ไม่ใช่ ‘เดอะ ทอยส์’ ที่โดนรายเดียว เรื่องเล่าจากเวทีคอนเสิร์ต เรื่องที่นักร้องต้องเผชิญ

เรื่องที่ ‘The Toys’ หรือ ทอย ธันวา นักร้องคนดังเจอและกำลังเป็นข่าว เรื่องที่ขณะเขากำลังร้องเพลงบนเวที แล้วมีคนขึ้นไปกอดคอ โชว์เงิน และจะให้เขาดื่มเหล้า จนเจ้าตัวสุดทน ตัดสินใจทิ้งกีตาร์และยุติการแสดงนั้น ในด้านหนึ่งก็คนออกมาให้กำลังใจ ขณะในอีกด้านเขาก็ได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่เห็นจะต้องขนาดนั้น ทั้งนี้เรื่องดังกล่าวล้วนขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแต่ละคน

อย่างไรก็ดีจากการสนทนาของ ‘มติชนออนไลน์’ ก่อนจะเกิดเรื่องเดอะ ทอยส์ ไม่นานนัก ทำให้ทราบว่าเรื่องลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้นบ่อยครั้ง และทุกคนต่างรู้สึกว่าเป็นเรื่องที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นบนเวที ขณะที่เขากำลังตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่ แสดงดนตรีให้ดีที่สุด

ทั้งนี้ อู๋ ธรรพ์ณธร ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา บอกว่าเวลาเจออะไรกับตัวเขาเองตรงๆ ขณะแสดงก็จะพยายามปล่อยไป ไม่ปะทะ แต่ถ้าเจอในเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับเขา แต่อาจโดนลูกหลงก็พยายามหลบหลีก เช่นในครั้งหนึ่งซึ่งเจอคนยิงกันระหว่างเขาแสดงอยู่ในผับ ก็ไปหลบอยู่หลังกลองอย่างไว

“แล้วพอเขาเคลียร์พื้นที่เสร็จ เราก็ร้องต่อ แต่มันก็แหยงๆ ขวัญเสีย กำลังใจตก แต่ต้องทำให้ดีที่สุด เพราะยังมีคนฟังอยู่”

แมว จิระศักดิ์ ปานพุ่ม ก็เจอมาเยอะ

“หนักเลยแหละ” เขาว่า

ด้วยที่ผ่านมา 80-90 % ในการแสดงคอนเสิร์ตของเขา คนฟังจะตีกัน แถมบางครั้งยังมีอาวุธปืนเป็นตัวช่วย

“ผมไปเล่นที่ไหนต้องมีเบรคกลางคอนเสิร์ต บางงานเล่นต่อไม่ได้เลยก็มี”

“ขนาดเพลงช้าก็ยังตี เพราะฉะนั้นเวลาเจอแขกหรือใครเข้ามาบนเวที มาป่วนนี่เป็นเรื่องเล็กมาก”

หากก็ต้องหาวิธีรับมือ

“สิ่งแรกคือต้องใจเย็น” แมวในวัย 49 ปี บอกพลางยิ้มมาเป็นลำดับต้น ก่อนจะมีคำสารภาพตามมาว่า “แต่ผมในวัยนั้นก็ไม่ได้เย็น ก็พกปืนขึ้นเวทีเหมือนกัน”

“เพราะแต่ละครั้งที่ไปคอนเสิร์ต เหมือนไปสงครามเล็กๆ แต่ไม่ได้ใช้นะ เอาไว้ให้สบายใจ” เขาบอก ก่อนออกตัวตามมาว่าที่เล่านี่ไม่ได้จะให้ทำตาม เพียงแต่เขาในตอนนั้นนึกหนทางดังกล่าวออกเพียงอย่างเดียว

“แต่พอมองย้อนกลับไป คิดว่ามันไม่ดี ไม่ควร โชคดีที่ไม่ได้ใช้ วันนี้จึงแนะนำไงว่าใจเย็นดีกว่า เวลาเจอสถานการณ์ก็มีสติเยอะๆ”

ในวันวานที่ยัง ‘ห่ามอยู่’ มีครั้งหนึ่งซึ่งเขาเจอแฟนเพลงที่แสดงออกด้วยความก้าวร้าว เขาเอง “ก็ขึ้น”

“ก็เอื้อมมือไปจับมือเขาที่อยู่ด้านล่างเวที ดึงขึ้นมาบนเวทีแล้วกอดเขาแน่นๆ ให้พุงเขาแนบชิดกับปืนที่เราพกไว้ กระซิบข้างหูเขาเบาๆว่า อย่าซ่า แล้วก็ส่งตัวให้ ส.ห.ที่อยู่ข้างเวทีจัดการไป”

“ตอนนั้นน่ากลัวครับ รอดชีวิตมาได้ ก็บุญหัวแล้ว”

