ว่าด้วยเรื่องดาราอดีต-ปัจจุบัน กับความโชคดีที่แตกต่างกัน หลายร้อยล้านเท่า

“ตอนแรกจะหยุดตอน 60 ตอนนี้ 66 แล้วยังแสดงอยู่” ดวงใจ หทัยกาญจน์ เล่าถึงความตั้งใจ แต่เอาเข้าจริงแล้วทำไม่ได้ให้ “มติชน” ฟัง ก่อนหัวเราะเหมือนจะขำตัวเองเบาๆ

ก่อนให้เหตุผลที่เป็นเช่นนั้นว่า นอกจากจะยังสนุกและสุขกับการทำงานแล้ว ยังรู้สึกว่า “สิ่งใดที่ยังทำได้อยู่ ก็ทำ สมัยนี้มีงานทำโก้จะตาย ถือว่าเรายังมีประโยชน์ แล้วได้ทั้งฝึกสมอง ได้ทั้งคุณค่าแห่งชีวิต และก็ได้เงินด้วย มีแต่ได้ ไม่มีอะไรเสียเลย”

นักแสดงผู้เป็น “แม่อี๊ด” ของดารารุ่นหลังๆ ซึ่งเข้าวงการมาอย่างไม่คาดคิด เพราะอยู่ๆ ระหว่างตามพี่สาวไปบ้านเพื่อน ก็ถูกเจ้าของบ้านคือ นงลักษณ์ โรจนพรรณ ชวนให้เล่น

“ชีวิตนี้ไม่เคยอยากเป็นดาราเลย อยากเป็นครู เป็นแม่ชี เป็นพยาบาล แล้วพี่แต๋ว (นงลักษณ์) จะสร้างหนังทีวี สมัยก่อนเขาเรียกอย่างนี้นะคะ เรื่อง “ยอดมวยไทย” แล้วขาดตัวน้องสาวนางเอก เลยชวน”

และเมื่อตอบรับ จากนั้นนับตั้งแต่ปี พ.ศ.2513 เป็นต้นมา เธอก็มีงานไม่ได้หยุด และทุกวันนี้ “งานเยอะกว่าเมื่อก่อนอีก”

ยกเว้นก็แต่ช่วงหลังแต่งงาน ที่ย้ายไปใช้ชีวิตใน จ.เชียงใหม่ และตัดสินใจจะเลิกนั่นแหละที่ห่างหาย

“คิดจะเลิกแสดงตั้ง 3 รอบนะ หายไปนานเป็นสิบๆ ปี แต่ก็ยังกลับมา กลับมาเป็นแม่นางเอกพอดี จนตอนนี้เป็นย่า เป็นยาย ในบทไปแล้ว มันคงเป็นสิ่งที่เขาขีดมาแล้วนะคะ” เล่าพลางยิ้ม

บอกอีกว่าในบรรดาบทต่างๆ ที่ได้รับ ที่ชอบที่สุดเห็นจะเป็นบท “แม่ชี” เพราะรู้สึกว่าคาแร็กเตอร์ใกล้ตัว ในแง่ของการมีจิตใจดี และมีเมตตา

“ส่วนตัวมีใจไปในทางปฏิบัติธรรม”

ทุกวันนี้หลักยึดในการใช้ชีวิตจึงเป็น โกรธให้น้อย อภัยให้มาก ขณะเดียวกันก็เลือกจะอยู่นิ่งๆ กับความสงบ

“บางคนอาจจะชอบไปเที่ยว ลั้ลลา แต่เราชอบนิ่งๆ อยู่ให้สงบ ซึ่งนั่นเป็นส่วนหนึ่งให้เรายิ้ม เพราะรู้สึกว่าไม่มีใครวิเศษกว่าใคร แต่ทุกคนที่มีธรรมะในใจจะรู้สึกว่าร่มเย็นกว่าที่เราจะออกไปเต้นแร้งเต้นกา ที่จะเร่าร้อนมากกว่า”

สำหรับการอยู่ในวงการได้อย่างยาวนาน ดวงใจบอกว่าสำหรับเธอมีอยู่ 4 อย่าง คือ ตรงต่อเวลา ซื่อสัตย์ต่ออาชีพตัวเอง มีสัมมาคารวะ และรับผิดชอบในงานตัวเอง

“แค่นี้อยู่ได้ตลอดค่ะ”

เธอยังบอกด้วยว่าเทียบกับนักแสดงรุ่นใหม่ๆ แล้ว “เด็กสมัยนี้โชคดีนะคะ”

“มีคนเตรียมให้ทุกอย่างเลย มาแต่ตัวพอ ต่างจากสมัยเราที่ต้องแต่งหน้าทำผมเอง หอบเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้ามาเอง”

ยิ่งไปกว่านั้นยังไม่มีโอกาสรู้ล่วงหน้าว่า วันนี้จะต้องแสดงบทไหน ฉากอะไร จะได้รู้ก็ตอนมาถึงหน้าเซต คือกำลังจะเข้าฉากถ่ายทำแล้วนั่นแหละ

“แล้วสมัยนี้มีสอนการแสดง มีบท มีช่างหน้า ช่างผม อย่างที่บอก โชคดีมากๆ หลายร้อยล้านเท่า”

ดวงใจผู้ประกาศตัวว่า “ไม่ใช่คนดีนัก แต่สิ่งที่ไม่ดีก็ไม่ทำดีกว่า” บอกด้วยว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมาระลึกตนเสมอว่าเป็นคนของสังคมและประชาชน บอกว่าเธอใช้ชีวิตบนพื้นฐานของการมีความยับยั้งชั่งใจ และมีสติ

“เมื่อมีชี่อเสียงแล้ว จะบอกว่าเป็นแบบนี้ จะทำอะไรก็ได้ ไม่ได้ค่ะ”

“ต้องมีสติรู้คิดมากกว่าคนอื่น”

กับอาชีพนักแสดงที่ทำให้ “ได้ความนับหน้าถือตา ได้บ้าน ได้รถ ได้รับเกียรติ” นั้น เธอจะทำไปเรื่อยๆ

“คงเล่นจนกว่าจะไม่มีคนจ้าง” บอกพลางยิ้มกว้าง-อย่างมีความสุข

 

 

 

All site contents copyright © by Matichon Public Co.,Ltd. All Rights Reserved.

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้จีพีเอสพ่นพิษ พานักท่องเที่ยวหลงเขาควนคานหลาวสงขลา
บทความถัดไปหนุ่มซิ่งกระบะกลับจากงานเลี้ยง แหกโค้งชนแท่งแบริเออร์ดับคาที่