแรงอย่างนี้ นอกจาก ‘ประชาธิปไตยที่ไม่ตั้งมั่น’ แล้ว ‘สู่สังคมไทยเสมอหน้า’ ซึ่งมีบรรณาธิการคือ ศ.ดร. ผาสุก พงษ์ไพจิตร ก็เป็นอีกเล่มที่อยากชวนให้อ่าน จริงๆ แล้วเล่มนี้พิมพ์ครั้งที่ 2 แต่หนังสือขาดตลาดไปนานมากแล้ว โดยเป็นหนังสือที่เกิดขึ้นจากการสังเคราะห์ผลงานวิจัยเรื่อง ‘สู่สังคมไทยเสมอหน้า การศึกษาโครงสร้างความมั่งคั่งและโครงสร้างอำนาจเพื่อการปฏิรูป’ ที่เนื้อหาครอบคลุมทั้งเศรษฐศาสตร์ สังคมศาสตร์ และการเมือง
ตราบใดที่เรื่องของความเท่าเทียม ยังคงเป็นพื้นฐานปัญหาที่นำไปสู่ปัญหาเชิงโครงสร้างอื่นๆ ในสังคมไทย หนังสือเล่มนี้ก็คงจะยังพิมพ์ออกมาเรื่อยๆ ได้แน่ เพราะสังคมไทยมีปรากฏการณ์ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจสังคมและการเมืองในทุกๆ มิติ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความไม่เท่าเทียมในการเข้าถึงทรัพยากร หากพูดกันตามตรรกะแล้ว ทรัพยากรของสังคมก็ควรจะเป็นของคนในสังคม แต่ในความจริงแล้ว สิ่งเหล่านี้ส่วนใหญ่มีไว้สำหรับ ชนชั้นนำที่อยู่บนยอดปิรามิด รวมถึงชนชั้นนำในระดับท้องถิ่นเท่านั้น เป็นความมั่งคั่งและอำนาจแบบคณาธิปไตย ซึ่งความไม่เท่าเทียมนี่ล่ะ ที่กลายเป็นแม่ข่ายใหญ่ไปสู่ปัญหาอื่นๆ ซึ่งคอยบ่อนเซาะความมั่นคง (ที่ก็ไม่ค่อยจะมั่นคงอยู่แล้ว) ของสังคมไทยในทุกวัน
อยากชวนฟ้ามาดันแฮชแท็ก #Futuration ให้ฮิตไม่แพ้ ##Futurista เพราะหนังสือเล่ม ‘FUTURATION เปลี่ยนปัจจุบัน ทันอนาคต’ โดย ดร.สันติธาร เสถียรไทย นักเศรษฐศาสตร์รุ่นใหม่ ก็สำคัญกับอนาคตของฟ้าไม่น้อยเลย FUTURATION มาจากคำว่า Future (อนาคต) x Generation (รุ่น) โดยคำว่า Generation ยังมีอีกความหมายคือ การ ‘สร้าง’ อนาคตเราด้วยมือของเราเอง อนาคตของเทคโนโลยีดิจิทัล ที่เปลี่ยนโครงสร้างทุกวงการแบบวินาทีต่อวินาทีจนกลายเป็นการปฏิวัติ สู่รูปแบบโครงสร้างใหม่ ที่กำลังถูกปรับเปลี่ยนไปตามนวัตกรรมต่างๆ

ดร.สันติธารเขียนถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่กำลังเกิดขึ้นในประเด็นต่างๆ เช่น AI จะทำให้คนตกงานนับล้านหรือไม่ / Big data ที่ทำให้เกิดการขโมยข้อมูลส่วนตัวไปโดยไม่ได้รับความยินยอม / Cryptocurrrency ระบบการเงินดิจิทัล จะทำให้สกุลเงินสากลที่ใช้อยู่ระส่ำระสายในอนาคตหรือไม่ / Massive Open Online Course (MOOC) รูปแบบการเรียนรู้ตลอดชีวิต จะลดบทบาทของมหาวิทยาลัยในระบบการศึกษาดั้งเดิมหรือไม่ ฯลฯ น่าสนใจทั้งนั้นเลย
อีกไฮไลท์ที่พลาดไม่ได้ เพราะเนื่องในอกาสมหามงคลของประเทศที่กำลังจะมาถึง สำนักพิมพ์มติชนได้จัดทำหนังสือชุด ‘บรมราชาภิเษก’ ขึ้น เพื่อให้ชาวไทยได้รับรู้รายละเอียดต่างๆ ในพระราชพิธีอันเป็นมหามงคลยิ่งครั้งนี้ได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ ในชุดประกอบไปด้วยหนังสือ 3 เล่ม คือ
‘เสวยราชสมบัติกษัตรา’ ผลงานของ ดร.นนทพร อยู่มั่งมี และ ผศ.ดร.พัสวีสิริ เปรมกุลนันท์ ที่ได้ ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ มาเขียนคำนำเสนอ ว่าด้วยพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เครื่องประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมัยรัตนโกสินทร์ และสถาปัตยกรรมเนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมัยรัตนโกสินทร์ เพื่อให้ผู้อ่านสามารถเข้าใจรายละเอียดต่างๆ เกี่ยวกับพระราชพิธีบรมราชาภิเษกได้ครบถ้วนสมบูรณ์

