อยู่ๆก็มีข่าวว่า นางเอกสาว แอน ทองประสม ซุ่มดูเรือนหอแถวสุขุมวิท เพื่อเตรียมแต่งงานกับ เอ ทินพันธ์ แฟนหนุ่มที่คบหากันมากว่า 10 ปี ในราคากว่า 20 ล้าน ซึ่งล่าสุดเมื่อเจอ แอน ทองประสม จึงได้ขอให้เปิดใจถึงเรื่องนี้มาว่า
“เปล่าค่ะ แต่ว่าถ้าบ้านที่ถ่ายรายการไปล่าสุดก็คือบ้านของแอนเอง ไปดูไว้เพื่อเป็นบ้านของตัวเอง อันนั้นไม่ใช่เรือนหอ เพราะว่าแอนอยู่คอนโดมาตลอด แอนเลยซื้อที่เป็นที่ดินไว้นิดนึง เราก็เลยกะว่าอันนี้ไว้เก็บสมบัติเรา เสื้อผ้าเรา หมาแมวที่เราอยากเลี้ยง แล้วแอนซื้อไว้ 7-8 ปีแล้วนะคะ แต่ไม่มีใครรู้ จนมีรายการมาขอถ่าย เราก็เก็บเงินซื้อไว้ เป็นบ้านหลังเล็กๆ”
แต่ก็มีคนแซวว่าเป็นเรือนหอ
“ไม่ๆ อันนี้เงินแอนเอง ถ้าเป็นเรือนหอก็คงต้องให้คุณเอออก เพราะว่าเราเป็นผู้หญิงต้องนั่งเฉยๆ ”
จริงๆพี่เอเขามีให้เราหรือยัง
“มี พี่เอเขาอยู่ซอย 40 แอนอยู่ซอย 30 บังเอิญว่าบ้านอยู่ใกล้กัน เอง คุณเอเขามีที่ แต่ว่าจะให้เป็นเรือนหอหรือเปล่าไม่รู้ แต่แม่เขาให้ที่มา แบ่งไว้ ได้คนละแปลง แต่ว่าของเอเขายังว่างเปล่าอยู่ ”
ตอนนี้ยังไม่ได้ลงเสาเอกเลยหรือ
“ยังๆ ยังไม่ได้ขอแต่งงานเลย แต่ว่าก็เห็นคุณเอ เขาก็ดูไว้อยู่นะคะ แต่ว่าแอนก็ไม่รู้จะเอาไง เราก็มองๆ แล้วคิดว่าสร้างเลย เดี๋ยวรอมาอยู่อย่างเดียว ถ้าเขามาอยู่กับเรานะคะ ”
จริงๆเรามีขอไหมว่าถ้าเป็นเรือนหอจะต้องเป็นอย่างไร
“คือรสนิยมของเอ กับแอนไม่เหมือนกันเลย แอนจะเป็นอีกแบบ แต่ว่าเขาจะเป็นคนที่เนี้ยบๆหน่อย เพราะฉะนั้นถ้าเอจะสร้างบ้าน ก็สร้างตามวิถีของเอเลย เขาจะได้อยู่ได้ทุกมุมของเขา เราเป็นพวกที่ปรับตัวได้กับทุกที่ แต่ว่าของบางอย่างของเรา ที่มันไปอยู่บ้านเขา แล้วมันไม่สวย เราก็ยกมาบ้านเรา ทะเลาะกันเราก็มีที่มาร้องไห้ที่บ้านเรา เป็นผู้หญิงต้องมีที่ของตัวเอง สำหรับผู้หญิงนะคะ เราจะได้เชิ่ดได้ ไม่ใช่คิดว่าฉันจะไปไหนหละ คือมันไม่เท่ไง ถ้าคิดเป็นซีนก็คือไม่ใช่ว่าเดินร้องไห้มาแล้วคิดว่าเราจะไปอยู่ตรงไหน ไปบ้านเพื่อนก็เป็นภาระเพื่อน เราก็มีบ้านของเรา เขาจะได้รู้สึกว่า เธอก็แน่จริงนะ”
บ้านของเราคนแอบส่องว่ามีมูลค่า 20 ล้าน
“มันก็วิ่งอยู่ไม่ไกลไม่ใกล้นะคะ อยู่ๆแถวนี้ เพราะว่าหมู่บ้านที่แอนไปซื้อคือเขามีพื้นที่ใหญ่หน่อย สำหรับที่จะอยู่ใกล้กรุงเทพที่สุด ใกล้สุขุมวิท มันหายากแล้ว แล้วแอนก็ซื้อมานานแล้ว ราคาตอนนั้นไม่ใช่อย่างที่พูดหรอก แต่ว่าตอนนี้ถ้าขายก็ได้แล้ว คือจะคุยโม้อย่างนี้ก็ได้ ว่าเยอะ แต่ว่าตอนซื้อไม่ได้ขนาดนั้น ”

