นอยด์ สงครามทำเพลง ในวันที่ไทยไม่สนใจภาษาไทย

27.06.19 | 02:26 น.

ระยะนี้ทั้งเด็กวัยรุ่นคนหนุ่มสาว ต่างเปิดจอเครื่องคอมกับมือถือ หาเพลง ‘นอยด์’ ที่ไข่มุก รุ่งรัตน์ ร้องกับกับ The Rube จากรายการ ‘สงครามทำเพลง’ สัปดาห์ที่มี ครูลิลลี่ เป็นแขกหรือเมโลดี้ (The melody) ตั้งโจทย์ให้เขียนเพลง

เกิดเสียงกล่าวขวัญกันเกรียวกราว ขนาดเรียกร้องให้พ่วงเข้าในวิชาภาษาไทยเสียด้วยซ้ำ

สงครามทำเพลงเป็นรายการแพร่ภาพทุกวันเสาร์ ​21.15 น. ทางช่อง 24 ทรู​ โฟร์ ยูและแอพ ทรู ไอดี มาแต่เดือนกุมภาพันธ์ เป็นรายการสตูดิโอ เรียลลิตี้ (studio reality)เผยเบื้องหลังการทำเพลง โดยมีผู้กำกับการผลิต (โปรดิวเซอร์ producer) จากสี่ค่ายเพลงดังของวงการ เลิฟอีส (loveis) ไอ แอม (i am) สไปซี ดิสก์ (spicy disc) และ มิวสิก มูฟ (muzik move) มาร่วมประชันฝีมือ

ไข่มุกเป็นนักเรียนขับร้อง สาขาดนตรี คณะศิลปกรรมศาสตร์ วิทยาลัยศิลปินแห่งเอเซีย ม. สยาม ซึ่งคว้ารางวัลชนะเลิศประกวดขับร้องมาแล้วหลายรายการเช่น แชมป์รอบสัปดาห์รายการชุมทางเสียงทอง แชมป์รายการกิ๊กดู๋สงครามเพลงเงินล้าน ยังผ่านเวทีมาสเตอร์คีย์ เวทีเดอะ วอยซ์ ไทยปี 4 ก่อน บอย โกสิยพงษ์ รับเข้าเป็นนักร้องในสังกัดเลิฟอีส

เพลงนอยด์ร้อยคำ เรือ ลิงออกมาอย่างสนุกสนานไพเราะ แถมการใช้คำ คะ ค่ะ ให้ฟังจั๊กจี้เพลิดเพลินเข้าไปอีก ด้วยการขับแรพและขับร้องในทำนองรื่นเริงจนครูลิลลี่นั่งอึ้งตะลึงตะไลอย่างชอบอกชอบใจ

Advertisement

ยากนักที่ใครจะคิดโจทย์เพลงลักษณะนี้ออกมา หากมิใช่ผู้มีความรักและสันทัดในเรื่องนั้นๆ เช่นเดียวกับผู้ชำนิในเรื่องอื่นๆ

 

ผู้ฟังจึงมีโอกาสได้เห็นสิ่งที่มองข้ามไปเสมอ ผู้รักความเป็นไทยจึงได้คิดว่า ยังมีความเป็นไทยที่ถูกละเลย ทอดทิ้ง โดยมิได้ให้ความสำคัญอยู่ ซ้ำยังเป็นความเป็นไทยแท้ๆด้วยรูปธรรม ซึ่งไม่ต้องตีความให้ถกเถียงกันอย่างรัฐธรรมนูญ​ 4.0 อีกด้วย

ภาษาเป็นเครื่องมือสื่อสาร ทำความเข้าใจกันในหมู่มนุษย์ ดังนั้น ภาษาจึงต้องกระจ่าง หมดจด ชัดเจน ตั้งแต่เริ่มต้น จากนั้นจึงมาพร้อมกันระหว่างการพลิกแพลง ลูกเล่น ประดิดประดอยถ้อยคำ กับเสน่ห์เนื้อหาที่เกิดเป็นถ้อยความงดงาม ลึกซึ้ง

ภาษาไทยเรามีองค์ประกอบพร้อมทั้งคำและเสียง รุ่มรวยด้วยศัพท์แสง ที่แสดงจินตนการจากความคิดอันบรรเจิด เพียงตัวอย่างขุนแผนฟันม่านใน ขุนช้างขุนแผน กับบทแปลงกายใน อุณรุทร้อยเรื่อง ก็เห็นได้ หากไปถึง มหาชาติคำหลวง ก็จะยิ่งตื่นตาในขุมมหาสมบัติวัฒนธรรมที่บรรพบุรุษสร้างสมมาไว้มหาศาลนี้

เพียงแต่เราละทิ้งหกหล่นเรี่ยราดไปเกือบจะหมดแล้ว

ถ้าเปรียบ เจ้าสัวรัชกาลที่สาม ทำเงินถุงแดงเก็บไว้ให้ลูกหลาน จนรัชกาลที่ 5 สามารถนำมาใช้หนี้สงครามฝรั่งเศสได้