‘ผ้าเขียนทอง : พระภูษาทรงบรมราชาภิเษกพระมหากษัตริย์สยาม’ เขียนโดย ธีรพันธุ์ จันทร์เจริญ ผู้เชี่ยวชาญด้านอาภรณ์โบราณในราชสำนัก ว่าด้วยคติความเชื่อที่ว่าพระมหากษัตริย์เปรียบเสมือนองค์อวตารของมหาเทพเสด็จลงมายังโลกมนุษย์ จึงเลือกสรรผ้าเขียนทองสำหรับนำมาใช้เป็นเครื่องทรงขององค์
พระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ ในวาระหรือโอกาสพิเศษต่างๆ รวมทั้งใช้เป็นพระภูษาทรงขององค์พระมหากษัตริย์ในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก อันเป็นพระราชพิธีสำคัญสูงสุดของพระราชอาณาจักร

เล่มสุดท้ายในชุดน่าสนใจมาก ‘จักรพรรดิราช คติอำนาจเบื้องหลังชนชั้นนำไทย’ โดย อเนก มากอนันต์ ที่ว่าด้วยคติจักรพรรดิราช ซึ่งเป็นอุดมคติสูงสุดของชนชั้นนำไทยที่รับมาปรับใช้ในการปกครอง โดยแฝงอยู่ภายใต้กิจกรรมทางการเมืองของชนชั้นนำไทย และนับตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนปลายจนถึงต้นรัตนโกสินทร์ คติจักรพรรดิราชได้มีความเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากชนชั้นนำไทยได้มีการปรับเปลี่ยนความรู้และการมองโลก จนทำให้แนวคิดการเป็นจักรพรรดิราชจะค่อยๆ หายไป เหลือเพียงร่องรอยที่ปรากฏให้เห็นในพิธีกรรมของชนชั้นนำ
จะแยกเล่มก็ได้ แต่ถ้ายกกลับบ้านทั้งชุดคุ้มกว่าแน่ๆ เพราะได้กระเป๋าผ้าใบใหญ่ ดีไซน์โดยซันเต๋อที่สวยสุดๆกลับไปด้วย
อย่างที่บอกข้างต้น ยังมีหนังสืออีกเพียบที่บูทมติชน อาทิ ‘มาคิอาเวลลี การเมืองไทยของเจ้าผู้ปกครอง’ ผลงานของ กานต์ บุณยะกาญจน ที่เผยข้อมูลว่าคนไทยรู้จักกับแนวคิดของมาคิอาเวลลีมาตั้งแต่ยุคอยุธยาตอนปลาย, ‘เสียดินแดนมลายู: ประวัติศาสตร์ชาติฉบับ Plot Twist’ โดย ฐนพงศ์ ลือขจรชัย ที่อธิบายพล็อตเรื่องของประวัติศาสตร์ชาติกระแสหลักเกี่ยวกับการเสียดินแดนมลายูในมุมใหม่แบบหักมุม จะทวิสต์ไปแบบไหนต้องลองอ่านดู, หนังสือชุดธุรกิจพอดีคำ โดย กวีวุฒิ เต็มภูวภัทร มากับเล่ม ‘เมื่อหัวว่างจึงสร้างสรรค์’ และใครที่รอคอยหนังสือชุด World Science Series อยู่ เล่มล่าสุดมาแล้วจ้า กับ ‘The Hidden Reality ไขพหุภพมิติคู่ขนาน’ โดย ไบรอัน กรีน ที่จะเผยให้เห็นผลลัพธ์สำคัญอีกข้อของฟิสิกส์สมัยใหม่ซึ่งชี้ให้เห็นความเป็นไปได้ว่า เอกภพของเราอาจเป็นหนึ่งในเอกภพที่เป็นไปได้จำนวนนับไม่ถ้วน ซึ่งล่องลอยอยู่ในพหุภพ

ปีนี้สำนักพิมพ์ต่างๆ ออกหนังสือเยอะมากๆ ราวกับปล่อยของ เพราะหลายสำนักพิมพ์เล็กเริ่มตัดสินใจแล้วว่าอาจจะไม่ไปออกบูทที่เมืองทองธานีในมหกรรมหนังสือเดือนตุลาคมรอบหน้า ใช้วิธีขายออนไลน์ทำโปรโมชั่นเท่างานแทน (แว่วว่าสิงหาคมอาจมีงานบุ๊คแฟร์เล็กๆ ใจกลางเมืองที่สำนักพิมพ์จะรวมตัวกันจัดเองด้วย) เพราะงั้นนี่คือโอกาสดีสุดๆ ของคนซื้อที่จะสร้างกองดองของตัวเองอย่างมีคุณภาพ ถ้าไม่อยากหิ้วกลับ มี 2 เจ้าให้เลือกใช้บริการ ทั้งเคอร์รี่ ที่อยู่ตรงมุมโค้งของแพลนนารีฮอลล์ และไปรษณีย์ไทยมี 2 จุดคือออฟฟิศหลัก ชั้น 1 ใกล้ร้านสตาร์บัค และจุดส่งด่วน ใกล้กับร้านอาหารเรโทร คาเฟ่
ขอตัวไปสำรวจหนังสือจากสำนักพิมพ์ต่างๆ ในงานก่อนนะ
……………..
ดอกฝน

