คนน่านมาเอง ‘เชอร์รี่ เข็มอัปสร’ ดูงานฟื้นฟูป่า หวังแก้ปัญหาตรงจุดก่อนสายเกิน

23.05.16 | 16:10 น.

สมแล้วที่เป็นลูกหลานชาวน่าน เพราะขณะที่หลายภาคส่วนกำลังเร่งช่วยฟื้นฟูป่าจังหวัดน่านอย่างจริงจัง เชอร์รี่-เข็มอัปสร สิริสุขะ นางเอกชื่อดังที่สืบเชื้อสายจากเจ้าผู้ครองนครน่านโดยตรง ก็ร่วมเดินทางไปดูงานที่บ้านเปียงก่อ อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.น่าน กับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง เพื่อศึกษาเรื่องการแก้ไขปัญหาป่าไม้อย่างจริงจังและยั่งยืน

โดยในอินสตาแกรม “cherrykhemupsorn” นั้นมีทั้งภาพและคลิปวิดีโอขณะเดินทางไปศึกษาดูงานที่บ้านเปียงก่อ ซึ่งป่าไม้มีความอุดมสมบูรณ์ ชาวบ้านสามารถพึ่งพาตนเองได้ ขณะเดียวกันเธอก็ได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับสิ่งที่รู้มาว่า การปลูกป่าไม่ใช่การแก้ปัญหาทั้งหมด เพราะสิ่งสำคัญนั้นต้องแก้ที่ “คน”

ดังเช่นที่เธอบอกไว้ในตอนหนึ่งว่า “มาตามสัญญา…อาจจะยาวหน่อยนะคะ แต่ขอให้ตั้งใจอ่านข้อความต่อไปนี้สักหน่อย อ่านด้วยใจที่เป็นกลาง อ่านด้วยใจที่อยากจะคิดหาทางออกของปัญหาป่าต้นน้ำ อ่านด้วยใจที่พร้อมจะลงมือทำอะไรซักอย่างเพื่อร่วมแก้ปัญหานี้ไปด้วยกัน …น้ำจากแม่น้ำน่านคือ 45% ของน้ำที่ไหลมารวมเป็นแม่น้ำเจ้าพระยาที่เปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ของประเทศไทย ภาพเขาหัวโล้นที่เห็นตามข่าวเป็นเพียงบางส่วนเท่านั้น ป่าสงวนหลายพื้นที่ได้กลายเป็นดินแห้งดำหลังจากถูกไฟเผาไหม้ ฉันจะไม่พูดถึงสาเหตุเบื้องลึกเบื้องหลัง แต่ฉันอยากบอกคุณทั้งหลายว่าถ้าเรามัวแต่โทษกันไปมาว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนี้เป็นความผิดของใคร ฉันคิดว่ามันคงจะสายเกินไป ถ้าเราไม่เริ่มลงมือแก้ปัญหากันอย่างจริงจังตั้งแต่ตอนนี้ และสิ่งสำคัญที่สุดที่ฉันอยากจะบอกคุณก็คือ การปลูกป่าไม่ได้แก้ปัญหาได้ (ทั้งหมด)

งงใช่ไหมคะ? ฉันเองก็เช่นกัน

สิ่งแรกที่เราควรจัดการอย่างเร่งด่วนที่สุดก็คือ ‘คน’ คนในที่นี้คือ ชาวบ้านในพื้นที่ ควรเร่งให้ความรู้ วิธีการ และโอกาส เพื่อทดแทนการเผาป่าสำหรับทำไร่ เคยได้ยินกันอยู่ใช่มั้ย ‘ปลูกป่า ปลูกคน’ คนในพื้นที่เมื่อปากท้องเขาอิ่มและรู้ว่าป่าให้ประโยชน์ต่อเขาอย่างไรบ้าง เขาจะรักและหวงแหนป่า จะเกิดเป็นพลังที่ช่วยดูแลผืนป่าได้เป็นอย่างดี ลำดับต่อมาคือ ‘น้ำ’ เราจะทำอย่างไรให้ภาคเกษตรมีน้ำใช้ตลอดฤดูแล้ง และน้ำไม่ท่วมในฤดูน้ำหลาก ต้องมีการจัดการระบบน้ำที่ดี ฉันไม่ได้หมายถึงการสร้างเขื่อนด้วยการตัดป่าไม้ที่เป็นเสมือนเขื่อนธรรมชาติเพิ่มขึ้นหรอกนะ ‘ฝาย’ ต่างหากที่ฉันกำลังหมายถึง เมื่อมีน้ำและคนดูแลต้นไม้แล้ว ป่าจะฟื้นฟูได้เอง เรียกว่าการปลูกป่าแบบไม่ปลูก เช่นดังพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แล้วต้นไม้ที่เราจะไปช่วยกันปลูกเสริมเพิ่มเติมก็จะไม่สูญเปล่าเมื่อมีคนดูแล

Advertisement

ทีนี้มาถึงเรื่องสำคัญ พวกเราจะช่วยอะไรได้? ขอแค่เรามีใจ มีจิตสำนึกที่จะช่วยแก้ปัญหานี้อย่างจริงจัง และไม่เห็นแก่ตัวเอง เราจะช่วยกันคิดหาทางแก้ไขเรื่องนี้กันได้อย่างเต็มกำลังความสามารถตามที่แต่ละคนมี…ฉันเชื่ออย่างนั้นนะ เพียงแค่ต้องแก้ให้ตรงจุดเท่านั้นเอง สิ่งหนึ่งที่เราควรทำคือ วางแผนการจัดการร่วมกันกับคนในพื้นที่ เพราะเขาเหล่านั้นรู้ดีที่สุดว่าอะไรเหมาะไม่เหมาะกับพื้นที่ที่เขาอาศัยอยู่ ไม่จำเป็นต้องทำแค่ที่จังหวัดน่านหรอก ที่ไหนก็ได้ที่เป็นป่าต้นน้ำของไทย หรืออย่างน้อยที่สุด…ขอแค่ช่วยกันประหยัดและตระหนักถึงคุณค่าทรัพยากรที่เราบริโภคทุกวัน ว่าคือหยาดเหงื่อ น้ำตา ชีวิต และอนาคตของพวกเราชาวไทยทุกคนรวมถึงลูกหลานของเราด้วย ช่วยกันนะคะ…ก่อนที่จะสายเกินไป.”

เชอร์รี่ เข็มอัปสร2

เชอร์รี่ เข็มอัปสร

เพราะความคิดดีอย่างนี้จึงไม่แปลกใจว่าทำไมใครๆ ก็ชื่นชม ‘เชอร์รี่ เข็มอัปสร’

 

ขอบคุณภาพจากอินสตาแกรม “cherrykhemupsorn”