“อยากบอกน้องๆ รุ่นใหม่ๆ มีความสามารถดีเลิศแล้ว ชื่นชมมากเลยหลายๆวง แต่สิ่งหนึ่งต้องเติมคือประสบการณ์ ประสบการณ์ไม่ได้แปลว่าคุณเกิดนาน หรือแก่ ถึงจะมี ประสบการณ์แปลว่าคุณเรียนรู้ เข้าใจอะไรได้มากแค่ไหน ถ้าเรียนรู้มากถือว่าเป็นผู้มีประสบการณ์ เพราะฉะนั้นไม่ต้องรอให้อายุมาก เป็นผู้มีประสบการณ์เสียตั้งแต่วันนี้ จะได้ก้าวไปข้างหน้าอย่างปลอดภัย”

ด้าน บอย อริย์ธัช พลตาล นักร้องนำวง Lomosonic บอกเขาเองเคยโดนปาน้ำแข็งใส่ และอะไรอีกๆสารพัด ซึ่งเขาใน ‘สมัยก่อน’ เป็นประเภท “ใครต่อยมา ต่อยกลับ”

“โหดนะ ก็สวน แบบเขาพยายามขึ้นมาหาเรา แต่ว่าเราถีบลงเลย”

แต่ถึงอย่างนั้น สุดท้ายแล้วทุกครั้งก็จบด้วยการเคลียร์ และเขาเป็นฝ่ายขอโทษก่อนเสมอ

“ท้ายที่สุด ไม่ว่าเราจะโดนอะไรมา จะตอบโต้อย่างไร ในที่สุด ในตอนสุดท้าย เราต้องเป็นฝ่ายขอโทษเขา ไม่ว่าเขาตั้งใจจะรบกวน แล้วเราอาจจะตอบโต้เขาบ้าง”

“คือไม่อยากมีเรื่องไง เพราะเราไปเล่นดนตรี ไปทำงาน”

อย่างไรก็ตาม ณ ตอนนี้ด้วยวัยวุฒิที่มากขึ้น เขาก็ไม่ทำแบบก่อนๆ

“ตอนนั้นโตมากับไฟฝันอันคุกรุ่น ว่านี่คือพื้นที่การทำงานของเรา ถ้าไม่ชอบ ก็ออกไปสิวะ แต่พอโตขึ้น เห็นอะไรมากขึ้น ก็มองในมุมของคนที่มาสังสรรค์ อาจไม่ได้ตั้งใจมาดูก็ได้ คิดว่าสิ่งที่ควรจะเรียกร้อง ไม่ใช่บอกว่านี่คือพื้นที่ของ Lomosonic สิ่งที่ยากกว่านั้นคือการทำให้ทุกคนในที่นั้น รักในสิ่งที่เราทำ สิ่งที่เราเป็น”

“สิ่งที่ยากกว่าการตอบโต้ คือการมอบความรักให้กันและกัน”

“ผมมองว่าเขาไม่ได้มีเจตนาทำร้ายอะไรหรอก ดูจากหลายๆครั้งที่ผ่านมา แต่ว่าด้วยฤทธิ์ของสุรา ก็อาจทำให้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่ตั้งใจ”

“แต่อยากให้มีจิตใจนึกถึงกันนิดหนึ่งครับ” บอยที่ยังเจอเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันเป็นประจำบอก
สำหรับทางออกในเรื่องที่เกิดขึ้น เขาก็ว่า “พอเราให้เกียรติกันมันจะดีขึ้นเยอะเลยครับ”

“ถามว่าต้องการให้มีความคุ้มครองขนาดไหน คือถ้าให้การ์ดมารุมเรา มันก็จะทำให้พื้นที่ระหว่างเรากับแฟนคลับเหลือน้อยลง ดูห่างขึ้น”

“มันเป็นเรื่องละเอียดอ่อนมาก พอเราจิ้มจุดไหน จักรวาลของจุดนั้นมันจะเปลี่ยน สำหรับผม ทุกคนต้องทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด เพราะคอนเสิร์ตที่จัดโดยคนไทยที่มาตรฐานสูงมาก มีนะ เยอะด้วย เขาปกป้อง ให้เกียรติเรา มันก็เฉลี่ยๆกันไป แล้วก็เป็นหน้าที่ของทุกคน”

“เอาเข้าจริง ศิลปินไม่ใช่เทพเจ้า เป็นแค่คนที่ชอบเล่นตรีและอยากทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด แล้วถ้ามีคนทำหน้าที่อย่างดี ทุกอย่างจะออกมาดี ไม่ต้องเสียเวลามาทะเลาะกันหรอก”

ภาพจาก boylomosonic

 

บทความก่อนหน้านี้‘พีระพันธุ์’ หมดความอดทน ฉะผู้ใหญ่ ปชป.ที่เคารพนับถือมา 30 ปี ที่แท้แค่ภาพลวงตา
บทความถัดไปคนจีนรักชาติ