มรดกภาษาของบรรพชนที่สั่งสมมายาวนานดูจะพบชะตากรรมที่ชวนอนาถ เพราะไม่มีผู้มาบีบคั้นบังคับให้ทอดทิ้ง แต่เราพากันปล่อยให้หายหกตกกระจัดกระจายไปอย่างไม่ตระหนักคุณค่า ไม่เห็นความสำคัญ เพราะความอ่อนแอของความคิด

เมื่อความคิดอ่อนแอ ภาษาที่จะใช้สื่อสารย่อมอ่อนแอ การเมืองอ่อนแอ เศรษฐกืจอ่อนแอ เนื้อหาปรัชญาการดำเนินชีวิตยิ่งอ่อนแอ เราจึงวกวนอยู่กับพฤติกรรมความคิดอำนาจเป็นธรรม ไปไม่ถึงการครองชีวิตโดยธรรมสักที ทั้งที่มิได้ห่างไกล

ภาษาที่หมดจด ชัดเจน ช่วยให้ความคิดแข็งแรงขึ้นจริงหรือ แน่นอน เพราะภาษาที่หมดจด ชัดเจน ย่อมมาจากความคิดที่หมดจด ชัดเจน ไม่ต้องตีความ ไม่กลับกลอกยอกย้อน นี่กล่าวบนพื้นฐานที่ว่า มนุษย์ต้องกล้าหาญ เปิดเผย ซื่อสัตย์ ตรงไปตรงมาเป็นปฐม ส่วนลูกเล่นลูกหัวของการใช้ภาษา หักเล่ห์ชิงเหลี่ยม ไม่ว่าจะลักษณะไหวพริบหรือเชาวน์ปัญญา เป็นกรณีแวดล้อม

มนุษย์ต้องมีคุณสมบัติที่เป็นหลักการเข้มแข็ง มั่นคงก่อน จากนั้นจึงเป็นรายละเอียดที่ไม่ขัดกับหลักการนั้นๆ

ประเทศอารยะทั้งหลาย ต่างมีชั่วโมงสอนภาษานักเรียนนักศึกษาที่เข้มข้น ไม่ว่าอังกฤษ อเมริกัน ฝรั่งเศส เยอรมัน สเปน อิตาลี ฯลฯ จีนและญี่ปุ่น ให้ใช้ภาษาถูก(ตามไวยากรณ์และความหมาย) ใช้ภาษาเป็น(ทั้งตรงตามเป้าหมายที่ต้องการ หรือพลิกแพลงได้ตามจุดประสงค์) เมื่อมีความรู้แล้ว จากนั้นจะฝึกฝนทักษะการใช้ภาษาให้มีเสน่ห์ เฉียบแหลม คมคายอย่างไร ก็ขึ้นกับความต้องการและความสามารถชองแต่ละบุคคล ไม่ว่าจะเป็นครู นักเขียน ล่าม นักพูด หรือแม้บุคคลทั่วไปที่อยากพูดดี พูดเป็น

น้อยมากที่ประเทศหรือกลุ่มชนซึ่งมีภาษาของตัวเองจะไม่รักษารากฐานสำคัญนี้ไว้อย่างเข้มข้น

ทำไมเราต้องเรียนภาษาอังกฤษ ก่อนนี้เราต้องเรียนฝรั่งเศส เยอรมัน จนเป็นภาษาเลือกเรียนขั้นอุดมศึกษา ต่อมาเราสนใจจะเรียนภาษาญี่ปุ่น และวันนี้เราพากันเลือกเรียนภาษาจีน

แต่ไม่เรียนภาษาไทย เพราะพูดไทยกันอยู่แล้วอย่างนั้นหรือ

ลองคิดกันอีกครั้งดีไหม ภาษาไทยไม่ใช่ความเป็นไทยแท้ๆหรือ แล้วทำไมถึงไม่เห็นสำคัญที่จะต้องศึกษาให้ถ่องแท้ล่ะ

ทำไมสมัยสงครามโลกจึงมีคำกระทบไทยว่า ฿ไซมีส ทอล์ค฿เพราะภาษาอาจบ่งคุณสมบัติ และพฤติกรรม บุคลิก ลักษณะผู้คนได้

เหมือนทุกวันนี้ที่เราพูดถึง ศรีธนญชัย ไง

ครูลิลี่กับไข่มุกและเพลงนอยด์ เป็นแรงขับระลอกหนึ่ง แต่หากไม่มีคลื่นลูกหลังทะยอยไล่ตาม ทั้งครูลิลลี่ ไข่มุก กับนอยด์ที่ลงแรงมาอย่างไม่ลดละ ก็คงจะซึมหายกับหาดทรายเป็นความทรงจำไปอยู่ดี

พยายามต่อไปนะ ครูลิลลี่ ไข่มุก ครูภาษาไทย และคนรักการใช้ภาษาไทยทั้งหลาย.

_________________

อารักษ์

_________________

 

 

ขอบคุณภาพจาก True4U